posttoday
"จีไอ" เพิ่มมูลค่า-ช่วยสร้างแบรนด์ สินค้าไทย

"จีไอ" เพิ่มมูลค่า-ช่วยสร้างแบรนด์ สินค้าไทย

03 มีนาคม 2555

การขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (จีไอ)

โดย...สิทธิณี ห่วงนาค

การขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (จีไอ) ของไทยทั้งในระดับประเทศและต่างประเทศ ถือเป็นภารกิจสำคัญที่กรมทรัพย์สินทางปัญญาต้องให้ความใส่ใจ ต้องมุ่งมั่น ทำความเข้าใจต่อประชาชนในประเทศ โดยเฉพาะในท้องถิ่นที่มีความหลากหลายทางธรรมชาติ ทางวัฒนธรรม เพื่อให้ตระหนักและเข้าใจถึงความมีสิ่งพิเศษเป็นสมบัติของตัวเองและของชุมชน เพื่อจะได้ร่วมกันอนุรักษ์และพัฒนาและนำมาสู่การขวนขวายที่จะนำสิ่งนั้นมาจดทะเบียนจีไอ ก่อนที่จะรุกคืบไปจดทะเบียนจีไอในระดับสากล เพื่อเป็นการประกาศถึงความเป็นต้นกำเนิดของทรัพยากรนั้นๆ

ขจิต สุขุม ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านทรัพย์สินทางปัญญาระหว่างประเทศ กรมทรัพย์สินทางปัญญา กล่าวว่า ปัจจุบันมีจีไอไทยหลายชนิดที่ทางกรมได้รับรองให้ขึ้นทะเบียนจีไอในระดับประเทศไปแล้ว 31 คำขอ เช่น ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ กาแฟดอยตุง กาแฟดอยช้าง ส้มโอนครชัยศรี มะขามหวานเพชรบูรณ์ ไข่เค็มไชยา สับปะรดภูแลเชียงราย ข้าวสังข์หยดพัทลุง เป็นต้น

ทั้งนี้ มีผลผลิตจากจีไอของไทย 3 ชนิด ที่ไปขอยื่นจดทะเบียนจีไอที่สหภาพยุโรป (อียู) คือ ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ กาแฟดอยตุง และกาแฟดอยช้าง อยู่ระหว่างการพิจารณาของอียู ซึ่งในเร็วๆ นี้อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญาจะเดินทางไปติดตามความคืบหน้าการขอยื่นจดจีไอใน 3 พืชดังกล่าว และชี้แจงในประเด็นต่างๆ ที่อียูยังติดใจ

เชื่อว่าภายในปี 2555 จะได้ข่าวดีจากอียู เนื่องจากประเด็นที่ยังติดขัดเป็นเพียงเรื่องของชื่อเท่านั้น เช่น กาแฟดอยตุงและกาแฟดอยช้าง ที่ทางอียูต้องการให้เปลี่ยนคำว่า ดอยตุง คอฟฟี่ เป็น กาแฟดอยตุง และดอยช้าง คอฟฟี่ เป็น กาแฟดอยช้าง ให้เขียนภาษาอังกฤษเป็นภาษาคาราโอเกะ เนื่องจากยุโรปมองว่า คำว่า คอฟฟี่ ที่แปลว่า กาแฟ เป็นคำสามัญทั่วไป

“การได้รับการประกาศว่าสินค้าหรือผลผลิตใดเป็นจีไอ ถือเป็นการประกาศให้คนทั่วไปรับทราบว่าในแต่ละท้องถิ่นของพวกเขามีของดีที่สมควรจะช่วยกันส่งเสริมและอนุรักษ์ เพราะไม่ใช่ทุกที่ที่จะมีผลผลิตหรือสินค้าที่จะเป็นจีไอได้ การได้ขึ้นทะเบียนเป็นสินค้าจีไอ หรือผลผลิตที่ได้เครื่องหมายจีไอ ยังได้เป็นการประกาศความดีและความงาม ความรู้และภูมิปัญญาของท้องถิ่น และในบางรายได้นำมาสู่สภาพเศรษฐกิจที่ดีขึ้นของท้องถิ่นนั้นๆ เช่น กรณีข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ ข้าวสังข์หยดพัทลุง กาแฟดอยตุง กาแฟดอยช้าง หรือสับปะรดภูแล เพราะสินค้าที่มีเครื่องหมายจีไอจะได้รับการยอมรับในระดับที่สูงกว่าสินค้าที่เหมือนกัน ซึ่งบางครั้งอาจไม่ใช่ในเรื่องคุณภาพ แต่เป็นในเรื่องของการเป็นคุณค่าที่เป็นจีไอ” ผู้เชี่ยวชาญฯ กล่าว

ปัญหาใหญ่ของการส่งเสริมให้ขึ้นทะเบียนจีไอในประเทศยังทำได้ไม่มาก สาเหตุมาจากประชาชนจำนวนมากยังเห็นว่า การได้หรือไม่ได้เครื่องหมายจีไอไม่ได้ส่งผลให้ชีวิตเขาดีขึ้นหรือมีรายได้เพิ่มขึ้น ซึ่งอาจจะเป็นเพราะว่าขาดการประชาสัมพันธ์ในวงกว้าง หรือสินค้าจีไอของไทยเองยังไม่ส่งผลทั้งในแง่ชื่อเสียงหรือรายได้ อย่างชนิดที่เรียกว่าทำให้เกิดปฏิกิริยาตอบรับอย่างล้นหลาม

“คำนิยามทางการของจีไอ คือ ทรัพย์สินทางปัญญาอันเกิดจากภูมิปัญญาของท้องถิ่นที่ได้สะสม บ่มเพาะ ผสานกับลักษณะเฉพาะทางภูมิศาสตร์ ทำให้สินค้าหรือผลผลิตที่ได้ต่างจากที่อื่น จะเป็นเสมือนกับตราสำหรับชุมชน (Community Brand) ที่ใครก็แย่งไปไม่ได้ แต่จะเป็นสมบัติรวมกัน

ผลดังกล่าวทำให้ชุมชนหรือบุคคลผู้เป็นเจ้าของ สามารถที่จะใช้เป็นเครื่องมือส่งเสริมธุรกิจได้ เช่น ของเหมือนกัน อาทิ ข้าวหอมมะลิจากที่อื่นกับข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ ราคาต่อกิโลกรัมต่างกัน เพราะว่ากลิ่นและรสที่ต่างกัน ฉะนั้นเงินทุกบาทที่จ่ายออกไปเพื่อซื้อสินค้าจีไอของประชาชน นอกจากได้สินค้าแล้ว คุณยังได้ช่วยเกื้อกูลและรักษาสภาพท้องถิ่นที่กำหนดความหลากหลายเหล่านั้นด้วย เพราะผู้ผลิตจะได้มีกำลังใจว่า จีไอทำให้เขาและครอบครัวอยู่ได้ จะได้ช่วยกันรักษาและสืบทอด แต่ที่น่ากังวลยิ่งกว่าก็คือ วันนี้หากไปถามคนไทย หลายคนก็ยังไม่รู้ว่าจีไอคืออะไร เพราะฉะนั้นก็ยากที่เขาจะไปรับรู้ถึงระดับว่า สินค้าไทยตัวไหนได้เครื่องหมายจีไอ นี่คืออุปสรรคสำคัญที่กรมจะต้องฝ่าออกไปและทำให้คนทั่วประเทศตระหนักถึงความสำคัญของสิ่งนี้”

"จีไอ" เพิ่มมูลค่า-ช่วยสร้างแบรนด์ สินค้าไทย

ธนาวัฒน์ ศรีคิรินทร์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายปฏิบัติการ โครงการพัฒนาดอยตุง กล่าวว่า กาแฟดอยตุงซึ่งได้ขึ้นทะเบียนจีไออยู่ในพื้นที่ อ.แม่ฟ้าหลวง และ อ.แม่สาย จำนวน 9.3 หมื่นไร่ เกษตรกรกว่า 900 ราย ซึ่งโครงการจะมีการขึ้นทะเบียนเกษตรกรไว้เพื่อรักษามาตรฐานคุณภาพของสินค้า เพราะต้องเป็นกาแฟที่ปลูกที่สูง 800-1,200 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล เพื่อให้ได้กลิ่นรสที่ดีตามมาตรฐานกาแฟจีไอดอยตุง ทั้งนี้กาแฟดอยตุงยังเป็นสินค้าที่ได้รับเครื่องหมาย UNODC จากโครงการควบคุมยาเสพติดระหว่างประเทศแห่งสหประชาชาติ มีข้อความว่า “รายได้จากการขายผลิตภัณฑ์นี้มีส่วนในการทำให้โลกปลอดยาเสพติด” ในฐานะที่เป็นโครงการที่เปลี่ยนพื้นที่ยาเสพติดมาเป็นพื้นที่สร้างป่าและสร้างชีวิตใหม่ให้คนบนดอยตุง

“การจดทะเบียนจีไอในอียูนั้น หากสำเร็จก็จะเป็นการเปิดโอกาสทางตลาดให้กับสินค้าอื่นภายใต้ชื่อดอยตุงต่อชาวโลกเพิ่มขึ้น ไม่ได้มีผลต่อยอดการขายที่จะเพิ่มขึ้น เพราะพื้นที่มีจำกัด” ธนาวัฒน์ กล่าว

วิชา พรหมยงค์ ผู้ก่อตั้งบริษัท กาแฟดอยช้าง กล่าวว่า ปัจจุบันคงไม่จำเป็นต้องอธิบายถึงคุณภาพที่ทำให้กาแฟดอยช้างขึ้นมาอยู่ในระดับกาแฟพรีเมียมของโลก สิ่งที่รอขณะนี้คือการได้รับการรับรองสินค้าจีไอจากอียู ที่ทางกรมทรัพย์สินทางปัญญากำลังดำเนินการให้ ซึ่งการได้รับการขึ้นทะเบียนจีไอในอียู ในระดับสากลเขาให้เครดิตมาก เพราะไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะได้เครื่องหมายนี้ ซึ่งสำหรับดอยช้างนั้น นอกจากการได้จีไอแล้วกาแฟดอยช้างยังได้รับการยอมรับในระดับโลกว่าเป็นกาแฟที่รสชาติดี

“ที่ผ่านมาชาวดอยช้างไม่รู้ว่ากาแฟจีไอเป็นอย่างไร และจะทำให้ชีวิตเขาดีขึ้นอย่างไร แต่เมื่อปรากฏว่าผลผลิตกาแฟภายใต้ชื่อดอยช้างได้รับการยอมรับระดับโลกและได้ขึ้นทะเบียนสินค้าจีไอ เป็นที่ยอมรับในตลาดโลก เกษตรกรสามารถขายกาแฟได้ในราคาที่ดีขึ้น รายได้ที่กลับมาสู่ครัวเรือนก็สูงขึ้น เพราะฉะนั้นวันนี้กาแฟคือโอกาสของคนบนดอย และการได้ขึ้นทะเบียนจีไอยิ่งฉุดให้ดียิ่งขึ้น เพราะเป็นหนึ่งเดียวในโลก” วิชา กล่าว

ในปีหน้าประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดประชุมจีไอโลก ภาระสำคัญของกรมทรัพย์สินทางปัญญา คือ การสร้างความเข้าใจให้กับคนไทยทั้งชาติ รับรู้และทราบว่าจีไอคืออะไร มิเช่นนั้นปีหน้าเป็นเจ้าภาพจัดงาน คนไทยอาจงงเป็นไก่ตาแตกว่าจีไอคืออะไร ให้ขายหน้าเจ้าภาพจัดงานก็เป็นได้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท