
12ปี บสส.เอเอ็มซีของรัฐ กับภารกิจสางหนี้3แสนล้าน
นับเวลาย้อนหลังไป 12 ปี การก่อกำเนิด บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท (SAM) หรือ บสส.
โดย...ชีวรัตน์ กิจนภาธนพงศ์
นับเวลาย้อนหลังไป 12 ปี การก่อกำเนิด บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท (SAM) หรือ บสส. บรรษัทบริหารสินทรัพย์ของรัฐ กับภารกิจการบริหารหนี้ด้อยคุณภาพที่รับโอนมาจากธนาคารกรุงไทย ธนาคารมหานคร ธนาคารนครหลวงไทย ธนาคารศรีนคร ในช่วงวิกฤตการเงินปี 2541
ภายใต้การบริหารงานของ “น้ำผึ้ง วงศ์สมิทธิ์” กรรมการผู้จัดการ บสส. หญิงแกร่งคนหนึ่งในแวดวงบริษัทบริหารสินทรัพย์ หรือ เอเอ็มซี การปรับโครงสร้างหนี้กับภารกิจที่จะต้องมาสะสางหนี้ด้อยคุณภาพกว่า 3 แสนล้านบาท ที่หนักอึ้งตลอด 8 ปีที่เธอต้องฟันฝ่า
น้ำผึ้ง กล่าวว่า โจทย์ของรัฐบาลในการจัดตั้ง บสส. เพื่อมาแก้ไขหนี้เสียของสถาบันการเงินในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจถือว่าบรรลุเป้าหมาย ทั้งด้านการคืนลูกหนี้กลับสู่ระบบเศรษฐกิจ จากการดำเนินงานตลอดระยะเวลากว่า 12 ปีที่ผ่านมา บสส.เร่งเจรจาปรับโครงสร้างหนี้กับลูกหนี้ด้วยวิธีการต่างๆ ที่เหมาะสมกับสภาพธุรกิจและการเงินของลูกหนี้อย่างโปร่งใสและเป็นธรรม โดยสามารถคืนลูกหนี้กลับสู่ระบบเศรษฐกิจได้แล้วทั้งสิ้น 34,046 ราย คิดเป็นมูลค่าประมาณ 1.87 แสนล้านบาท หรือคิดเป็น 51% ของมูลหนี้ทั้งหมด
นอกจากนั้น บสส.ยังได้นำเงินสดที่ได้รับจากการปรับโครงสร้างหนี้ส่วนหนึ่งไปประมูลซื้อทรัพย์สิน ทั้งสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ (เอ็นพีแอล) และสินทรัพย์รอการขาย (เอ็นพีเอ) จากสถาบันการเงิน ซึ่งถือเป็นการลดปริมาณหนี้เสียในระบบเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องอีกทางหนึ่งด้วย
ด้านการส่งเงินคืนกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ถือเป็นการดำเนินงานตามวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งองค์กรของ บสส.ในการจำกัดความสูญเสียทางการเงินต่อกองทุนฯ ให้น้อยที่สุด โดยตลอดระยะเวลาดำเนินงาน 12 ปีของ บสส. สามารถนำส่งเงินคืนกองทุนแล้วกว่า 162,169 ล้านบาท โดยสิ้นปี 2554 ได้ส่งเงินคืนกองทุนฯ 8,740 ล้านบาท แต่ยังมีภาระขาดทุนอยู่ประมาณ 2.9 แสนล้านบาท
ภารกิจหน้าที่ต่อไป รับไม้ต่อการบริหารสินทรัพย์จาก บรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย (บสท.) หลังจากปิดกิจการ น้ำผึ้ง กล่าวว่า บสส.มีความพร้อมในการรับโอนหรือซื้อสินทรัพย์ของ บสท.กลับคืน มูลหนี้รวมประมาณ 5 หมื่นล้านบาท โดย บสส.ได้ศึกษาข้อมูลและเตรียมความพร้อมด้านต่างๆ สำหรับรองรับสินทรัพย์ส่วนนี้ไว้แล้ว ซึ่งการบริหารสินทรัพย์ดังกล่าวจะทำให้ บสส.สามารถสร้างคุณค่าให้กับระบบเศรษฐกิจไทยได้มากขึ้นต่อไป
ทั้งนี้ ปัจจุบัน บสส.มีพอร์ตสินทรัพย์รวม 177,914 ล้านบาท (ไม่นับรวมสินทรัพย์ของ บสท.อีกประมาณ 5 หมื่นล้านบาท) แบ่งเป็น 4 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มกำไร 18,282 ล้านบาท คิดเป็น 10.28% 2.กลุ่มคืนทุนเร็ว 60,206 ล้านบาท คิดเป็น 33.84% 3.กลุ่มที่อยู่ในกระบวนการดำเนินคดีตามกฎหมายมี 59,144 ล้านบาท คิดเป็น 33.24% และ 4.กลุ่มปิด/ขายออก 40,282 ล้านบาท คิดเป็น 22.64% เป็นกลุ่มที่ปิดบัญชีไปแล้ว หรือกลุ่มที่เคยปรับโครงสร้างหนี้แต่แทบจะไม่มีมูลค่า หรือล้มหายตายจากไปแล้ว ซึ่งจะต้องปิดกิจการ
ในปี 2555 จะเป็นปีสุดท้ายที่ “น้ำผึ้ง” จะนั่งเก้าอี้กรรมการผู้จัดการ บริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิท ครบ2 วาระ กับบทบาทหน้าที่หัวเรือใหญ่ของ บสส. ตลอดระยะเวลา 8 ปี น้ำผึ้งได้ปรับโครงสร้างองค์กร 4-5 ครั้ง เพื่อให้เหมาะสมกับภาระหน้าที่ และงานของ บสส.ในแต่ละช่วงเปลี่ยนไป
ในช่วงแรกๆ เข้าใหม่จะต้องเน้นเรื่องการปรับโครงสร้างหนี้เป็นหลัก การเรียกลูกหนี้มาเจรจาปรับโครงสร้างหนี้ แต่เมื่อเวลาผ่านมาเข้าปีที่ 12 การคุยกับลูกหนี้ก็ยากขึ้น และหาตัวลูกหนี้ก็ยากขึ้น หนี้ที่มีอยู่ก็ตกตะกอน เพราะฉะนั้นต้องใช้กระบวนการทางด้านกฎหมายมาช่วยที่จะจัดการหนี้ เช่น การฟ้องดำเนินคดี การยึดทรัพย์
หากแบ่งช่วงการบริหารงานในช่วง 2 ปีแรก จะเข้ามาเก็บกวาดบ้าน มาเรียนรู้การทำงาน ในช่วงปี 3-4 ก็มีการปรับโครงสร้างการทำงาน แบ่งการบริหารงานพอร์ตหนี้ที่รับโอนมาจากสถาบันการเงิน กับพอร์ตหนี้ที่ซื้อมาจากสถาบันการเงินโดยตรง ควบคู่กับการศึกษาการขยายงานด้านการเป็นผู้รับจ้างการบริหารหนี้ ซึ่งพร้อมที่จะดำเนินการได้ทันที
ทั้งนี้บสส.สนใจที่จะไปรับจ้างบริหารหนี้ในส่วนของสถาบันการเงินของรัฐ
“บสส.มีความชำนาญและมีความหลากหลายในการปรับโครงสร้างหนี้ทั้งลูกค้ารายใหญ่และรายย่อย โดยหนี้ที่โอนมาจากธนาคารกรุงไทยส่วนใหญ่เป็นหนี้ที่มีการปล่อยเงินกู้ร่วมกับสถาบันการเงินอื่น (ซิดิเคตโลน) ส่วนกลุ่มลูกหนี้ที่มาจากนครหลวงไทยและศรีนครจะเป็นกลุ่มลูกหนี้รายย่อย” น้ำผึ้ง กล่าว
น้ำผึ้ง กล่าวว่า ต้องการสร้างองค์กร บสส.ให้เป็นองค์กรที่แข็งแกร่งและยั่งยืน ซึ่งจะต้องมีการพัฒนาคน เพิ่มศักยภาพของบุคลากร โดยพยายามที่จะมุ่งเน้นการสร้างวัฒนธรรมขององค์กร 6 ข้อหลัก คือ 1.ภาคภูมิใจในองค์กร ซึ่งพนักงานของ บสส.ทุกคนรู้สึกภาคภูมิใจในบทบาทขององค์กรที่มีส่วนช่วยระบบเศรษฐกิจของประเทศ รวมถึงตระหนักถึงบทบาทหน้าที่ของแต่ละคนในการร่วมขับเคลื่อนองค์กรไปข้างหน้า
2.การเปิดเผย เปิดใจ จริงใจ สนับสนุนให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อน บสส.ไปข้างหน้า
3.ความทุ่มเท สร้างสรรค์ เพื่อให้สามารถบรรลุเป้าหมายขององค์กรไปด้วยกัน
4.การใส่ใจ ช่วยเหลือ ทั้งในเรื่องการทำงานและการดำเนินชีวิต ซึ่งความใส่ใจช่วยเหลือดูแลกันเป็นสิ่งที่เรายึดถือในการปฏิบัติต่อลูกหนี้และลูกค้าตลอดมา เราได้รับคำชมว่าบรรยากาศที่ SAMอบอุ่นและเป็นมิตร
5.ยกย่อง ชมเชย คือส่งเสริมให้มีการยกย่อง ชมเชยกันในองค์กร เพื่อสร้างแบบอย่างที่ดีในองค์กร รวมทั้งเป็นการให้กำลังใจซึ่งกันและกันอีกด้วย
6.ไม่หยุดนิ่ง ไม่ยึดติด ยอมรับการเปลี่ยนแปลง สามารถปรับตัวได้ทุกสถานการณ์ มองหาโอกาสเพื่อปรับตัวและพัฒนาตนเองอยู่ตลอดเวลา เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ และต้องการให้ผู้มารับหน้าที่ต่อจะต้องสานต่อการสร้างวัฒนธรรมองค์กร
“อนาคตอยากเห็น บสส.เป็นแขนขาของรัฐ ในการช่วยรัฐบาลแก้ไขปัญหาหนี้ด้อยคุณภาพของประเทศ และในปี 2558 หรืออีก 3 ปีข้างหน้า บสส.มีวิสัยทัศน์ที่จะเป็นเอเอ็มซีแห่งชาติ” น้ำผึ้ง กล่าว







