
ทุบโต๊ะเบี้ยประกันน้ำท่วม 0.5-1.25%
ในที่สุดคณะกรรมการกองทุนส่งเสริมประกันภัยพิบัติที่ดูแลกองทุน 5 หมื่นล้านบาท
ในที่สุดคณะกรรมการกองทุนส่งเสริมประกันภัยพิบัติที่ดูแลกองทุน 5 หมื่นล้านบาท ก็ได้ข้อสรุปค่าเบี้ยประกันภัยและความคุ้มครองหลังใช้เวลาถึง 2 เดือน โดยความคุ้มครองบ้านที่อยู่อาศัยจะคิดเบี้ยประกัน 0.5% ของทุนประกันไม่เกิน 1 แสนบาท หรือ 500 บาท จะคุ้มครองทั้งที่เป็นภัยพิบัติและน้ำท่วมปกติ
ทั้งนี้ จะชดเชยสินไหมตามระดับน้ำ น้ำท่วมพื้นบ้านชั้นล่างเริ่มแรกจ่าย 3 หมื่นบาท น้ำท่วมเกิน 50 ซม. จ่าย 5 หมื่นบาท น้ำท่วมเกิน 75 ซม. จ่าย 7.5 หมื่นบาท และน้ำท่วมเกิน 1 ม. ถึงจะจ่าย 1 แสนบาท
ขณะที่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีคิดค่าเบี้ยประกัน 1% คุ้มครองความเสียหาย 30% ทุนประกันไม่เกิน 50 ล้านบาท ขณะที่เบี้ยประกันผู้ประกอบการรายใหญ่อยู่ที่ 1.25% คุ้มครองความเสียหาย 30% ไม่จำกัดทุนประกัน จะคุ้มครองเฉพาะภัยพิบัติที่รัฐบาลประกาศเท่านั้น
สำหรับคำนิยามของภัยพิบัติที่คณะกรรมการกองทุนส่งเสริมการประกันภัยพิบัติ สรุปออกมา ได้แก่ น้ำท่วม ลมพายุ และแผ่นดินไหว โดยภัยพิบัติลมพายุจะต้องมีความเร็วไม่ต่ำกว่า 120 กม.ต่อ ชม. และแผ่นดินไหวจะต้องมีความรุนแรงไม่ต่ำกว่า 7 ริกเตอร์
กรณีน้ำท่วมผู้ทำประกันจะได้รับเงินชดเชย เมื่อกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยประกาศ และต้องเสนอให้คณะรัฐมนตรีเห็นชอบประกาศพร้อมกันด้วย หรือมีน้ำท่วมทำให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สินที่กองทุนประกันคุ้มครองอยู่เกิน 5,000 ล้านบาท และมีผู้เอาประกันมากกว่า 2 ราย
สำหรับเงื่อนไขทั้งหมดจะให้คณะรัฐมนตรีเห็นชอบสัปดาห์นี้ หากไม่มีเปลี่ยนแปลงก็จะลงนามบันทึกความเข้าใจกับบริษัทประกัน 66 แห่ง และดำเนินการขายประกันได้ตั้งแต่ปลายสัปดาห์หนี้หรือต้นสัปดาห์หน้า
ทองร่วงหนักสุดในรอบปี
ขณะที่ปลายสัปดาห์ราคาทองคำได้ปรับตัวลดลงรุนแรงที่สุดในปีนี้ โดยปรับตัวลงไป 89.79 เหรียญต่อออนซ์ คิดเป็น 5.03% จากวันก่อนหน้า โดยราคาทองคำปิดไปที่ระดับ 1,695 เหรียญต่อออนซ์ หลังจากแถลงการณ์ของผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟด มีมุมมองที่ดีขึ้นต่อเศรษฐกิจสหรัฐ เนื่องจากอัตราว่างงานปรับตัวลดลงเร็วกว่าที่เฟดคาดการณ์จนมาอยู่ที่ 8.3% ทำให้เกิดการเทขายทำกำไร จึงเกิดขึ้นอย่างรุนแรงและต่อเนื่อง เพราะนักลงทุนมองว่าสหรัฐไม่น่าจะมีมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE3) ออกมา
เงินบาทผันผวน
ค่าเงินบาทผันผวนโดยศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า ค่าเงินบาทอ่อนค่าช่วงแรกของสัปดาห์ตามทิศทางเงินเอเชีย ท่ามกลางความกังวลต่อการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันโลก
ขณะที่การไหลเข้าของเงินประกันถูกหักล้างโดยแรงซื้อเงินดอลลาร์ช่วงสิ้นเดือนจากผู้นำเข้า อย่างไรก็ดี เงินบาทแข็งค่าเข้าใกล้ 30.20 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ในช่วงต่อมา หลังเงินเอเชียได้แรงหนุนจากเงินทุนไหลเข้าตามการเก็งกำไรของมาตรการเพิ่มสภาพคล่องของ ECB เงินบาทล้างช่วงบวกทั้งหมดลงช่วงท้ายสัปดาห์ปิดที่ 30.55 บาทต่อเหรียญสหรัฐ







