
เผยส่งออกข้าวก.พ.ลดลง 41%
ส่งออกข้าวเดือนก.พ.ลดลง 41% รวม 2 เดือน ส่งออกลดลง 50% เหตุผู้นำเข้ารายใหญ่หันไปนำเข้าข้าวจากอีนเดีย
ส่งออกข้าวเดือนก.พ.ลดลง 41% รวม 2 เดือน ส่งออกลดลง 50% เหตุผู้นำเข้ารายใหญ่หันไปนำเข้าข้าวจากอีนเดีย
นางสาวกอบสุข เอี่ยมสุรีย์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เปิดเผยถึงสถานการณ์ข้าวไทยในขณะนี้ ว่า สถานการณ์การส่งออกข้าวในเดือนก.พ.2555 ตั้งแต่วันที่ 1-23 ก.พ. อยู่ที่ 4.65 แสนตัน ลดลง 41.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ไทยส่งออกข้าวได้ 7.96 แสนตัน โดยคาดการณ์ว่าทั้งเดือนก.พ. ไทยน่าจะส่งออกข้าวได้รวมทั้งสิ้น 5 แสนตัน รวมการส่งออกตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. – 23 ก.พ. 2555 ไทยส่งออกข้าวได้ 8.25 แสนตัน ลดลงจากปีก่อน 50.4% เนื่องจากประเทศผู้นำเข้าข้าวรายใหญ่ของไทย ได้แก่ ไนจีเรีย แอฟริการใต้ นำเข้าข้าวจากไทยลดลงอย่างมาก โดยหันไปนำเข้าข้าวจากอินเดียแทน
ขณะที่ตลาดข้าวหอมมะลินั้น มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่องในตลาดเอเชีย ที่ต้องแข่งขันในด้านราคา เพราะเวียดนามหันมาส่งออกข้าวหอมมะลิมากขึ้น และเริ่มเป็นที่นิยมของผู้บริโภค โดยเฉพาะในตลาดฮ่องกง และจีน ในปีที่ผ่านมา นำเข้าลดลง 26.9% และ 48.4% ตามลำดับ ส่วนในตลาดยุโรป สหรัฐฯ และแคนาดา ยังขยายตัวต่อเนื่อง เพราะผู้บริโภคมีกำลังซื้อสูง
ทั้งนี้ คาดการณ์ว่าการส่งออกข้าวไทยยังซบเซาต่อเนื่อง เพราะการแข่งขันที่รุนแรงจากอินเดีย และเวียดนาม โดยเฉพาะอินเดียที่ประกาศจะส่งออกปีนี้ให้ได้ 4 ล้านตัน จากเดิม 2 ล้านตัน และยังมีประเทศ อื่นที่เข้ามาแข่งขันอีก ทั้งกัมพูชา ที่ตั้งเป้าส่งออกให้ได้ 1 ล้านตันในปี 2558 และพม่า ที่เริ่มส่งออกข้าวนึ่งมากขึ้น บราซิลและอุรุกวัย ที่ตั้งเป้าขยายตลาดในแอฟริกา และปากีสถานที่ตั้งเป้าส่งออกมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ยังมั่นใจว่า ปีนี้ไทยน่าจะส่งออกได้ 6.5 ล้านตัน ส่วนการระบายข้าวสารในสต๊อก รัฐบาลควรกำหนดราคาขายให้ดี เพราะถ้าขายในราคาต้นทุนที่รับจำนำ บวกกำไร คงไม่มีผู้ส่งออกซื้ออย่าแน่ นอน
สำหรับสถานการณ์ราคาข้าวไทยในตลาดโลก ขณะนี้ปรับตัวสูงขึ้นไม่มากนัก และผิดจากที่คาดการณ์ไว้ในปีที่ผ่านมาว่าผลจากการกำหนดราคารับจำนำข้าวเปลือกนาปีปี 2554/2555 สูงถึงตันละ 1.5 หมื่นบาท จะทำให้ราคาส่งออกข้าวขาวขยับขึ้นไปสูงถึงตันละ 800 เหรียญสหรัฐ แต่ล่าสุด ณ วันที่ 29 ก.พ.ที่ผ่านมา ราคาส่งออกข้าวขาว 100% อยู่ที่ตันละ 540 เหรียญสหรัฐ ข้าวขาว 5% ตันละ 520 เหรียญสหรัฐ 15% ตันละ 510 เหรียญสหรัฐ และ 25% ตันละ 505 เหรียญฯ
ทั้งนี้ มีสาเหตุหลักมาจากการที่อินเดีย กลับมาส่งออกข้าวอีกครั้งในช่วงปีที่ผ่านมา หลังจากหยุดส่งออกมาหลายปี โดยขายในราคาต่ำมาก เพราะเป็นข้าวในสต๊อกเก่า และผลจากเหตุการณ์นี้ ทำให้ปริมาณการส่งออกข้าวของเวียดนามลดลงมาก จนเวียดนามต้องเสนอขายข้าวในตลาดโลกในราคาต่ำกว่าอินเดีย โดยเสนอขายข้าวขาว 5% เพียงตันละ 415 เหรียญสหรัฐ 10% ตันละ 410 เหรียญสหรัฐ 15% ตันละ 400 เหรียญสหรัฐ และ 25% ตันละ 385 เหรียญสหรัฐเท่านั้น
“แม้โครงการรับจำนำไม่ทำให้ราคาส่งออกข้าวไทยสูงอย่างที่คาดการณ์ไว้ แต่ราคาขณะนี้ก็ถือว่าสูงกว่าคู่แข่งมาก คาดว่า เวียดนามยังจะเสนอขายราคาต่ำระดับนี้ต่อเนื่องไปอีกหลายเดือน เพราะตอนนี้เป็นช่วงต้นฤดู เพิ่งจะมีการเก็บเกี่ยว และราคาข้าวไทยน่าจะทรงตัวระดับนี้เช่นกัน” นางสาวกอบสุข กล่าว







