posttoday
12ปี บสส.เอเอ็มซีของรัฐ กับภารกิจสางหนี้3แสนล้าน

12ปี บสส.เอเอ็มซีของรัฐ กับภารกิจสางหนี้3แสนล้าน

27 กุมภาพันธ์ 2555

นับเวลาย้อนหลังไป 12 ปี การก่อกำเนิด บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท (SAM) หรือ บสส.

โดย...ชีวรัตน์ กิจนภาธนพงศ์

นับเวลาย้อนหลังไป 12 ปี การก่อกำเนิด บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท (SAM) หรือ บสส. บรรษัทบริหารสินทรัพย์ของรัฐ กับภารกิจการบริหารหนี้ด้อยคุณภาพที่รับโอนมาจากธนาคารกรุงไทย ธนาคารมหานคร ธนาคารนครหลวงไทย ธนาคารศรีนคร ในช่วงวิกฤตการเงินปี 2541

ภายใต้การบริหารงานของ “น้ำผึ้ง วงศ์สมิทธิ์” กรรมการผู้จัดการ บสส. หญิงแกร่งคนหนึ่งในแวดวงบริษัทบริหารสินทรัพย์ หรือ เอเอ็มซี การปรับโครงสร้างหนี้กับภารกิจที่จะต้องมาสะสางหนี้ด้อยคุณภาพกว่า 3 แสนล้านบาท ที่หนักอึ้งตลอด 8 ปีที่เธอต้องฟันฝ่า

น้ำผึ้ง กล่าวว่า โจทย์ของรัฐบาลในการจัดตั้ง บสส. เพื่อมาแก้ไขหนี้เสียของสถาบันการเงินในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจถือว่าบรรลุเป้าหมาย ทั้งด้านการคืนลูกหนี้กลับสู่ระบบเศรษฐกิจ จากการดำเนินงานตลอดระยะเวลากว่า 12 ปีที่ผ่านมา บสส.เร่งเจรจาปรับโครงสร้างหนี้กับลูกหนี้ด้วยวิธีการต่างๆ ที่เหมาะสมกับสภาพธุรกิจและการเงินของลูกหนี้อย่างโปร่งใสและเป็นธรรม โดยสามารถคืนลูกหนี้กลับสู่ระบบเศรษฐกิจได้แล้วทั้งสิ้น 34,046 ราย คิดเป็นมูลค่าประมาณ 1.87 แสนล้านบาท หรือคิดเป็น 51% ของมูลหนี้ทั้งหมด

12ปี บสส.เอเอ็มซีของรัฐ กับภารกิจสางหนี้3แสนล้าน

นอกจากนั้น บสส.ยังได้นำเงินสดที่ได้รับจากการปรับโครงสร้างหนี้ส่วนหนึ่งไปประมูลซื้อทรัพย์สิน ทั้งสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ (เอ็นพีแอล) และสินทรัพย์รอการขาย (เอ็นพีเอ) จากสถาบันการเงิน ซึ่งถือเป็นการลดปริมาณหนี้เสียในระบบเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องอีกทางหนึ่งด้วย

ด้านการส่งเงินคืนกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ถือเป็นการดำเนินงานตามวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งองค์กรของ บสส.ในการจำกัดความสูญเสียทางการเงินต่อกองทุนฯ ให้น้อยที่สุด โดยตลอดระยะเวลาดำเนินงาน 12 ปีของ บสส. สามารถนำส่งเงินคืนกองทุนแล้วกว่า 162,169 ล้านบาท โดยสิ้นปี 2554 ได้ส่งเงินคืนกองทุนฯ 8,740 ล้านบาท แต่ยังมีภาระขาดทุนอยู่ประมาณ 2.9 แสนล้านบาท

ภารกิจหน้าที่ต่อไป รับไม้ต่อการบริหารสินทรัพย์จาก บรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย (บสท.) หลังจากปิดกิจการ น้ำผึ้ง กล่าวว่า บสส.มีความพร้อมในการรับโอนหรือซื้อสินทรัพย์ของ บสท.กลับคืน มูลหนี้รวมประมาณ 5 หมื่นล้านบาท โดย บสส.ได้ศึกษาข้อมูลและเตรียมความพร้อมด้านต่างๆ สำหรับรองรับสินทรัพย์ส่วนนี้ไว้แล้ว ซึ่งการบริหารสินทรัพย์ดังกล่าวจะทำให้ บสส.สามารถสร้างคุณค่าให้กับระบบเศรษฐกิจไทยได้มากขึ้นต่อไป

ทั้งนี้ ปัจจุบัน บสส.มีพอร์ตสินทรัพย์รวม 177,914 ล้านบาท (ไม่นับรวมสินทรัพย์ของ บสท.อีกประมาณ 5 หมื่นล้านบาท) แบ่งเป็น 4 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มกำไร 18,282 ล้านบาท คิดเป็น 10.28% 2.กลุ่มคืนทุนเร็ว 60,206 ล้านบาท คิดเป็น 33.84% 3.กลุ่มที่อยู่ในกระบวนการดำเนินคดีตามกฎหมายมี 59,144 ล้านบาท คิดเป็น 33.24% และ 4.กลุ่มปิด/ขายออก 40,282 ล้านบาท คิดเป็น 22.64% เป็นกลุ่มที่ปิดบัญชีไปแล้ว หรือกลุ่มที่เคยปรับโครงสร้างหนี้แต่แทบจะไม่มีมูลค่า หรือล้มหายตายจากไปแล้ว ซึ่งจะต้องปิดกิจการ

ในปี 2555 จะเป็นปีสุดท้ายที่ “น้ำผึ้ง” จะนั่งเก้าอี้กรรมการผู้จัดการ บริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิท ครบ2 วาระ กับบทบาทหน้าที่หัวเรือใหญ่ของ บสส. ตลอดระยะเวลา 8 ปี น้ำผึ้งได้ปรับโครงสร้างองค์กร 4-5 ครั้ง เพื่อให้เหมาะสมกับภาระหน้าที่ และงานของ บสส.ในแต่ละช่วงเปลี่ยนไป

ในช่วงแรกๆ เข้าใหม่จะต้องเน้นเรื่องการปรับโครงสร้างหนี้เป็นหลัก การเรียกลูกหนี้มาเจรจาปรับโครงสร้างหนี้ แต่เมื่อเวลาผ่านมาเข้าปีที่ 12 การคุยกับลูกหนี้ก็ยากขึ้น และหาตัวลูกหนี้ก็ยากขึ้น หนี้ที่มีอยู่ก็ตกตะกอน เพราะฉะนั้นต้องใช้กระบวนการทางด้านกฎหมายมาช่วยที่จะจัดการหนี้ เช่น การฟ้องดำเนินคดี การยึดทรัพย์

หากแบ่งช่วงการบริหารงานในช่วง 2 ปีแรก จะเข้ามาเก็บกวาดบ้าน มาเรียนรู้การทำงาน ในช่วงปี 3-4 ก็มีการปรับโครงสร้างการทำงาน แบ่งการบริหารงานพอร์ตหนี้ที่รับโอนมาจากสถาบันการเงิน กับพอร์ตหนี้ที่ซื้อมาจากสถาบันการเงินโดยตรง ควบคู่กับการศึกษาการขยายงานด้านการเป็นผู้รับจ้างการบริหารหนี้ ซึ่งพร้อมที่จะดำเนินการได้ทันที

ทั้งนี้บสส.สนใจที่จะไปรับจ้างบริหารหนี้ในส่วนของสถาบันการเงินของรัฐ

“บสส.มีความชำนาญและมีความหลากหลายในการปรับโครงสร้างหนี้ทั้งลูกค้ารายใหญ่และรายย่อย โดยหนี้ที่โอนมาจากธนาคารกรุงไทยส่วนใหญ่เป็นหนี้ที่มีการปล่อยเงินกู้ร่วมกับสถาบันการเงินอื่น (ซิดิเคตโลน) ส่วนกลุ่มลูกหนี้ที่มาจากนครหลวงไทยและศรีนครจะเป็นกลุ่มลูกหนี้รายย่อย” น้ำผึ้ง กล่าว

น้ำผึ้ง กล่าวว่า ต้องการสร้างองค์กร บสส.ให้เป็นองค์กรที่แข็งแกร่งและยั่งยืน ซึ่งจะต้องมีการพัฒนาคน เพิ่มศักยภาพของบุคลากร โดยพยายามที่จะมุ่งเน้นการสร้างวัฒนธรรมขององค์กร 6 ข้อหลัก คือ 1.ภาคภูมิใจในองค์กร ซึ่งพนักงานของ บสส.ทุกคนรู้สึกภาคภูมิใจในบทบาทขององค์กรที่มีส่วนช่วยระบบเศรษฐกิจของประเทศ รวมถึงตระหนักถึงบทบาทหน้าที่ของแต่ละคนในการร่วมขับเคลื่อนองค์กรไปข้างหน้า

2.การเปิดเผย เปิดใจ จริงใจ สนับสนุนให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อน บสส.ไปข้างหน้า

3.ความทุ่มเท สร้างสรรค์ เพื่อให้สามารถบรรลุเป้าหมายขององค์กรไปด้วยกัน

4.การใส่ใจ ช่วยเหลือ ทั้งในเรื่องการทำงานและการดำเนินชีวิต ซึ่งความใส่ใจช่วยเหลือดูแลกันเป็นสิ่งที่เรายึดถือในการปฏิบัติต่อลูกหนี้และลูกค้าตลอดมา เราได้รับคำชมว่าบรรยากาศที่ SAMอบอุ่นและเป็นมิตร

5.ยกย่อง ชมเชย คือส่งเสริมให้มีการยกย่อง ชมเชยกันในองค์กร เพื่อสร้างแบบอย่างที่ดีในองค์กร รวมทั้งเป็นการให้กำลังใจซึ่งกันและกันอีกด้วย

6.ไม่หยุดนิ่ง ไม่ยึดติด ยอมรับการเปลี่ยนแปลง สามารถปรับตัวได้ทุกสถานการณ์ มองหาโอกาสเพื่อปรับตัวและพัฒนาตนเองอยู่ตลอดเวลา เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ และต้องการให้ผู้มารับหน้าที่ต่อจะต้องสานต่อการสร้างวัฒนธรรมองค์กร

“อนาคตอยากเห็น บสส.เป็นแขนขาของรัฐ ในการช่วยรัฐบาลแก้ไขปัญหาหนี้ด้อยคุณภาพของประเทศ และในปี 2558 หรืออีก 3 ปีข้างหน้า บสส.มีวิสัยทัศน์ที่จะเป็นเอเอ็มซีแห่งชาติ” น้ำผึ้ง กล่าว

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท