posttoday
มุมมองหุ้นเดือน มี.ค.เป็นลบ

มุมมองหุ้นเดือน มี.ค.เป็นลบ

02 มีนาคม 2555

ทิศทางตลาดหุ้นเดือน มี.ค. โบรกเกอร์มีมุมมองเป็นลบ

ทิศทางตลาดหุ้นเดือน มี.ค. โบรกเกอร์มีมุมมองเป็นลบ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) โนมูระ พัฒนสิน วิเคราะห์ว่า ตลาดหุ้นทั่วโลกเริ่มมีแรงขายล็อกกำไร จากราคาน้ำมันดิบอาจไปไกลกว่าที่คาด โดยคาดว่าราคาน้ำมันดิบปีนี้และปีหน้าอยู่ที่ 110115 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ที่ทำให้เศรษฐกิจโลกมีความเสี่ยงจากภาวะถดถอยและอาจเกิดกับดักสภาพคล่อง การเพิ่มปริมาณเงินในตลาดจะไม่สามารถกระตุ้นการบริโภคได้เหมือนปกติ และการดำเนินนโยบายการเงินทำได้อย่างจำกัด อิงการพุ่งขึ้นของภาวะเงินเฟ้อ ส่งผลให้ภาคการผลิตต้องลดกำลังการผลิตลง

ทั้งนี้ จะทำให้แนวโน้มตลาดหุ้นไทยผันผวนเช่นเดียวกับตลาดหุ้นโลกและมีความเสี่ยงถูกขายทำกำไร เพื่อลดความเสี่ยงของราคาน้ำมันดิบที่อาจพุ่งขึ้นจากความเสี่ยงสงครามอิหร่านกับอิสราเอล จากความวิตกว่าอิสราเอลอาจโจมตีอิหร่านภายในไตรมาส 2 และไตรมาส 3 ปีหน้า เพื่อป้องกันตัวเองหลังอิหร่านเร่งเสริมสมรรถนะยูเรเนียมที่เมืองฟอโด ที่อาจเป็นภัยคุกคามร้ายแรงต่ออิสราเอล ขณะที่ผู้นำอิหร่านอาจแสดงท่าทีแข็งกร้าวต่อสหรัฐและยุโรปมากขึ้น เพื่อหวังผลต่อการเลือกตั้ง สส.ในรัฐสภาต้นเดือน มี.ค. ที่สะท้อนว่าราคาน้ำมันดิบเบรนต์ที่ทะยานขึ้นด้วยปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างมีนัย

บล.โนมูระ พัฒนสิน แนะว่า หากดัชนีขึ้นรอบนี้ควรทยอยขายล็อกกำไร โดยกรอบสูงสุดเดือน มี.ค.คาดว่าอยู่ที่ 1,148 จุด และ 1,174 จุด และระยะสั้นเป็นสัปดาห์ทยอยขายลดพอร์ต โดยเฉพาะหากดัชนีหลุดแนวรับ 1,129 จุด (ทางเทคนิครอบใหญ่จะลงได้ 100 จุด โดยแนวรับหลักลุ้นดีดกลับที่ 1,102 จุด

ด้าน บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) มีมุมมองเชิงลบต่อหุ้นไทยเดือน มี.ค.เป็นเดือนที่ 3 เพราะราคาหุ้นปัจจุบันสะท้อนปัจจัยบวกทั้งในและต่างประเทศไปมากแล้ว และหากเทียบราคาเหมาะสมพบว่าเหลือการปรับขึ้นที่จำกัดในหุ้นหลักทั้ง ธนาคาร พลังงาน และปิโตรเคมี

ขณะที่ตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันนักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 4.5 หมื่นล้านบาท ด้านปัจจัยต่างประเทศกลับมาให้น้ำหนักกับตัวเลขเศรษฐกิจอีกครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของจีน ยุโรป และสหรัฐ รวมถึงตัวเลขการค้าระหว่างประเทศ เพราะจะเป็นการวัดอุณหภูมิความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจโลก เพราะถือว่าเป็นเหตุผลเดียวที่จะผลักดันให้ตลาดหุ้นทั่วโลกไต่ระดับได้ต่อจากเดือน ก.พ. แต่หากเป็นไปในทิศทางตรงกันข้ามอาจกลายเป็นเหตุผลในการปรับพอร์ตหุ้นทั่วโลกได้เช่นกัน

ขณะที่ประเด็นยุโรปมีน้ำหนักลดลง เพราะคาดว่าผู้นำยุโรปจะอนุมัติเงินช่วยเหลือกรีซรอบสองวงเงิน 1.30 แสนล้านยูโร ตามที่ รมว.คลังยุโรปและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) และธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) เห็นชอบในวันที่ 21 ก.พ.ที่ผ่านมา ทำให้กรีซมีเงินสดเพื่อชำระพันธบัตรครบกำหนดวันที่ 20 มี.ค. วงเงิน 1.45 หมื่นล้านยูโร แต่ปัญหาในยุโรปยังคงมีความจำเป็นที่ต้องติดตามต่อเนื่อง เพราะปัจจุบันนักลงทุนเริ่มหันมาให้น้ำหนักกับโปรตุเกสที่อาจต้องขอรับเงินช่วยเหลือรอบ 2 ต่อกรีซ แต่คงต้องใช้เวลาในการติดตามพัฒนาการ

นอกจากนี้ ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ระหว่างอิหร่านและอิสราเอลอาจเอื้อให้ราคาน้ำมันดิบไนเม็กซ์ เบรนต์ และดูไบเพิ่มขึ้นได้ และเป็นปัจจัยบวกต่อตลาดหุ้นระยะสั้นเท่านั้น เพราะระยะกลางและยาวยังถูกกดดันด้วยเงินเฟ้อเหมือนปลายปี 2553 ที่ผ่านมา บนเศรษฐกิจที่เติบโตเปราะบางและอาจทำให้เงินทุนต่างชาติพลิกกลับเป็นการปิดความเสี่ยงได้เช่นกัน

อย่างไรก็ตาม เงินทุนต่างชาติจะเป็นปัจจัยสำคัญที่เป็นจุดเก็งกำไรในตลาดหุ้นเอเชียรวมถึงตลาดหุ้นไทย ภายใต้ปัจจัยพื้นฐานที่เปราะบางที่ทำให้มีความเสี่ยงที่กว้างขึ้น

นักวิเคราะห์ บล.เมย์แบงก์ฯ เชื่อว่า กรอบการเคลื่อนไหวของดัชนีอยู่ที่ 1,0801,180 จุด จากเดือน ก.พ. ที่ 1,0001,100 จุด โดยมีปัจจัยที่อยู่นอกเหนือการควบคุมคือ กระแสเงินทุนต่างชาติเพราะปัจจัยพื้นฐานทั้งในและต่างประเทศยังคงเปราะบางบวกกับตลาดหุ้นทั่วโลกสะท้อนปัจจัยบวกไปมากแล้ว

“ณ ระดับปัจจุบันเชื่อว่านักลงทุนพร้อมเทขายทำกำไรเพื่อปิดความเสี่ยงเช่นกัน ทำให้ดัชนีจะอ่อนไหวต่อประเด็นข่าวบวกลบมากในเดือนนี้”

บล.เมย์แบงก์ฯ แนะนำหุ้นเดือน มี.ค. ได้แก่ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์ (CPF) บริษัท สมบูรณ์ แอ๊ดวานซ์ เทคโนโลยี (SAT) บริษัท สหมิตรเครื่องกล (SMIT) และบริษัท ฐิติกร (TK) จะเห็นได้ว่าการคัดเลือกหุ้นเดือน มี.ค.จะเน้นขนาดกลางมากขึ้น พร้อมผลตอบแทนจากเงินปันผลที่น่าสนใจ เพราะความผันผวนของกระแสเงินทุนต่างชาติ อาจกลายเป็นการปิดความเสี่ยงต่อหุ้นขนาดใหญ่เป็นสำคัญ

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท