
อิชิตันพุ่งเป้าเบียดเพียวริคุชิงขึ้นที่2ปีนี้
อิชิตัน ทุ่ม 350 ล้านบาท โหมอัดแคมเปญสร้างแบรนด์แกร่ง
อิชิตัน ทุ่ม 350 ล้านบาท โหมอัดแคมเปญสร้างแบรนด์แกร่ง หวังขึ้นที่ 2 ตลาดชาเขียวพร้อมดื่มหมื่นล้านบาท
นายตัน ภาสกรนที กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป ผู้ทำตลาดเครื่องดื่มน้ำสมุนไพร “ดับเบิ้ล ดริ๊งค์” และชาเขียวพร้อมดื่ม “อิชิตัน” เปิดเผยว่า ในปีนี้จะใช้งบทำตลาดชาเขียวอิชิตัน ราว 300 ล้านบาท โดยล่าสุดใช้งบ 70 ล้านบาท จัดแคมเปญ “อิชิตัน ทัวร์ยกแก๊งค์” ตอน เที่ยวกับตันมันส์กับโน้ส
แคมเปญดังกล่าวถือเป็นแคมเปญใหญ่ครั้งแรกหลังจากทำตลาดชาเขียวพร้อมดื่มอิชิตันในปีที่ผ่านมา โดยมีรางวัลใหญ่ให้กับ 30 แก๊ง รวม 120 ที่นั่ง ร่วมเดินทางท่องเที่ยวในประเทศญี่ปุ่นฟรี เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค.-31 พ.ค. 2555 คาดว่าจะมียอดขายจากแคมเปญนี้กว่า 1,000 ล้านบาท
“ปัจจุบันมีแฟนคลับที่ติดตามเฟซบุ๊คของโน้สอุดม ราว 5แสนแฟนเพจ ส่วนของผมเองมีผู้ติดตามเกือบ 1.3 ล้านแฟนเพจ ซึ่งจากแคมเปญดังกล่าว ยังจะช่วยเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายจากแฟนคลับกลุ่มนี้เพิ่มขึ้นด้วย” นายตัน กล่าว
ด้านการแข่งขันในปีนี้ คาดว่าเจ้าของสินค้าจะหันมาจัดโปรโมชันต่างๆ มากขึ้นเพื่อสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่ง รวมถึงการใช้กลยุทธ์ราคา ซึ่งส่งผลให้ส่วนแบ่งตลาดของแต่ละแบรนด์ลดลง แต่กลับมียอดขายเพิ่มขึ้น เนื่องจากมูลค่าตลาดเติบโตต่อเนื่องทุกปี
สำหรับในเดือน เม.ย.ปีนี้ บริษัทคาดว่าโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมโรจนะ จ.พระนครศรีอยุธยา จะกลับมาผลิตสินค้าได้ตามปกติราว 50% และครบ 100% ในสิ้นปีนี้ และจะมีกำลังการผลิตเต็มที่ 50-60 ล้านขวดต่อเดือนในปีหน้า จากปัจจุบันว่าจ้างผลิตจากภายนอกใน 2 โรงงาน มีกำลังการผลิตอยู่ที่ 7แสนลังต่อเดือน และแบบบรรจุกล่องยูเอชที 22.5 แสนลังต่อเดือน จากปัจจุบันบริษัทผลิตสินค้าเอง 60% และจ้างผลิต 40%
นอกจากนี้ ยังเร่งกระจายสินค้าให้เข้าถึงช่องทางร้านค้าปลีกทั่วไปให้ครอบคลุม 50% ทั่วประเทศ จากปัจจุบันอยู่ที่ 27% โดยปีนี้ตั้งเป้ายอดขาย 2,500-3,000 ล้านบาท และมีส่วนแบ่งตลาดมากกว่า 20% ขึ้นเป็นอันดับ 2 ของตลาดชาเขียวพร้อมดื่มในปีนี้ที่คาดว่าจะเติบโตราว 30% หรือมีมูลค่าแตะ 1 หมื่นล้านบาท
จากการสำรวจของเอซีนีลเส็น ในปี 2554 พบว่าตลาดชาเขียวพร้อมดื่มมีมูลค่าเกือบ 9,000 ล้านบาท โดยแบรนด์โออิชิเป็นผู้นำตลาดด้วยส่วนแบ่งมากกว่า 50% อันดับ 2 คือ เพียวริคุ ส่วนแบ่ง 16.3% ตามด้วยอิชิตัน มีส่วนแบ่งตลาด 16.19%ซึ่งภาพรวมตลาดชาเขียวชะลอตัวในช่วงปลายปีก่อน จากปัญหาน้ำท่วมที่กระทบการผลิตและการกระจายสินค้า







