
สั่งแบงก์เปิดค่าต๋งละเอียดยิบ
ธปท.บังคับแจงผู้บริโภค78รายการ ค่าทวงหนี้บัตรเครดิตโดนหางเลข
โพสต์ทูเดย์
— ธปท. เดินหน้าสั่งสถาบันการเงินเปิดเผยข้อมูลอัตราค่าธรรมเนียมเพิ่ม 54 รายการ นัดถก 19 มี.ค.นี้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ทำหนังสือขอความร่วมมือไปยังสถาบันการเงินทุกแห่ง ให้เตรียมการเปิดเผยข้อมูลอัตราค่าธรรมเนียมของธุรกรรมทางการเงินต่างๆ ให้ละเอียดขึ้นอีก 24 รายการ จากปัจจุบันที่ ธปท. กำหนดให้เปิดเผยค่าธรรมเนียม 54 รายการ เป็น 78 รายการ เพื่อให้เกิดความโปร่งใสมากขึ้น และช่วยให้ลูกค้าสามารถเปรียบเทียบอัตราค่าบริการได้สะดวกขึ้น
ทั้งนี้ ค่าธรรมเนียมที่ต้องเปิดเผยเพิ่มเติม ประกอบด้วย ค่าธรรมเนียมโอนเงินระหว่างธนาคารที่สาขา ทั้งในส่วนของบัญชีเงินฝากประเภทออมทรัพย์ และกระแสรายวัน หมวดเช็คเพิ่ม เรื่องค่าธรรมเนียมการฝากเช็คเรียกเก็บข้ามเขต ค่าธรรมเนียมการถอนเงินในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล จากตู้เอทีเอ็ม ถอนเงินจากตู้เอทีเอ็มนอกเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล
ค่าธรรมเนียมการฝากเงินในและนอกเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ผ่านเครื่องฝากเงินอัตโนมัติ (เอดีเอ็ม) ค่าฝากเงินข้ามเขตผ่านเครื่องเอดีเอ็มต่างธนาคาร และฝากเงินข้ามเขตที่เครื่องเอดีเอ็มธนาคารเดียวกัน
ทั้งนี้ ในหมวดบัตรเครดิต ธปท. ให้เพิ่มการเปิดเผยเรื่องค่าติดตามทวงถามหนี้ และค่าธรรมเนียมความเสี่ยงจากการแปลงสกุลเงินในการใช้บัตรเครดิตในต่างประเทศ รวมถึงค่าติดตามทวงหนี้สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่อส่วนบุคคล
ขณะที่ในหมวดธนาคารอิเล็กทรอนิกส์ (Internet Banking) ให้เปิดเผยค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมในส่วนของการโอนเงินธนาคารเดียวกันในเขต ค่าธรรมเนียมการโอนเงินธนาคารเดียวกันข้ามเขตและข้ามเขตไปบัญชีผู้อื่น รวมถึงค่าธรรมเนียมการโอนเงินระหว่างธนาคารทางอินเทอร์เน็ต
นอกจากนี้ ธปท. ยังสั่งการให้เปิดเผยค่าธรรมเนียมในการให้บริการโอนเงินภายในประเทศผ่านระบบบาทเน็ต (BATHNET) และการโอนเงินผ่านระบบ Bulk Payment
ทั้งนี้ การเตรียมการให้เปิดเผยข้อมูลตามแบบฟอร์มใหม่นี้ ธปท.จะเชิญธนาคารเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบในแต่ละส่วนของธนาคารพาณิชย์ หรือสถาบันการเงินมาหารือ ว่าจะสามารถยอมรับและปฏิบัติตามแนวทางข้างต้นของธปท.ได้หรือไม่ ซึ่งถ้าสถาบันการเงินการเงินส่วนใหญ่ยอมรับได้ธปท.ก็จะพิจารณาสั่งการให้ดำเนินการรายงานข้อมูลและประกาศให้ลูกค้าผู้บริโภครับทราบตามแบบฟอร์มนี้ต่อไป
แหล่งข่าวจากคณะกรรมการระบบการชำระเงิน (กรช.) ธปท. เปิดเผยว่า ข้อมูลหลายๆ รายการไม่เคยเปิดเผยให้ผู้บริโภครู้มาก่อน ไม่ว่าจะในเว็บของสถาบันการเงินนั้นๆ หรือในเว็บของ ธปท. แต่ต่อไปนี้ถ้าใครจะคิดค่าบริการแพง ผู้บริโภคก็อาจจะไม่เลือกใช้บริการการกำหนดให้สถาบันการเงินเปิดเผยข้อมูลค่าธรรมเนียมต่างๆให้ละเอียดขึ้น เป็นการเริ่มต้นการจัดระเบียบโครงสร้างค่าธรรมเนียมให้มีความโปร่งใสเป็นธรรมมากขึ้น ตามนโยบายของกรช. และยังช่วยกระตุ้นให้ระบบธนาคารพาณิชย์แข่งขันกันมากขึ้นด้วย เพราะลูกค้าก็สามารถเปรียบเทียบอัตราค่าบริการก่อนใช้บริการ
“จะเป็นแรงกดดันให้แบงก์ที่คิดแพงกว่าระบบ ต้องไปปรับปรุงค่าบริการของตัวเองให้เหมาะสม” แหล่งข่าวกรช.ระบุทั้งนี้ ธปท. จะหารือกับสถาบันการเงินทั้งระบบในวันที่ 19 มี.ค. นี้ก่อน
ด้านนายสรสิทธิ์ สุนทรเกศ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับสถาบันการเงิน ธปท. กล่าวว่า บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) อยู่ระหว่างขออนุมัติคณะรัฐมนตรีให้พิจารณาวงเงินค้ำประกันสินเชื่อเอสเอ็มอีอีก 25 หมื่นล้านบาท กระจายไปทุกภาคธุรกิจ ซึ่งช่วยสนับสนุนให้ภาคเศรษฐกิจแท้จริงขยายตัวได้ และอาจจะขอให้ธนาคารต่างประเทศเข้าร่วมโครงการค้ำประกันสินเชื่อได้ด้วยเนื่องจากต้องการให้ลูกค้าของธนาคารต่างชาติที่มีอยู่ในหลายภาคธุรกิจ โดยเฉพาะลูกค้ารายที่มีหลักประกันไม่เพียงพอจะได้ช่วยให้ลูกค้าผู้ประกอบการรายย่อยเข้าถึงสินเชื่อได้มากขึ้นด้วย ซึ่งถ้าครม.อนุมัติให้ธนาคารต่างชาติเข้าร่วมได้ก็จะมีข้อดีในเรื่องที่จะได้ช่วยให้ลูกค้าของธนาคารต่างชาติ ซึ่งเป็นธุรกิจที่หลากหลายเข้าถึงสินเชื่อได้ด้วย คาดว่าการขยายตัวของสินเชื่อน่าจะช่วยสนับสนุนให้เศรษฐกิจขับเคลื่อนได้มากขึ้น







