posttoday
หุ้นไทยจ่อ10ล้านล.

หุ้นไทยจ่อ10ล้านล.

01 มีนาคม 2555

มูลค่าสูงสุดตั้งแต่ปี18ดัชนีไฮ16ปีเซียนฟันธงเงินไหลเข้าตลาดวิ่งต่อ

มูลค่าสูงสุดตั้งแต่ปี18ดัชนีไฮ16ปีเซียนฟันธงเงินไหลเข้าตลาดวิ่งต่อ

หุ้นไทยสูงสุดในรอบเกือบ 16 ปี มาร์เก็ตแคปแตะ 9.5 ล้านล้านบาท มากสุดเป็นประวัติการณ์ ดัชนีมีแนวโน้มไปต่อ

ตลาดหุ้นไทยเป็นภาวะกระทิงต่อเนื่องดัชนีปิดสูงสุดของวันที่ระดับ 1,160.90 จุด ทำสถิติสูงสุดในรอบ 15 ปี 7 เดือน นับจากระดับ 1,164.81 จุด เมื่อวันที่ 23 ก.ค. 2539

ขณะที่มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวม (มาร์เก็ตแคป) อยู่ที่ 9.52 ล้านล้านบาท สูงสุดนับตั้งแต่ก่อตั้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยมาตั้งแต่ปี 2518 และเพิ่มขึ้นจากระดับ 8.40 ล้านล้านบาท ในช่วงสิ้นปี 2554 ส่วนนักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิแล้วเกือบ 5 หมื่นล้านบาท นับตั้งแต่ต้นปี 2555 เป็นต้นมา

นายสุกิจ อุดมศิริกุล ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุนลูกค้าบุคคล บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า คาดว่าดัชนีหุ้นจากนี้ไปจะเคลื่อนไหวลักษณะปรับฐานสลับกับปรับตัวเพิ่มขึ้น ดังนั้นนักลงทุนควรใช้กลยุทธ์ลงทุนแบบซื้อเมื่ออ่อนตัวและขายทำกำไรเมื่อดัชนีปรับตัวเพิ่มขึ้นแรง โดยให้ถือหุ้นสัดส่วน 50% ของพอร์ต แต่หากรับความเสี่ยงได้มากสามารถถือหุ้นเพิ่มขึ้นได้

สำหรับหุ้นที่น่าลงทุน คือ หุ้นกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี เนื่องจากราคาหุ้นยังไม่แพงมากและมีโอกาสได้รับผลดีจากทิศทางราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยแนะนำซื้อ บริษัท ไทยออยล์ (TOP) และบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล (PTTGC)

นอกจากนี้ แนะนำซื้อหุ้นกลุ่มไอซีที เพราะจ่ายเงินปันผลสูง โดยแนะนำซื้อบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น (INTUCH) และบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (DTAC)

ทั้งนี้ ที่ประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีมติอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบธนาคารพาณิชย์ยุโรปถึง 5.29 แสนล้านยูโรมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 4.5 แสนล้านยูโร อย่างไรก็ตามยังให้เป้าหมายดัชนีปีนี้ที่ระดับ 1,300 จุด

น.ส.อาภาภรณ์ แสวงพรรค ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์ บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) กล่าวว่า ดัชนีหุ้นมีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อจากเงินไหลเข้ามาอีก นอกจากนั้นภายใน 1-2 เดือนนี้เม็ดเงินจากการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลจะเข้าสู่ระบบจริงๆ ซึ่งจะช่วยกระตุ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจและส่งผลบวกต่อการลงทุน

ทั้งนี้ ระยะสั้นดัชนีมีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้นเหนือระดับ 1,160 จุด หรือสูงกว่านั้น โดยมีจุดตัดขาดทุนที่ระดับ 1,135 จุด เพราะการที่ดัชนีปรับตัวเพิ่มขึ้นแรงอาจมีการปรับฐานเป็นระยะๆ ส่วนเป้าดัชนีปลายปีอยู่ที่ระดับ 1,246 จุด

สำหรับหุ้นที่น่าสนใจลงทุนช่วงนี้ให้อิงเงินทุนไหลเข้า เช่น กลุ่มธนาคารพาณิชย์และพลังงาน โดยแนะนำซื้อ ธนาคารกรุงเทพ (BBL) และ PTTGC

นายสมพงษ์ ชลคดีดำรงกุล นักลงทุนรายใหญ่ เจ้าของฉายา “เสี่ยปู่” กล่าวว่า ได้ขายหุ้นทำกำไรออกไปบางส่วน แต่ยังคงถือหุ้นอยู่ในระดับ 80% ของพอร์ต เพราะเชื่อว่าบริษัทที่ถืออยู่มีอนาคตดี ดังนั้นมองว่าราคาหุ้นมีโอกาสไปต่อได้ โดยหุ้นที่น่าสนใจ คือ ยานยนต์และพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เพราะบริษัทยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่จากวิกฤตน้ำท่วม ทำให้ราคาหุ้นยังต่ำอยู่ ขณะที่กลุ่มปิโตรเคมีจะได้รับผลดีจากราคาผลิตภัณฑ์ที่มีแนวโน้มสูงขึ้น

“ผมเข้าไปซื้อหุ้นตั้งแต่ดัชนีประมาณ 900 จุด ตอนนี้ก็ยังถืออยู่ในสัดส่วนสูงมาก แม้มีขายทำกำไรออกไปบ้าง เพราะตั้งแต่ต้นปีเป็นต้นมาได้กำไรแล้วไม่ต่ำกว่า 20%” นายสมพงษ์ กล่าว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท