posttoday
ม.หอการค้าเผยคนเผชิญรายได้ไม่พอจ่าย

ม.หอการค้าเผยคนเผชิญรายได้ไม่พอจ่าย

29 กุมภาพันธ์ 2555

ม.หอการค้าเผยผลสำรวจพบ หลังน้ำท่วมประชาชนประสบปัญหาด้านการเงิน รายได้ไม่พอรายจ่าย เหตุน้ำมัน ราคาสินค้าแพงขึ้น

ม.หอการค้าเผยผลสำรวจพบ หลังน้ำท่วมประชาชนประสบปัญหาด้านการเงิน รายได้ไม่พอรายจ่าย เหตุน้ำมัน ราคาสินค้าแพงขึ้น

นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจความเชื่อมั่นต่อการป้องกันน้ำท่วมของภาครัฐ (ประชาชนทั่วไป) จากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,181 ตัวอย่าง พบว่า ผู้ตอบประมาณ 50% บอกว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นจากน้ำท่วมส่งผลต่อรายได้ รายจ่าย และหนี้สินของครัวเรือนในระดับมากและปานกลาง โดยขณะนี้ 33.3% ตอบว่ารายจ่ายของครัวเรือนยังไม่กลับมาเป็นปกติ และ 27.5% หนี้สินยังไม่กลับมาเป็นปกติ

ทั้งนี้ หลังจากน้ำท่วมที่ผ่านมา ผู้ตอบ 53.9% เคยประสบปัญหา รายได้ไม่เพียงพอกับรายจ่าย เนื่องจาก46.2% ราคาสินค้าแพงขึ้น 20.6% ต้องซ่อมแซมบ้าน 17.9% ราคาน้ำมันแพง 11.6% อัตราดอกเบี้ยสูงขึ้น และ 3.8% ตกงานไม่มีงานทำ ซึ่งหากเปรียบเทียบพฤติกรรมการใช้จ่ายในช่วงปัจจุบันกับช่วงเดียวกันของปีก่อน พบว่า ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม 26.2% จะลดการใช้จ่ายและ 65.7% ยังใช้จ่ายเท่าเดิม

ขณะที่ความเชื่อมั่นในการบริหารจัดการน้ำในปี 2555 ของรัฐบาลผู้ตอบ 56.7% มีโอกาสท่วมอีกในระดับปานกลาง  15.1% มีโอกาสท่วมมาก 17.3% มีโอกาสท่วมน้อย หากเทียบการบริหารจัดการในปี 2555 กับ ปี 2554 ผู้ตอบ 54.6% เห็นว่า เหมือนเดิม 23.4% เห็นว่าดีมากกว่าปี 2554 เล็กน้อย และ 18.9% เห็นว่าดีน้อยกว่าปี 2554 เล็กน้อย

ด้านข้อมูลข่าวสาร ผู้ตอบ 88.9% ทราบว่ารัฐบาลมีการดำเนินการจัดทำแผนการบริหารจัดการป้องกันน้ำท่วม แต่ส่วนใหญ่ถึง 60.9% ทราบในระดับปานกลาง 26.2% ทราบน้อย 7% ทราบมาก 5% ทราบน้อยที่สุด และ 0.9% ทราบมากที่สุด ส่วนความเชื่อมั่นต่อการบริหารจัดการน้ำของรัฐบาลที่กำลังดำเนินการในปี 2555 ผู้ตอบ 62.1% เชื่อมั่นปานกลาง 24.5% เชื่อมั่นน้อย เนื่องจากรัฐบาลไม่มีเอกภาพในการบริหารจัดการ ดูจากผลงานที่ผ่านมา และมีแต่แนวทางแต่ยังไม่เป็นรูปธรรม

สำหรับข้อเสนอแนะต่อรัฐบาล ต้องการให้มีการปลูกป่าเพื่อซับน้ำ ทำแก้มลิงตามพระราชดำริ จัดระบบการปล่อยน้ำที่มีประสิทธิภาพ ขุดลอกคูคลอง ใช้คนให้ตรงกับงาน และบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกันทั้งประเทศ

ส่วนปัจจัยลบที่จะมีผลต่อเศรษฐกิจไทยกลุ่มตัวอย่าง 36.9% เห็นว่าระดับราคาน้ำมัน 20.5% ราคาสินค้า 17.2% เศรษฐกิจโลก 15.4%สถานการณ์ทางการเมือง ขณะที่ปัจจัยบวก 39.7% นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล 24.36% การขึ้นเงินเดือน ค่าแรงขั้นต่ำ 21.8% งบประมาณในการฟื้นฟูน้ำท่วม 11.9% การลดค่าครองชีพ เป็นต้น

นายธนวรรธน์ กล่าวว่า จากการสำรวจประชาชนได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วมไม่มาก แต่สภาพในปัจจุบันประชาชมมีภาวะสภาพคล่องฝืดเคือง เพราะปัญหาราคาน้ำมัน และค่าครองชีพ ราคาสินค้าปรับตัวสูงงขึ้นมากกว่า โดยราคาน้ำมันจะเป็นตัวฉุดกำลังซื้อของผู้บริโภค  ซึ่งหากประชาชนมีจิตวิทยาในเชิงลบ จะเป็นอุปสรรคต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจ ดังนั้นรัฐบาลต้องเร่งการกระตุ้นกำลังซื้อให้มากที่สุด

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี