
ปิดฉากมอท.หลังพอกหนี้ขาดทุนบักโกรก
ครม.สั่งเลิกกิจการไม้อัดไทย หลังขาดทุนต่อเนื่อง เตรียมโอนที่สวนป่ากว่า 3.2 หมื่นไร่ให้ อ.อ.ป.
ครม.สั่งเลิกกิจการไม้อัดไทย หลังขาดทุนต่อเนื่อง เตรียมโอนที่สวนป่ากว่า 3.2 หมื่นไร่ให้ อ.อ.ป.
นายชลิตรัตน์ จันทรุเบกษา รองโฆษกสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวด ล้อมเสนอให้เลิกกิจการบริษัท ไม้อัดไทย (มอท.) และโอนพื้นที่สวนป่าของ มอท. จำนวนกว่า 3.2 หมื่นไร่ ให้องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (อ.อ.ป.) ดูแลและใช้ประโยชน์ต่อไป
สำหรับ มอท.ได้ก่อตั้งตามมติ ครม.ตั้งแต่ปี 2494 ถือหุ้นโดย อ.อ.ป. เพื่อปฏิรูปการใช้ไม้ของประเทศให้เป็นไปอย่างประหยัด โดยสินค้าหลักที่ผลิตออกมาจำหน่ายได้แก่ แผ่นไม้อัด แผ่นใยไม้อัดแข็ง และบานประตู โดยเมื่อปี 2537 ได้กู้เงินจากธนาคารทหารไทยมาสร้างโรงงานผลิตแผ่นใยไม้อัดที่ อ.แก่งคอย จ.สระบุรี เพิ่มอีก 1 โรงงาน แล้วเสร็จในปี 2539 แต่ไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากเกิดวิกฤตปี 2540 จนเป็นผลให้มีผลประกอบการที่ขาดทุนมาโดยตลอด
ทั้งนี้ มอท.มีภาระหนี้สินกับธนาคารทหารไทยประมาณ 2,982 ล้านบาท ประกอบกับต้นทุนการผลิตได้ปรับสูงมากเพราะเน้นสินค้าที่มีคุณภาพ ทำให้มีราคาจำหน่ายแพงกว่าผู้ผลิตรายอื่นในประเทศ 30-50% และแพงกว่าสินค้านำเข้าจากจีน อินโดนีเซีย 100% จึงยากที่จะแข่งขันกับคู่แข่งในตลาดได้ ขณะเดียวกันยังมีปัญหาค้างชำระหนี้การค้าทุกประเภท ทั้งค่าน้ำมัน ค่าไฟฟ้า ค่าไม้ทำเยื่อ ค่าไม้บาง วัสดุอะไหล่ต่างๆ
คณะกรรมการกำกับนโยบายด้านรัฐวิสาหกิจ (กนร.) จึงหาแนวทางแก้ไขปัญหาขาดทุนดังกล่าว ทั้งการขายที่ดินเพื่อนำเงินมาชำระหนี้ และท้ายที่สุดการยกเลิกกิจการถือเป็นทางออกที่ดีที่สุด พร้อมกับได้เลิกจ้างพนักงานทั้งหมด 422 คน เหลือเพียง 23 คนให้อยู่ต่อเพื่อสะสางงาน ซึ่ง
อย่างไรก็ตาม มอท.ได้หยุดผลิตสินค้าตั้งแต่เดือน พ.ค. 2554 แล้ว







