
แบงก์แลนด์ฯเจรจาพันธมิตรร่วมธุรกิจเสริมฐานแข็งแกร่ง
“แบงก์แลนด์” แง้มเจรจาพันธมิตร 1 ราย เป็นธนาคารพาณิชย์ ย้ำผู้ถือหุ้นใหญ่ไม่คิดขายธนาคาร
“แบงก์แลนด์” แง้มเจรจาพันธมิตร 1 ราย เป็นธนาคารพาณิชย์ ย้ำผู้ถือหุ้นใหญ่ไม่คิดขายธนาคาร
นางศศิธร พงศธร กรรมการผู้จัดการ ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ กล่าวว่า ยอมรับว่าขณะนี้ธนาคารอยู่ระหว่างการหารือกับพันธมิตรเป็นธนาคารพาณิชย์ 1 ราย โดยพิจารณาใน 2 ระดับ คือจะเข้ามาเป็นพันธมิตรเฉพาะในส่วนของธนาคาร หรือเข้ามาเป็นพันธมิตรระดับโฮลดิงส์ผ่านบริษัท แอล เอช ไฟแนนซ์เชียล กรุ๊ป (LHFG)
“ขอย้ำว่าผู้ถือหุ้นใหญ่ของธนาคารต้องการแค่หาพันธมิตร ไม่ได้คิดจะขายธนาคาร การเข้ามาของพันธมิตรคงสนใจธุรกิจของธนาคารมากกว่าจะมองหากำไร จากอัตราส่วนผลตอบแทนจากผู้ถือหุ้น (อาร์โออี) เพราะเราเป็นธนาคารที่เล็กมาก” นางศศิธร กล่าว
นางศศิธร กล่าวว่า สิ่งที่ธนาคารต้องทำ คือการขยายบริการทางด้านธุรกิจต่างประเทศ เพราะปัจจุบันต้องใช้บริการผ่านธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ ซึ่งการหาพันธมิตรหากเป็นสถาบันการเงินต่างประเทศก็จะช่วยธนาคารในเรื่องนี้ได้
สำหรับเรื่องผลิตภัณฑ์ตั๋ว บี/อี ของธนาคาร หลังพระราชกำหนด(พ.ร.ก.) แก้หนี้กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (กองทุนฟื้นฟูฯ) มีผลบังคับใช้ และต้องนำส่งค่าธรรมเนียมตั๋วบี/อี เท่ากับอัตราการนำส่งเงินฝาก 0.47% นั้น ธนาคารยืนยันจะยังคงผลิตภัณฑ์ตั๋ว บี/อี เหมือนเดิม เพื่อเป็นทางเลือกให้กับลูกค้า โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าของธนาคารจะเป็นกลุ่มที่มีจำนวนเงินฝากต่อรายสูงกว่า 1 ล้านบาท ฉะนั้นธนาคารก็ต้องสู้เรื่องราคา แม้จะมีต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ธนาคารขนาดเล็กดำเนินนโยบายอย่างนี้มาโดยตลอด ก่อนที่จะมี พ.ร.ก.ฉบับนี้
ทั้งนี้ จำนวนเงินฝากทั้งหมดของธนาคารอยู่ที่ 58,569 ล้านบาท แบ่งเป็น ตั๋วบี/อี 62% หรือ 3.63 หมื่นล้านบาท เงินฝากมีระยะเวลา 1.22 หมื่นล้านบาท และเงินฝากออมทรัพย์และกระแสรายวัน 17% หรือ 1 หมื่นล้านบาท
การหารายได้ค่าธรรมเนียมปีนี้น่าจะดีขึ้น ซึ่งเป็นปกติของธุรกิจธนาคารที่รายได้ส่วนนี้จะดีขึ้นทุกปี และอีกส่วนหนึ่งยอมรับว่าจะเป็นผลจาก พ.ร.ก.แก้หนี้กองทุนฟื้นฟูฯ ที่จะทำให้ธนาคารพาณิชย์หันมามองรายได้ค่าธรรมเนียมเพิ่ม โดยปีก่อนธนาคารมีรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยเติบโต 105% รายได้ค่าธรรมเนียมเติบโต 38% และรายได้จากดอกเบี้ยเติบโต 44.2%
ขณะที่สินเชื่อปีนี้ตั้งเป้าหมายเติบโต 25% โดยจะปรับสัดส่วนสินเชื่อลูกค้าเอสเอ็มอีกับลูกค้ารายย่อยให้สมดุล







