
2เดือนอยุธยาอลิอันซ์ฯเบี้ยพุ่ง
มั่นใจไตรมาสแรกเบี้ย5พันล. จ่ายผลตอบแทนตัวแทนจูงใจ
มั่นใจไตรมาสแรกเบี้ย5พันล. จ่ายผลตอบแทนตัวแทนจูงใจ
เอเอซีพีโว 2 เดือนแรกยอดขายผ่านธนาคารโตพรวด 83% มั่นใจไตรมาสแรกคว้าเบี้ยรวมไม่ต่ำกว่า 5,000 ล้านบาท
นายไบรอัน สมิธ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อยุธยา อลิอันซ์ ซี.พี.ประกันชีวิต (เอเอซีพี) เปิดเผยว่า 2 เดือนแรกของปี 2555 ผลการดำเนินงานเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยเฉพาะช่องทางการขายผ่านธนาคารกรุงศรีอยุธยาเพิ่มขึ้นถึง 83% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ไม่ขอเปิดเผยตัวเลขในขณะนี้
สำหรับปัจจัยที่ทำให้เติบโตอย่างมาก เป็นผลมาจากการประสานงานระหว่างกันมีความรวดเร็วและเข้าใจกันได้ดีขึ้น การวัดยอดขายของสาขาธนาคารมีความชัดเจนมากขึ้น และผลตอบแทนที่ให้กับฝ่ายขายเป็นที่น่าสนใจ
นอกจากนี้ เป็นผลมาจากแบบประกันที่ขายผ่านธนาคาร ซึ่งเป็นแบบชำระเบี้ยระยะไม่ยาว เช่น ชำระเบี้ย 7 ปี คุ้มครอง 12 ปี และชำระเบี้ย 9 ปี คุ้มครอง 20 ปี โดยจะมีการออกแบบประกันชำระเบี้ยระยะสั้นออกมาให้กับฐานลูกค้าธนาคารอีกในเร็วๆ นี้ ซึ่งจะค้ำประกันผลตอบแทนขั้นต่ำและมีเงินปันผลจากกำไรของบริษัท
ขณะที่ยอดขายผ่านช่องทางขายตรงเพิ่มขึ้น 23% เมื่อเทียบกับ 2 เดือนแรกของปี 2554 ส่วนยอดขายผ่านตัวแทนติดลบเล็กน้อย ซึ่งเหมือนกับบริษัทประกันชีวิตรายอื่นๆ ที่ช่องทางการขายผ่านตัวแทนติดลบเช่นเดียวกัน ซึ่งเป็นผลมาจากน้ำท่วมหนัก แต่เชื่อมั่นว่ายอดขายจะดีขึ้นหลังจากที่บริษัทออกสินค้าใหม่มากระตุ้นความตื่นตัวในการขายผ่านตัวแทน
“ปีนี้ลูกค้าเก่าจะครบกำหนดสัญญาเป็นเงิน 1.1 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 3 เท่าจากปีที่ผ่านมา ซึ่งเราจะออกแบบประกันระยะสั้นเพื่อรองรับเงินที่จะครบกำหนดให้มีการลงทุนต่อไป คาดว่าตัวแทนจะสามารถดึงลูกค้าเก่าให้ทำการออมเงินกับบริษัทต่อไปไม่ต่ำกว่า 50% เป็นการคาดหวังที่ค่อนข้างสูง เพราะเชื่อว่าการคุยกับลูกค้าเก่าจะง่ายกว่าการหาลูกค้าใหม่” นายสมิธ กล่าว
นายสมิธ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม มั่นใจว่าไตรมาสแรกของปี 2555 นี้ จะมีเบี้ยรับรวมจากทุกช่องทางไม่ต่ำกว่า 5,000 ล้านบาท จากเบี้ยรับรวมทั้งปีที่วางเป้าหมายไว้ 2.3 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% จากปี 2554 ที่มีเบี้ยรับรวม 2.07 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 14% จากปี 2553 เบี้ยประกันภัยรับปีแรก 4,451 ล้านบาท
ทั้งนี้ ปี 2554 บริษัทจ่ายสินไหมทดแทนและเงินครบกำหนดสัญญาแก่ผู้ถือกรมธรรม์มากถึง 7.78 แสนราย เพิ่มขึ้น 12% คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 9,118 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นถึง 78% โดยบริษัทมีสินทรัพย์รวมกว่า 1.1 แสนล้านบาท







