
น้ำตาลกำไรดีส่อล้มเพิ่มทุน
KSLตุนสภาพคล่องเหลือเฟือKBSเตรียมไว้1ปี300ล้านหุ้น
KSLตุนสภาพคล่องเหลือเฟือKBSเตรียมไว้1ปี300ล้านหุ้น
KSL ล้มเพิ่มทุนปล่อยหมดอายุ หลังกำไรปี 2554 ดีเกินคาด ปีนี้พร้อมลงทุนอีก 2,500 ล้านบาท ด้าน KBS ขอเพิ่มทุนเผื่อไว้ลงทุนอีก 300 ล้านหุ้น
นายชลัช ชินธรรมมิตร์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท น้ำตาลขอนแก่น (KSL) เปิดเผยว่า บริษัทจะไม่มีการเพิ่มทุนจดทะเบียน หลังจากผู้ถือหุ้นประจำปี 2553 ได้อนุมัติให้ออกหุ้นเพิ่มทุนจำนวน 320 ล้านหุ้น เนื่องจากขณะนี้บริษัทมีเงินทุนมากเพียงพอจากกำไรสุทธิ 1,850 ล้านบาท ในปี 2554 ขยายตัว 1,089% จากปี 2553
นอกจากนี้ บริษัทยังมีเงินจากการออกหุ้นกู้ช่วงปลายปี 2554 ที่ผ่านมาวงเงินประมาณ 1,0001,500 ล้านบาท และสถาบันการเงินพร้อมให้วงเงินสินเชื่อ ดังนั้นมติเพิ่มทุนที่ได้ขอผู้ถือหุ้นไปแล้วนั้นคงจะปล่อยให้หมดอายุในวันที่ 1 ส.ค. 2555
ปีนี้บริษัทมีแผนลงทุนอีก 2,500 ล้านบาท เพื่อใช้ซ่อมบำรุงโรงงาน 500 ล้านบาท และที่เหลือจะนำไปลงทุนก่อสร้างโรงงานผลิตน้ำตาลแห่งที่ 5 ที่ จ.เลย มูลค่า 3,800 ล้านบาท คาดว่าจะแล้วเสร็จปลายปีนี้ และจะช่วยเพิ่มกำลังการผลิตอีก 1.8 หมื่นตันอ้อยต่อวัน หรือ 20% จากปัจจุบันที่มีกำลังการผลิต 8 หมื่นตันอ้อยต่อวัน
สำหรับผลประกอบการในปีนี้ บริษัทคาดว่ารายได้จะมีการขยายตัว 15% แม้ว่าราคาน้ำตาลโดยเฉลี่ยจะลดลงประมาณ 10% เหลือ 600 เหรียญสหรัฐต่อตัน แต่ปริมาณการขายมีการขยายตัวเป็น 7 ล้านตันอ้อย หรือขยายตัว 15% จากปีก่อนหน้าอยู่ที่ 6.17 ล้านตันอ้อย และคาดว่ากำไรก่อนหักดอกเบี้ยภาษีและค่าเสื่อม (อีบิตดา) จะใกล้เคียงกับงวดปีก่อน หรือเห็นที่ระดับ 3,900-4,000 ล้านบาท
ขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างการขอกระทรวงพาณิชย์เพื่อขอเปลี่ยนรอบปีบัญชีให้เป็นไปตามปีปฏิทิน (ม.ค.ธ.ค.) เพราะหากตามรอบบัญชีเดิมสิ้นสุดเดือน ต.ค. จะทำให้ได้รับสิทธิทางภาษีนิติบุคคลที่ลดลงเหลือ 23% ของรัฐบาล ล่าช้ากว่าบริษัทอื่น ในกรณีภาษีลดลง 7% เท่ากับจะช่วยประหยัดภาษี 100 ล้านบาท
ด้านนายอิสสระ ถวิลเติมทรัพย์ กรรมการบริหาร บริษัท น้ำตาลครบุรี (KBS) กล่าวว่า คณะกรรมการมีมติขอเพิ่มทุนอีก 300 ล้านหุ้น จากปัจจุบันมีทุนทั้งหมด 500 ล้านหุ้น โดยแบ่งเสนอขายผู้ถ้อหุ้นเดิมจำนวน 150 ล้านหุ้น ขายประชาชนทั่วไปจำนวน 100 ล้านหุ้นและขายให้กับนักลงทุนเฉพาะเจาะจง (พีพี) อีก 50 ล้านหุ้น ทั้งนี้เพื่อเตรียมไว้ลงทุนในระยะ 1 ปีนี้ แต่หากไม่จำเป็นต้องการใช้ก็จะปล่อยให้หมดอายุไป แต่การเพิ่มทุนจะต้องไม่เกินกว่า 30% ของทุนชำระแล้ว
“เราต้องขอมติผู้ถือหุ้นเรื่องเพิ่มทุนเตรียมไว้ เพื่อความคล่องตัว หากจำเป็นต้องใช้ก็สามารถดำเนินการได้ทันที ไม่ต้องเสียเวลา” นายอิสสระ กล่าว
นอกจากนั้น ยังมีมติจ่ายปันผลเป็นเงินสด 0.03 บาท ให้กับผู้ถือหุ้นที่มีชื่อในทะเบียนวันที่ 14 มี.ค. 2555 และผลงานในไตรมาส 4 ปี 2554 (ต.ค. 2554ธ.ค. 2554) มีกำไรสุทธิ 30.04 ล้านบาท ทรงตัวเทียบงวดไตรมาสแรกปี 2554 (ต.ค. 2555-ธ.ค. 2553)







