
เคทีซีปิดบ้านปัดกวาดขาดทุน เชื่อพลิกกลับทำกำไรขึ้นสู่ผู้นำ
“เคทีซี” ผจญภาวะขาดทุนสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 1,600 ล้านบาท ตั้งเป้าลดต้นทุนการดำเนินงานปีนี้ 600 ล้านบาท ก่อนพลิกกลับมามีกำไร
“เคทีซี” ผจญภาวะขาดทุนสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 1,600 ล้านบาท ตั้งเป้าลดต้นทุนการดำเนินงานปีนี้ 600 ล้านบาท ก่อนพลิกกลับมามีกำไร
นายระเฑียร ศรีมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บัตรกรุงไทย เปิดเผยว่า ในปีที่ผ่านมาบริษัทมีผลขาดทุนสุทธิถึง 1,621 ล้านบาท เป็นผลมาจาก 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ การตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญพิเศษ สำหรับลูกหนี้เฉพาะกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมร่วม 633 ล้านบาท
นอกจากนี้ ยังมาจากการตั้งสำรองเพิ่มพิเศษ เพื่อรองรับการแลกสิทธิประโยชน์ของลูกค้าบัตรเคทีซีรอยัล ออร์คิด พลัส อีอ 838 ล้านบาท และผลจากมาตรการลดอัตราภาษีของรัฐจาก 30% เหลือ23% ที่ส่งผลต่อการรับรู้ผลประโยชน์ในอนาคต ทำให้ภาษีเงินได้รอตัดบัญชีติดลบร่วม 404 ล้านบาท
“ช่วง 3 ไตรมาสแรกเรามีกำไรอยู่151 ล้านบาท ก่อนจะติดลบ 156 ล้านบาท เพราะเจอน้ำท่วมใหญ่รวมถึงมาตรการภาษี ทำให้ต้องตั้งสำรองเพิ่ม โดยปีที่ผ่านมาลูกหนี้สุทธิลดลง 4% มาอยู่ที่ 4.29 หมื่นล้านบาท ทำให้สินเชื่อบัตรเครดิตลดลงถึง 8% ขณะที่หนี้สูญและหนี้สงสัยจะสูญเพิ่มขึ้นเป็น 5,610 ล้านบาท จาก 4,070 ล้านบาท” นายระเฑียร กล่าว
นายระเฑียร กล่าวว่า ผลกระทบจากอุทกภัยจะยังมีอยู่ และทำให้ผลการดำเนินงานในไตรมาสแรกของปีนี้ยังอยู่ในภาวะขาดทุนและอาจมีการสำรองหนี้เพิ่ม
อย่างไรก็ตาม จากนโยบายการปรับลดต้นทุนของบริษัทที่ตั้งเป้าจะลดต้นทุนการดำเนินงานจาก 46% ให้ลงมาอยู่ที่ 40% เช่น การดึงงานที่เคยว่าจ้างบริษัทภายนอกกลับมาบริหารเอง และการร่วมมือที่เพิ่มขึ้นกับธนาคารกรุงไทยในการขายข้ามผลิตภัณฑ์ รวมถึงนโยบายในการปรับเพิ่มเงินเดือนข้าราชการจะทำให้บริษัทกลับมามีกำไรอีกครั้งในไตรมาส 2 ของปีนี้
“ต้นทุนการดำเนินงานที่ลดลงทุก 1% จะช่วยลดรายจ่ายของเราได้ 100 ล้านบาท เป้าหมายของเราคือ ปีนี้จะต้องไม่ขาดทุนอีก ซึ่งหากเป็นไปตามแผนที่วางไว้บริษัทจะมีกำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์หรือมากกว่า 650 ล้านบาท ในปี 2556 และจะก้าวขึ้นเป็นอันดับ 1 ในธุรกิจอีกครั้งในปี 2557” นายระเฑียร กล่าว
นายชุติเดช ชยุติ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารอาวุโส บริษัท บัตรกรุงไทย กล่าวว่า ในการประชุมผู้ถือหุ้นเดือน เม.ย. บริษัทจะมีการขอมติจากผู้ถือหุ้นในการ ออกหุ้นกู้อีก 3 หมื่นล้านบาท ในจำนวนนี้จะมีหุ้นกู้ระยะสั้นอายุ 270 วันรวมอยู่ด้วย แม้ว่ายังมีวงเงินเดิมที่สามารถออกหุ้นกู้ได้เหลืออยู่ 1.3 หมื่นล้านบาท







