
นำเข้าแอลพีจีมี.ค.พุ่ง 1.8 แสนตัน
กรมธุรกิจพลังงานแจงนำเข้าแอลพีจีเดือนมี.ค.พุ่ง 1.8 แสนตัน คาดใช้กองทุนน้ำมันฯอุ้มเฉียด5,000 ล้านบาท
กรมธุรกิจพลังงานแจงนำเข้าแอลพีจีเดือนมี.ค.พุ่ง 1.8 แสนตัน คาดใช้กองทุนน้ำมันฯอุ้มเฉียด5,000 ล้านบาท
นายวีระพล จิรประดิษฐกุล อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เปิดเผยว่า การนำเข้าก๊าซหุงต้ม(แอลพีจี)ในเดือนมี.ค.จะสูงถึง 1.8 แสนตัน/เดือน ซึ่งเป็นจำนวนสูงสุดเท่าที่เคยนำเข้าแอลพีจีมา โดยคาดว่าต้องใช้เงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจ่ายการนำเข้าเกือบ5,000 ล้านบาท
ทั้งนี้สาเหตุหลักที่ปริมาณนำเข้าอยู่ในระดับสูงเดือนมี.ค. เนื่องจากโรงแยกก๊าซธรรมชาติแห่งที่1ของบริษัทปตท. และโรงกลั่นน้ำมันบริษัทไทยออยล์หยุดซ่อมบำรุง ส่งผลให้การผลิตแอลพีจีในประเทศหายไปส่วนหนึ่ง แต่คาดว่าในเดือนเม.ย.ปริมาณการนำเข้าแอลพีจีจะลดลงมาอยู่ที่ 1.4-1.5 แสนตันเช่นเดิม ในขณะที่การนำเข้าในเดือนม.ค. อยู่ที่ 1.13แสนตัน ใช้เงินกองทุนน้ำมันฯชดเชย 2,223 ล้านบาท และเดือนก.พ. อยู่ที่ 1.6 แสนตัน โดยจ่ายชดเชยนำเข้าตั้งแต่วันที่ 1-21 ก.พ. อยู่ 2,741 ล้านบาท
สำหรับการใช้แอลพีจีในเดือนม.ค. 2555อยู่ที่ 5.9 แสนตัน เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้า 6% โดยเพิ่มขึ้นในส่วนของภาคปิโตรเคมี 18% เนื่องจากโรงปิโตรเคมีของบริษัทพีทีที โกลบอล เคมิคอล กลับมาดำเนินการปกติหลังหยุดซ่อมฉุกเฉิน ในขณะที่การใช้แอลพีจีในภาคขนส่ง เพิ่มขึ้น 6% เป็นผลจากผู้ใช้รถยนต์หันมาใช้แอลพีจีที่มีราคาที่ถูกกว่าน้ำมัน แม้จะมีนโยบายขยับราคาแอลพีจีภาคขนส่งเดือนละ75 สต./ก.ก. ซึ่งปรับราคาไปแล้ว 2 ครั้ง ทำให้ราคาขายปลกีแอลพีจีอยู่ที่ 19.63 บาท/ก.ก.ก็ตาม
ด้านการใช้แอลพีจีครัวเรือน เดือนม.ค. อยู่ที่ 2.4 แสนตัน ปรับลดลงเล็กน้อย หลังการใช้ในเดือนธ.ค. เพิ่มสูงขึ้นมากเพราะหมดช่วงวิกฤตอุทกภัย ส่วนการใช้ภาคอุตสาหกรรมอยู่ที่ 5.1 หมื่นตัน ยังมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง เป็นผลจากการปรับขึ้นราคาไตรมาสละ3 บาท/ก.ก. ตั้งแต่เดือนก.ค. 2554 เป็นต้นมา เฉลี่ยทำให้การใช้แอลพีจีภาคอุตสาหกรรมปรับลดลงไป 1.5 หมื่นตัน เมื่อเทียบกับช่วงที่ยังไมได้ปรับราคา
สำหรับสถานการณ์การใช้น้ำมันในเดือนม.ค.-ก.พ. 2555 พบว่า การใช้น้ำมันกลุ่มเบนซินเดือนม.ค อยู่ที่ 20.4 ล้านลิตร/วัน ลดลง 4% เทียบกับเดือนก่อนหน้า ส่วนเดือนก.พ. ตั้งแต่วันที่ 1-18 ก.พ. ยอดใช้น้ำมันเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 21.3 ล้านลิตร /วัน
การใช้น้ำมันดีเซลในเดือนม.ค. อยู่ที่ 54.7 ล้านลิตร ปรับลดลงจากเดือนธ.ค. 2554 วันละ 3 ล้านลิตร เนื่องจากราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นตามราคาตลาดโลก ประกอบกับได้เพิ่มอัตราการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯ 60 สต./ลิตร ส่งผลให้ขณะนี้ราคาขายปลีกทะลุ 30 บาทไปอยู่ที่ 31.73 บาท/ลิตร
นายวีระพล กล่าวว่า ขณะนี้ได้ตั้งคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงแผนฉุกเฉิน เพื่อติดตามสถานการณ์ราคาน้ำมันตลาดโลกอย่างใกล้ชิด หลังทิศทางราคาน้ำมันโลกมีความผันผวนและปรับสูงขึ้นต่อเนื่อง จากปัจจัยสำคัญจากสถานการณ์ในประเทศอิหร่าน และภาวะเศรษฐกิจในยุโรปและสหรัฐ โดยสั่งให้มีการรายงานตัวเลขสต๊อกน้ำมันทุกวัน รวมทั้งความเคลื่อนไหวของราคาน้ำมัน ซึ่งคาดว่าราคาน้ำมันตลาดโลกปีนี้เฉลี่ยจะอยู่ที่ 110เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล







