
น้ำท่วมซัดประกันขาดทุนหนัก
บริษัทประกันรายเล็กรายใหญ่ โดนพิษน้ำท่วม ขาดทุนถ้วนหน้า
บริษัทเล็ก-ใหญ่โดนถ้วนหน้าไทยรีหนักสุดสินไหมกระฉูด
บริษัทประกันรายเล็กรายใหญ่ โดนพิษน้ำท่วม ขาดทุนถ้วนหน้า
นางฐิตาพร ธารากิจ รองผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยรับประกันภัยต่อ เปิดเผยถึงผลดำเนินงานในปีที่ผ่านมาว่า บริษัทขาดทุน 1,660 ล้านบาท เทียบกับปี 2553 ที่มีกำไร 580 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ในช่วงปลายปีที่ผ่านมา ทำให้ต้องจ่ายค่าสินไหมทดแทนก่อนการรับประกันภัยต่อ 13,098 ล้านบาท แต่หลังหักการเอาประกันภัยต่อแล้ว บริษัทจะบันทึกค่าสินไหมทดแทนสุทธิ 2,989 ล้านบาท ทำให้ปี 2554 ต้องงดจ่ายเงินปันผล
นายโรวัน ดี อาซี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศรีอยุธยา แคปปิตอล กล่าวว่า ปีที่ผ่านมาบริษัทขาดทุน 455 ล้านบาท เทียบกับปี 2553 ที่มีกำไร 321 ล้านบาท เนื่องจากเหตุการณ์น้ำท่วมทำให้ขาดทุนจากการรับประกันภัย 862 ล้านบาท ขณะที่ปี 2553 มีกำไรจากการรับประกันภัย 38 ล้านบาท
ทั้งนี้ บริษัทต้องจ่ายค่าสินไหมทดแทนจากน้ำท่วม 5,978 ล้านบาท และเป็นค่าสินไหมที่จะได้รับคืนจากผู้รับประกันภัยต่อ 4,947 ล้านบาท ส่วนใหญ่เนื่องมาจากการโต้แย้งที่เกิดขึ้นกับผู้รับประกันภัยต่อจากสัญญาประกันภัยต่อสำหรับความเสียหายที่เกิดขึ้น
นายปิติพงศ์ พิศาลบุตร กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท นวกิจประกันภัย กล่าวว่า ส่วนบริษัทปีที่ผ่านมาขาดทุน 197 ล้านบาท เทียบกับปี 2553 ที่มีกำไร 172 ล้านบาท สาเหตุมาจากค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยเพิ่มขึ้น 519 ล้านบาท หรือ 31% ซึ่งเป็นผลมาจากค่าสินไหมทดแทนจากน้ำท่วมเป็นหลัก
นายฑิฆัมพร พงษ์สวัสดิ์ กรรมการผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยประกันภัย กล่าวว่า ปีที่ผ่านมาบริษัทขาดทุน 36 ล้านบาท เทียบกับปี 2553 ที่มีกำไร 46 ล้านบาท เป็นผลมาจากช่วงไตรมาส 4 ปีที่ผ่านมา เกิดน้ำท่วม ทำให้มีผลขาดทุน 81 ล้านบาท เนื่องจากช่วง 9 เดือนแรก บริษัทยังมีกำไร 45 ล้านบาท
นายสุกิจ จรัญวาศน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท จรัญประกันภัย กล่าวว่า บริษัทขาดทุนปีที่ผ่านมา 38 ล้านบาท เทียบกับปี 2553 ที่มีกำไร 16 ล้านบาท สาเหตุมาจากการขาดทุนจากการรับประกันภัยเพิ่มขึ้น 873% เนื่องจากเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ ทำให้ค่าสินไหมทดแทนที่ต้องจ่ายเพิ่มขึ้นด้วย
นายสุชาติ ไตรศิริเวทวัฒน์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท อินทรประกันภัย กล่าวว่า ปีที่ผ่านมาบริษัทขาดทุน 49 ล้านบาท เทียบกับปี 2553 ที่มีกำไร 5 ล้านบาท โดยเหตุผลหลักมาจากการขาดทุนจากการรับประกันภัย 44 ล้านบาท ขณะที่ปี 2553 มีกำไรจากการรับประกันภัย 3.6 ล้านบาท







