
ศาลตัดสิน 2 พรก.กู้เงิน ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ
แวดวงการเงินสัปดาห์นี้ การดำเนินนโยบายภาครัฐกลับมาคึกคักอีกครั้ง
แวดวงการเงินสัปดาห์นี้ การดำเนินนโยบายภาครัฐกลับมาคึกคักอีกครั้ง
หลังศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ว่า พรก. ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อวางระบบบริหารจัดการน้ำ และสร้างอนาคตประเทศ พ.ศ. 2555 และ พ.ร.ก.ปรับปรุงการบริหารหนี้เงินกู้ที่กระทรวงการคลังกู้เพื่อช่วยเหลือกองทุนเพื่อการฟื้นฟู และพัฒนาระบบสถาบันการเงิน 1.14 ล้านล้านบาท ให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ
ล่าสุด กิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง กล่าวว่า ขณะนี้โครงการลงทุนขนาดใหญ่มีความชัดเจนหมดแล้ว โดยรัฐบาลจะทยอยกู้เงิน ซึ่งในงวดแรกเตรียมกู้เงินตามอำนาจ พ.ร.ก. 9 หมื่นล้านบาท โดยจะใช้ 3 หมื่นล้านบาท เพื่อทำโครงการเร่งด่วนก่อสร้างเขื่อนตามแนวริมแม่น้ำครบทุกโครงการ เพื่อป้องกันน้ำท่วมจากฝนที่จะเริ่มตกในเดือน พ.ค.และ มิ.ย.นี้ ส่วนอีก 6 หมื่นล้านบาท จะใช้เตรียมพื้นที่รับน้ำหรือแก้มลิงจำนวน 2 ล้านไร่ ซึ่งรัฐบาลมั่นใจว่าปีนี้น้ำจะไม่ท่วมในพื้นที่สำคัญ
ในการกู้เงินรัฐบาลจะกู้จากสถาบันการเงินในประเทศประมาณ 1 หมื่นล้านบาท นอกนั้นจะออกตราสารหนี้แทนการกู้เงิน และในการใช้จ่ายฟื้นฟูน้ำท่วมค่อนข้างมากในปีนี้ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี คาดว่าเศรษฐกิจจะโตได้ระดับ 5.5-6.5%
ขณะที่การจัดกรอบงบประมาณในปี 2556 ครม.มีมติเห็นชอบกรอบรายจ่าย 2.4 ล้านล้านบาท ประมาณการรายได้ 2.1 ล้านล้านบาท คิดเป็นงบขาดดุล 3 แสนล้านบาท ส่วน ครม.สัญจร ที่ จ.อุดรธานี ครม.ได้อนุมัติกรอบเมกะโปรเจกต์ลงทุนในภาคอีสานตอนบนถึง 6.2 แสนล้านบาท
และถึงจะมีนโยบายการใช้จ่ายจำนวนมาก แต่กรมสรรพากรก็เตรียมเสนอ ครม.ให้แก้กฎหมายให้สามีภรรยาแยกจ่ายภาษีได้ เพื่อลดภาระภาษีในงวดปี 2555 นี้ได้ พร้อมกันนี้ก็จะเปิดให้ผ่อนจ่ายภาษีปีนี้ได้ 3 งวดด้วย
สำหรับการเดินหน้าเก็บเงินค่าธรรมเนียมเงินฝากจากธนาคารพาณิชย์ 0.47% เพื่อนำเงินไปใช้หนี้กองทุนฯ ตามอำนาจ พ.ร.ก.ถึงจะผ่านไปได้ด้วยดี แต่เริ่มมีผลกระทบทำให้ธนาคารมีภาระต้นทุนสูงขึ้น สะท้อนได้จากล่าสุดธนาคารกรุงไทยเสนอขอ ธปท.เก็บค่าธรรมเนียมการเบิกถอนเงินสดจากลูกค้าที่มาถอนเงินหน้าเคาน์เตอร์สาขาธนาคารตั้งแต่ 1 แสนบาทขึ้นไปต่อรายการ เพื่อจะนำเงินค่าธรรมเนียมเหล่านี้ไปใช้พัฒนาเครื่องรับบัตรเดบิตและเครดิตเพื่อลดการใช้เงินสด
อย่างไรก็ตาม ถึงรัฐบาลจะผ่านวิกฤต พ.ร.ก. 2 ฉบับ ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ แต่ก็มีปัญหาภาษีหุ้นบริษัท ชินคอร์ป ย้อนกลับมาให้ลุ้นต่อใหม่ เพราะพรรคประชาธิปัตย์เตรียมยื่นฟ้องกระทรวงการคลังและกรมสรรพากร กรณีไม่เก็บภาษีการซื้อขายหุ้นจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี 1.2 หมื่นล้านบาท ฐานละเว้นปฏิบัติหน้าที่ต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) หลังคดีจะหมดอายุความในช่วงสิ้นเดือน มี.ค.ปีนี้ และอาจทำให้ไม่สามารถประเมินภาษีและเรียกเก็บภาษีจากอดีตนายกทักษิณฯ ได้อีก
ด้านตลาดหลักทรัพย์ยังปรับตัวเพิ่มขึ้นจากแรงซื้อของนักลงทุนต่างชาติ โดยทั้งสัปดาห์ซื้อสุทธิ 1.03 หมื่นล้านบาท หนุนดัชนีปิดที่ระดับ 1,146.14 จุด เพิ่มขึ้น 1.43% จากสัปดาห์ก่อน มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันเพิ่มขึ้น 1.41% จากสัปดาห์ก่อนมาอยู่ที่ 36,069.75 ล้านบาท
สำหรับปัจจัยในรอบสัปดาห์ กรีซได้รับการอนุมัติเงินช่วยเหลือรอบ 2 จากรัฐมนตรีคลังยุโรปตามคาด รวมถึงราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลดีต่อหุ้นกลุ่มพลังงานของไทย







