
วิกฤติศก.กระทบท่องเที่ยวทั่วโลก
วิกฤตเศรษฐกิจโลกกระทบท่องเที่ยวทั่วโลกหดตัว 1% ระบุนักท่องเที่ยวแดนมังกรเดินทางติดอันดับ 1 ใน 3 ของโลก
วิกฤตเศรษฐกิจโลกกระทบท่องเที่ยวทั่วโลกหดตัว 1% ระบุนักท่องเที่ยวแดนมังกรเดินทางติดอันดับ 1 ใน 3 ของโลก
นายเดวิด สโคว์ซิล ประธานสภาการเดินทางและท่องเที่ยวโลก (WTTC) เปิดเผยว่า สภาการฯได้ปรับประมาณการตัวเลขภาพรวมการเติบโตในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวโลกลดลง 1% จากเดิมที่คาดว่าจะเติบโต 4.5% เหลือเพียง 3.3-3.5% เนื่องจากได้รับผลกระทบจากปัญหาทางการเงินที่เกิดขึ้นในประเทศแถบยุโรป สหรัฐอเมริกา และภัยพิบัติสึนามิ ประเทศญี่ปุ่น ส่งผลให้ประเทศที่มีกำลังซื้อสูงเดินทางท่องเที่ยวลดลง
ทั้งนี้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวโลกมีสัดส่วนรายได้รวมเป็นอันดับ 2 สัดส่วน 9% เมื่อเทียบกับจากผลิตภัณฑ์มวลรวม (จีดีพี) โลก โดยมีรายได้รวมมากกว่าอุตสาหกรรมรถยนต์ ซึ่งมีสัดส่วน 8% แต่น้อยกว่าธุรกิจทางการเงิน สัดส่วน 11% โดยปัจจัยลบที่เกิดขึ้น ทำให้ทิศทางการเติบโตของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวได้มุ่งการเติบโตมายังประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งมีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 6% มากกว่าการเติบโตทั่วโลก
“ในปีที่ผ่านมาการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทั่วโลก เติบโตเฉลี่ย 3.3% ปีนี้มีแนวโน้มการเติบโตที่ดี แต่ปัจจัยลบที่เกิดขึ้นทั่วโลก ทำให้การเติบโตไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้” นายสโคว์ซิล กล่าว
อย่างไรก็ตามในอีก 10 ปี ข้างหน้า สาธารณรัฐประชาชนจีน จะเป็นประเทศมหาอำนาจของโลกทางด้านการท่องเที่ยว วัดได้จากอัตราการเติบโตปีที่ผ่านมา เฉลี่ย 9% สูงกว่าการเติบโตทางการท่องเที่ยวทั่วโลก ซึ่งคาดว่าในปี 2564 ประจีนจีนจะเป็น 1 ใน 3 ที่ติดอันดับการเดินทางท่องเที่ยวของโลก มีนักท่องเที่ยวเดินทางมากกว่า 125 ล้านคน เทียบกับปัจจุบัน 58 ล้านคน
สำหรับกลุ่มธุรกิจที่มีแนวโน้มการเติบโตที่ได้ ได้แก่ เรือสำราญ การบริการรถเช่า ขณะที่กลุ่มตลาดอินเดีย รัสเซีย จีน จะเป็นกลุ่มนักเดินทางขนาดใหญ่ โดยผู้ประกอบการท่องเที่ยวจำเป็นต้องปรับกลยุทธ์การดำเนินงาน ผ่านการสื่อสารช่องทางการตลาดต่างๆ เช่น ระบบออนไลน์ มาร์เก็ตติ้ง ซึ่งมีสัดส่วนการใช้งานกว่า 30%
นาย Raimund Hosch ประธานบริษัท Messe Berlin ผู้จัดงานอินเตอร์เนชั่นแนล ทัวร์ริสซึ่ม บอร์เซ่ (ไอทีบี) กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี และสิงคโปร์ เปิดเผยว่า การจัดงานไอทีบี เอเชีย ระหว่างวันที่ 19-21 ต.ค.นี้ บริเวณศูนย์ประชุมซันเทค ประเทศสิงคโปร์ เพื่อส่งเสริมการขายสินค้าทางการท่องเที่ยวร่วมกัน โดยสิงคโปร์เป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงการเดินทางที่เชื่อมโยงการเดินทางยังกลุ่มประเทศยุโรป โดยการจัดงานดังกล่าวแตกต่างจากไอทีบี กรุงเบอร์ลิน ซึ่งผู้ประกอบการกว่า 60% เป็นกลุ่มยุโรป และเอเชีย 40% ขณะที่ไอทีบี ประเทศสิงคโปร์ ผู้ร่วมออกบูธสัดส่วน 75% เป็นกลุ่มเอเชีย และ 25% เป็นกลุ่มประเทศใหม่ เช่น ฟินแลนด์ โคเอเชีย อิรัก
ทั้งนี้การจัดงานดังกล่าวคาดว่าจะมีผู้เข้าชมงานกว่า 6,000 คน โดยประเทศที่มีแนวโน้มการเติบโตที่ดี ได้แก่ จิน อินโดนีเซีย มาเลเซีย และไทย ซึ่งมองว่าในอนาคตอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชียจะมีการขยายตัวเพิ่มสูงขึ้น
สำหรับบรรยากาศการออกบูธของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) ร่วมกับผู้ประกอบการท่องเที่ยวจำนวน 40 ราย แบ่งเป็นผู้ประกอบการโรงแรม 33 ราย บริษัททัวร์ 4 ราย แหล่งท่องเที่ยว 2 ราย และสมาคมท่องเที่ยวจำนวน 1 ราย โดย ททท.ได้นำเสนอสินค้าทางการท่องเที่ยวของประเทศไทย ผ่านแคมเปญอะเมซิ่ง ไทยแลนด์ ออเวย์ อเมซ ยู เพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์ประเทศไทย







