
ดัชมิลล์ไม่ขึ้นราคาโยเกิร์ตมั่นใจเอาอยู่
ดัชมิลล์ ไม่ปรับราคาโยเกิร์ต สวนราคาต้นทุนน้ำนมดิบ ขึ้น 1 บาท พร้อมอัดงบ 150 ล้านบาท ทำตลาด “ดัชชี่ ไบโอ”
ดัชมิลล์ ไม่ปรับราคาโยเกิร์ต สวนราคาต้นทุนน้ำนมดิบ ขึ้น 1 บาท พร้อมอัดงบ 150 ล้านบาท ทำตลาด “ดัชชี่ ไบโอ”
น.ส.สุพัชรมณี ศรีวลี ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท ดัชมิลล์ ผู้ผลิตและทำตลาดผลิตภัณฑ์นมพร้อมดื่ม นมเปรี้ยวพร้อมดื่ม และโยเกิร์ต “ดัชมิลล์” เปิดเผยว่า ยังไม่มีแผนปรับขึ้นราคาสินค้ากลุ่มโยเกิร์ตในขณะนี้ แม้ว่าต้นทุนน้ำนมดิบจะมีการปรับราคาขึ้นมา 1 บาท จากปลายปีก่อนราคาน้ำนมดิบอยู่ที่ 17 บาท/กก. ซึ่งขณะนี้ได้ปรับราคาขึ้นมาแล้วอยู่ที่ 18 บาท/กก. เนื่องจากบริษัทมีโรงงานผลิตสินค้าที่มีประสิทธิภาพและมีการบริหารต้นทุนที่ดี แต่ต้องจับตาดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
อย่างไรก็ตาม หากนำปัจจัยดังกล่าวมาเปรียบเทียบกับปัจจัยลบทางด้านเศรษฐกิจ ถือว่าปัจจัยดังกล่าวน่าเป็นห่วงมากกว่า เพราะบริษัทไม่มั่นใจว่านโยบายเพิ่มค่าแรงวันละ 300 บาท จะช่วยให้ผู้บริโภคมีเงินออกมาจับจ่ายใช้สอยเพิ่มขึ้นจริงหรือไม่ เนื่องจากปัจจุบันค่าครองชีพปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในส่วนของบริษัทไม่ได้รับผลกระทบจากการปรับค่าแรงขั้นต่ำมากนัก เพราะพนักงานส่วนใหญ่มีค่าแรงเกินกว่า 300 บาทอยู่แล้ว
สำหรับแผนการดำเนินธุรกิจโยเกิร์ต ภายใต้แบรนด์ ดัชชี่ ไบโอ ในปีนี้นั้น จะใช้งบประมาณ 150 ล้านบาท ทำกิจกรรมทางการตลาด และโฆษณาประชาสัมพันธ์สินค้าต่อเนื่องตลอดทั้งปี ขณะเดียวกันก็จะมีการเปิดตัวสินค้ารสชาติใหม่เข้ามาทำตลาดต่อเนื่อง ล่าสุดบริษัทได้เปิดตัวสินค้าใหม่ 5 รสชาติเข้าทำตลาด ได้แก่ รสธรรมชาติ รสบลูเบอร์รี รสสตรอเบอร์รี รสวุ้นมะพร้าว และรสพรุน เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภค โดยสิ้นปีคาดว่าจะมียอดขายเติบโตที่ 15-20% เท่ากับตลาดรวมโยเกิร์ต
ปัจจุบันตลาดรวมโยเกิร์ตมีมูล ค่าอยู่ที่ประมาณ 3,315 ล้านบาท โดยบริษัทมีส่วนแบ่งตลาดประมาณ 70% โดยในปีนี้คาดว่าตลาดรวมจะโตประมาณ 15-20%ปีที่ผ่านมาไม่มีอัตราการเติบโต เนื่องจากได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วม ส่งผลให้หลายโรงงานไม่สามารถผลิตสินค้าและส่งสินค้าเข้ามาทำตลาดได้ เช่นเดียวกับโรงงานของบริษัทแม้ว่าจะไม่ถูกน้ำท่วม แต่ถูกน้ำล้อมรอบโรงงานทำให้ไม่สามารถขนส่งสินค้าได้ แต่จากการที่บริษัทในฐานะผู้นำตลาดด้วยการครองส่วนแบ่งการตลาดที่ประมาณ 70% ออกมาทำการตลาดต่อเนื่องคาดว่าภาพรวมตลาดโยเกิร์ตสิ้นปี้น่าจะเติบโตไม่ต่ำกว่า 15-20%







