
คอนวูดหวนทุ่มสู้ตลาด
มั่นใจขยายกำลังผลิตพร้อม ชี้ต้นทุนพุ่งเล็งปรับราคา5%
มั่นใจขยายกำลังผลิตพร้อม ชี้ต้นทุนพุ่งเล็งปรับราคา5%
คอนวูดตื่นอัดงบเฉียด 100 ล้านบาท บุกหนักตลาดวัสดุทดแทนไม้ ชี้ต้นทุนพลังงานขึ้น กระทบขึ้นราคา 5%
นายสุทธิพันธ์ วัชโรภาส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คอนวูด ผู้ผลิตและจำหน่ายวัสดุทดแทนไม้ ในเครือปูนซีเมนต์นครหลวง เปิดเผยว่า ปี 2555 จะเป็นปีที่บริษัทพร้อมที่จะกลับมาบุกหนักอีกครั้งในรอบ 2 ปี ด้วยการอัดงบโฆษณาผ่านสื่อโทรทัศน์ภายใต้งบการตลาดรวม 9% ของยอดขายที่ตั้งไว้ในปีนี้กว่า 1,200 ล้านบาท หรือเติบโตประมาณ 25% จากยอดขายปีที่ผ่านมา
ปัจจัยที่ทำให้ปีนี้มีความพร้อมในการรุกตลาดหนักอีกครั้ง เป็นผลจากการที่บริษัทขยายสายการผลิตที่ 3 กำลังการผลิต 4.5 หมื่นตัน เรียบร้อยแล้ว ด้วยงบลงทุน 550 ล้านบาท ส่งผลให้ปีนี้จะมีกำลังการผลิตเพิ่มเป็น 1.35 แสนตันต่อปี จึงกล้าโฆษณาผ่านสื่อทีวีอีกครั้ง เพื่อกระตุ้นยอดขายให้ได้ตามเป้า และหวังเพิ่มส่วนแบ่งตลาดอีก 1% จากที่ผ่านมาอยู่ที่ 14% เป็น 15% ในปีนี้
“ช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เราไม่ได้เงียบ แต่ไม่ได้อัดงบผ่านสื่อทีวี เพราะกำลังการผลิตไม่พร้อม ถ้าเทงบไปแล้วไม่มีของขาย ก็สูญเปล่า แต่วันนี้พร้อมแล้ว จึงกล้ารุกหนักรอบใหม่” นายสุทธิพันธ์ กล่าว
ด้านแนวโน้มต้นทุนการผลิตวัสดุทดแทนในปีนี้ บริษัทมองเรื่องต้นทุนด้านพลังงานที่จะปรับขึ้นต่อเนื่องมากกว่าต้นทุนแรงงาน เพราะปัจจุบันระบบการผลิตเกือบ 100% เป็นเครื่องจักรแล้ว และใช้แรงงานบางส่วนเท่านั้น ทำให้การขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำไม่มีผลกระทบ แต่ค่าพลังงานและวัตถุดิบหลักอย่างปูนซีเมนต์ที่จะปรับขึ้น อาจทำให้บริษัทต้องปรับราคาสินค้าขึ้นไม่เกิน 5%
สำหรับความคืบหน้าของโรงงานใหม่ที่กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย คาดว่าจะใช้งบลงทุนใกล้เคียงกับโรงงานที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) โดยจะทยอยลงทุนในปีนี้ แล้วเสร็จในปีหน้า โดยปีนี้จะเน้นหนักในตลาดต่างประเทศมากขึ้น เช่น อินโดนีเซียและอินเดีย เพราะเป็นตลาดใหญ่ ซึ่งคาดว่าภายใน 4-5 ปีข้างหน้า บริษัทจะมีสัดส่วนยอดขายจากตลาดต่างประเทศเพิ่มเป็น 8% จากปัจจุบันอยู่ที่ 5%
ภาพรวมตลาดวัสดุทดแทนไม้ในไทยเติบโตประมาณ 15-20% มีมูลค่าตลาดรวม 6,000 ล้านบาท โดยการเติบโตเป็นผลมาจากการหันมาใช้วัสดุทดแทนไม้จริงมากขึ้น โดยเฉพาะตลาดภาคเหนือที่น่าจับตามอง เพราะสัดส่วนการขายวัสดุทดแทนไม้สูงกว่าไม้จริงแล้ว ส่วนตลาดใหญ่อย่างอีสานก็ขยายตัวมากขึ้นเช่นเดียวกับ กทม.







