posttoday
เอเชียซอฟท์แตกธุรกิจ ทำตลาดแอนตี้ไวรัส

เอเชียซอฟท์แตกธุรกิจ ทำตลาดแอนตี้ไวรัส

03 มีนาคม 2553

เอเชียซอฟท์ ขยายธุรกิจกลุ่มสินค้าไอที จับมือ คิงซอฟท์ ทำตลาดซอฟต์แวร์ความปลอดภัยอินเทอร์เน็ต เปิดราคา 189 บาทต่อปีต่อเครื่อง

เอเชียซอฟท์ ขยายธุรกิจกลุ่มสินค้าไอที จับมือ คิงซอฟท์ ทำตลาดซอฟต์แวร์ความปลอดภัยอินเทอร์เน็ต เปิดราคา 189 บาทต่อปีต่อเครื่อง

นายปราโมทย์ สุดจิตพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอเชียซอฟท์ คอร์ปอเรชั่น เปิดเผยว่า ได้ร่วมกับ คิงซอฟท์ คอร์ปอเรชั่น ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ความปลอดภัยอินเทอร์เน็ตจากจีน ทำตลาด คิงซอฟท์ อินเทอร์เน็ต ซีคิวริตี้ สำหรับกลุ่มลูกค้าเกมออนไลน์โดยเฉพาะ ซึ่งปัจจุบันมีกว่า 16.1 ล้านไอดี รวมถึงร้านให้บริการเกมออนไลน์ ที่มีปัญหาด้านระบบความปลอดภัยบนโลกออนไลน์

ทั้งนี้ ลูกค้าสามารถดาวน์โหลดได้ที่ www.kingsoft.in.th ทดลองใช้งานฟรี 30 วันและสามารถซื้อรหัสสำหรับลงทะเบียนใช้งานจริง ราคา 189 บาทต่อปีต่อเครื่อง ถือว่าเป็นราคาซอฟต์แวร์ระบบความปลอดภัยที่ต่ำที่สุดในตลาดเวลานี้ ซึ่งคุณสมบัติเด่นคือ เป็นซอฟต์แวร์ที่ใช้ทรัพยากรต่ำ ไม่เป็นปัญหาต่อการเล่นเกมออนไลน์ ตั้งเป้ารายได้จากการทำตลาด 70 ล้านบาท คิดเป็น 10% ของตลาดรวมซอฟต์แวร์รักษาความปลอดภัย อีกทั้งในปีนี้ เอเชียซอฟท์ยังมีแผนเปิดตัวสินค้าไอทีอื่นๆ  อีก 2-3 ผลิตภัณฑ์

"ความเด่นของคิงซอฟท์คือ เป็นภาษาไทยสามารถเข้าใจง่าย และมีตั้งศูนย์ในประเทศไทยที่เอเชียซอฟท์โดยตรง การอัพเดทไวรัสจึงทำได้รวดเร็วต่างจากซอฟต์แวร์แบรนด์จากต่างประเทศอื่นๆ  และด้วยราคา 189 บาท ทำให้ผู้บริโภคตัดสินใจได้ง่ายขึ้น และไม่ต้องหาซื้อที่ไหน สามารถดาวน์โหลดและจ่ายเงินด้วยโทรศัพท์มือถือ หรือบัตรเติมเงิน เอการ์ด ที่ใช้เล่นเกมออนไลน์ได้ทันที คาดว่าภายใน 2-3 ปีจากนี้ รายได้จากสินค้าไอที จะมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็น 20-30% ของรายได้รวมได้" นายปราโมทย์ กล่าว

ส่วนธุรกิจเกมออนไลน์ จะยังคงเป็นธุรกิจหลักอยู่ โดยปีนี้มีแผนเปิดตัวเกมออนไลน์ใหม่ในไทยรวมทั้งหมดประมาณ 8 เกม และในต่างประเทศอีก 8 - 10 เกม จากที่มีให้บริการอยู่แล้วกว่า 30 เกมในตลาด ซึ่งปีที่ผ่านมามีรายได้ประมาณ 1,500 ล้านบาท มาจากการให้บริการเกมออนไลน์จาก 4 ประเทศ คือ ไทย, มาเลเซีย, สิงคโปร์ และเวียดนาม ปีนี้ตั้งเป้าเติบโตขึ้น 20%

นอกจากนี้ เอเชียซอฟท์ อยู่ระหว่างการเจรจาและศึกษาทางกฎหมาย เพื่อเข้าลงทุนในเวียดนามอย่างเต็มตัว โดยใช้เงินลงทุนประมาณ 70 ล้านบาท คาดว่าภายใน 2 เดือนข้างหน้าจะสรุปได้ว่า จะเข้าไปในลักษณะใด ซึ่งเมื่อพิจารณาแล้ว ประเทศเวียดนามเป็นตลาดที่ใหญ่และเติบโตเร็วกว่าประเทศไทย ปัจจุบันมีมูลค่าตลาดประมาณ 3,000 ล้านบาท มีจำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตกว่า 20 ล้านคน ขณะที่ประเทศไทยมีมูลค่าตลาดเกมออนไลน์ประมาณ 2,000 ล้านบาทในปีที่ผ่านมา

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ