
ช่องทางการออมเงินเพื่อวัยเกษียณ
....สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
สวัสดีค่ะ สรรหามาเล่าฉบับที่แล้ว เราพูดถึงการเตรียมความพร้อมเพื่อวัยเกษียณ ทุกท่านวางแผนกันหรือยังคะว่าเราจะออมเงินอย่างไรดีเพื่อให้มีเงินเพียงพอไว้ใช้จ่ายยามเกษียณหรือยามที่ไม่ได้ทำงานแล้ว ซึ่งปัจจุบันก็มีหลายช่องทางทั้งบังคับและสมัครใจ โดยภาครัฐให้ความสำคัญกับเรื่องการออมนี้มาก จึงได้สนับสนุนให้มีช่องทางการออมใหม่ๆ เพื่อให้ครอบคลุมประชาชนทุกกลุ่มรวมทั้งให้ออมเพิ่มขึ้น เรามาดูกันค่ะว่าปัจจุบันระบบการออมในประเทศของเรามีอะไรบ้างภายใต้แนวทางของ World Bank ซึ่งได้กำหนดเป็นเสาหลักของเงินได้เมื่อยามเกษียณ (MultiPillar) แบ่งเป็น 5 เสาหลัก โดยขอสรุปภาพรวมให้เห็นดังนี้ค่ะ
เสาหลักแรก (Pillar 0) หมายถึง สวัสดิการขั้นพื้นฐาน ซึ่งเป็นการให้เปล่าจากรัฐแก่ประชาชนทั่วไป ในประเทศไทยตอนนี้มีเพียงเบี้ยยังชีพคนชราและคนพิการ และบำนาญข้าราชการแบบเดิม
เสาหลักที่ 1 (Pillar 1) หมายถึง ระบบประกันสังคมเพื่อบรรเทาความยากจน ได้แก่ กองทุนประกันสังคม ซึ่งเป็นการออมระหว่างแรงงานในระบบภาคเอกชน กับ นายจ้าง และมีรัฐช่วยสมทบ
เสาหลักที่ 2 (Pillar 2) หมายถึง การออมภาคบังคับ ได้แก่ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ซึ่งรองรับเฉพาะข้าราชการเท่านั้น โดยมีรัฐซึ่งเป็นนายจ้างช่วยสมทบ จะเห็นได้ว่าในการออมส่วนนี้ยังไม่ได้รองรับบังคับแรงงานภาคเอกชนทั้งในและนอกระบบ แต่เปิดให้กลุ่มหลังสมัครใจออมตามความสามารถของแต่ละคน ซึ่งจะอยู่ใน Pillar 3
เสาหลักที่ 3 (Pillar 3) หมายถึง การออมภาคสมัครใจ ได้แก่ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) รวมถึงการซื้อประกันชีวิตประเภทการออม
เสาหลักที่ 4 (Pillar 4) หมายถึง การออมส่วนบุคคลที่ไม่อยู่ในรูปกองทุน (NonPension fund) ได้แก่ เงินฝากธนาคาร เงินฝากสหกรณ์ รายได้จากการลงทุน เงินได้จากครอบครัวลูกหลานที่ให้มา ทรัพย์สมบัติต่างๆ ที่มีมูลค่าซื้อขายได้ (เช่น บ้าน เครื่องประดับ เพชร พลอย ภาพวาด พระเครื่อง หรือแสตมป์ เป็นต้น)
จากรูปเสาหลักการออมข้างต้น จะเห็นว่าเสาหลักที่ 13 จัดตั้งอยู่ในรูปของกองทุน ที่เรียกกันทั่วไปว่า
“Pension Fund” ซึ่งหมายถึง กองทุนการออมเพื่อยามเกษียณ แต่เสาหลักแรกที่เป็นศูนย์เพราะยังไม่ถือเป็น Pension Fund เนื่องจากแหล่งที่มาของเงินจะมาจากรายได้ของรัฐฝ่ายเดียวเป็นเงินให้เปล่าปัจจุบัน ดูเหมือนระบบการออมหรือสวัสดิการของประเทศไทยเรามีครบทุกเสา แต่ยังไม่ครอบคลุมทุกกลุ่ม เช่น แรงงานนอกระบบหรือผู้ที่ประกอบอาชีพอิสระ ซึ่งมีประมาณร้อยละ 70 ของแรงงานทั้งหมด ที่ยังไม่สามารถเข้าในระบบ Pension Fund (Pillar 13) ได้ จึงทำให้ภาครัฐสนับสนุนให้มีการจัดตั้งกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) ซึ่งเป็นภาคสมัครใจ เพื่อเปิดโอกาสให้แรงงานนอกระบบดังกล่าว สมัครเป็นสมาชิกกองทุนโดยรัฐเป็นผู้จ่ายสมทบให้ ซึ่งตามแผนรัฐบาลจะจัดตั้งกองทุนนี้ภายในไตรมาส 4 ปี 2553 ปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณาร่างกฎหมายของคณะกรรมการกฤษฎีกาค่ะ
เราก็พอทราบแล้วนะคะว่าระบบการออมในประเทศไทยของเราเปิดให้ออมได้หลายช่องทาง ทั้งภาคสมัครใจและภาคบังคับ ซึ่งการออมแต่ละช่องทางก็ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็นการจ่ายสมทบให้หรือการยกเว้นภาษีเงินได้ เห็นไหมคะ การออมมีแต่ได้ประโยชน์ จะรอช้ากันทำไมคะ มาออมกันดีกว่าเพื่อชีวิตที่ดีในยามเกษียณ ท่านสามารถติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวต่างๆ เกี่ยวกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพหรือระบบการออมเพื่อการเกษียณ ใน www.thaipvd.com พบกันใหม่ฉบับหน้า สวัสดีค่ะ







