
ฟื้นประเทศไทย...ฟื้นความเชื่อมั่น
หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์จัดงานประจำปี Post Forum Roadmap to Recovery : Thailand in 2012
หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์จัดงานประจำปี Post Forum Roadmap to Recovery : Thailand in 2012
เชิญผู้บริหารฝ่ายรัฐบาลร่วมนำเสนอนโยบายฟื้นฟูประเทศหลังเกิดวิกฤตน้ำท่วม และเชิญซีอีโอบริษัทชั้นนำร่วมแสดงวิสัยทัศน์ต่อนโยบายรัฐบาลในการฟื้นฟูประเทศ ในหัวข้อ “เรียกคืนความเชื่อมั่น” ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลเวิลด์
การันตีเขื่อนป้องน้ำ...นิคมฯ เลิกจม
ม.ร.ว.พงษ์สวัสดิ์ สวัสดิวัตน์ รมว.อุตสาหกรรม กล่าวแสดงความมั่นใจว่า แผนฟื้นฟูภาคอุตสาห กรรมที่ได้ดำเนินการมาจะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนไทยและต่างประเทศ โดยเชื่อว่าไทยยังคงเป็นประเทศที่น่าลงทุนในสายตาต่างชาติ ซึ่งการแก้ปัญหาและการป้องกันน้ำท่วมในนิคมอุตสาหกรรม รัฐบาลมีมาตรการช่วยเหลือที่ชัดเจน โดยเฉพาะแผนการสร้างเขื่อนกั้นน้ำรอบนิคมฯ ที่ตั้งเป้าหมายจะแล้วเสร็จในเดือน ส.ค.นี้
นอกจากนี้ ยังมีมาตรการส่งเสริมการลงทุน เพิ่มสิทธิประโยชน์ทางภาษี กรณีโรงงานอุตสาหกรรมที่ถูกน้ำท่วมแต่ยังยืนยันจะลงทุนใหม่ในพื้นที่เดิม จะได้รับสิทธิประโยชน์ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 8 ปี เหมือนกับโครงการลงทุนใหม่ ขณะเดียวกันจะได้รับยกเว้นภาษีในอัตรา 150% ของเงินลงทุนรวมกับวงเงินภาษีที่ได้รับอยู่เดิมที่ยังเหลืออยู่
ขณะที่ความคืบหน้าของนิคมอุตสาหกรรม 7 แห่งที่ถูกน้ำท่วมมีการฟื้นฟูที่เร็วขึ้น จากเมื่อปลายเดือน ม.ค. มีโรงงานกลับมาผลิตได้ 23% จนถึงล่าสุดกลางเดือน ก.พ. เพิ่มเป็น 40% คาดว่าในช่วงไตรมาส 3 ของปีนี้ โรงงานอุตสาหกรรมในนิคมฯ จะกลับมาฟื้นตัวได้ 80%
ขณะเดียวกัน เมื่อพิจารณาจากคำขอส่งเสริมการลงทุนของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เดือน ม.ค. มีวงเงินลงทุน 2.5 หมื่นล้านบาท จาก 80 โครงการ ปรับตัวเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จึงมั่นใจว่าในเดือน ก.พ. และ มี.ค. จะมีโครงการลงทุนขนาดใหญ่เข้ามาขอบีโอไอแน่นอน
พันธมิตรเอสซีจีกลับมาแล้ว
กานต์ ตระกูลฮุน กรรมการผู้จัดการใหญ่เอสซีจี กล่าวว่า ภาพรวมของการฟื้นฟูเศรษฐกิจไทยเริ่มดีขึ้น สังเกตจากพันธมิตรของกลุ่มเอสซีจีเริ่มกลับมาผลิตสินค้าแล้ว แม้ว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นจากวิกฤตน้ำท่วมเมื่อช่วงไตรมาส 4 จะทำให้อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศเหลือเพียง 0.1% ก็ตาม
อย่างไรก็ตาม แผนการฟื้นฟูความเชื่อมั่นในระยะยาวยังมีหลายปัจจัยประกอบกัน ทั้งเสถียรภาพทางการเมือง การเตรียมพร้อมในเรื่องระบบสาธารณูปโภค อย่างประเด็นที่ รมช.คมนาคม นำมารายงานว่ามีแผนจะจัดทำระบบรางเพื่อใช้ในการขนส่งสินค้านั้นเป็นเรื่องที่ดี ถ้าหากสามารถทำให้เกิดขึ้นได้จริง แต่ประเด็นสำคัญคือทุกฝ่ายจะต้องช่วยกันฝ่าวิกฤตครั้งนี้
ในส่วนปัญหาคอร์รัปชันที่เป็นอุปสรรคต่อการฟื้นฟูประเทศนั้น ทางแก้ไขต้องเกิดความร่วมมือจากทุกฝ่าย โดยเชื่อว่าขณะนี้นักธุรกิจและคนไทยทุกคนก็ได้ตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว เพราะสิ่งที่ ดุสิต นนทะนาคร อดีตประธานหอการค้าไทย ได้สร้างไว้ด้วยการปลุกจิตสำนึกเครือข่ายคอร์รัปชัน จะมีการสานต่อ
แต่เหนือสิ่งอื่นใด คือ เอกชนจะต้องกลับไปมองว่าจะเป็นผู้ทำให้เกิดคอร์รัปชันด้วยหรือไม่ เพราะถ้าไม่มีผู้ให้ก็ไม่มีผู้รับ และการพัฒนาระบบการศึกษาจะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้คอร์รัปชันลดน้อยลงไป จึงต้องเร่งพัฒนาการศึกษาไทยให้ก้าวหน้า
ปตท.ยาหอมเชื่อมั่นรัฐบาล
ไพรินทร์ ชูโชติถาวร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. กล่าวว่า แนวทางการบริหารจัดการน้ำของรัฐบาลในขณะนี้มีความพร้อมใน 3 ด้านหลัก คือ ความตั้งใจ เงินลงทุน และแผนปฏิบัติการ ขึ้นอยู่กับว่าจะดำเนินการให้เป็นรูปธรรมได้หรือไม่ อยากให้นำตัวอย่างของแผนฟื้นฟูวิกฤตของประเทศอินโดนีเซียหลังประสบกับปัญหาสึนามิมาศึกษา เพราะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในประเทศ ตลอดจนนักลงทุน
สิ่งที่น่าจะนำมาปรับใช้ในการตั้งหน่วยงานเฉพาะกิจขึ้นมาบริหารจัดการทั้งแผนฟื้นฟูประเทศและมาตรการป้องกันน้ำท่วม โดยมีกฎหมายมารองรับในการทำงาน เพื่อทำให้แผนงานต่างๆ เดินหน้าได้ดีขึ้น แต่กรณีของไทยเป็นการตั้งคณะทำงานขึ้นมาดูเท่านั้น นอกจากนี้จะต้องมีแผนแก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่เร่งด่วนจริงๆ อย่างการสร้างเขื่อนกั้นน้ำรอบนิคมอุตสาหกรรม ปัจจุบันยังไม่ได้เริ่มตอกเสาเข็ม
ยิ่งไปกว่านั้น แผนการฟื้นฟูต่างๆ หรือการใช้เงินตามโครงการที่ได้จัดเตรียมไว้จะต้องมีความโปร่งใส ปราศจากการทุจริต ไม่เช่นนั้นผลที่ได้รับจะไม่เป็นไปตามที่วางไว้
ไพรินทร์ กล่าวด้วยว่า แผนที่ภาครัฐบาลเสนอมาทั้งเรื่องการแก้ไขปัญหาน้ำ และโครงการอื่นๆ เอกชนจะวัดว่าโครงการเหล่านี้ประสบความสำเร็จได้หรือไม่ คือ แผนจะต้องนำไปสู่การปฏิบัติได้จริง กรอบระยะเวลาที่ดำเนินการว่าจะทำได้รวดเร็วขนาดไหน รวมทั้งรัฐบาลจะต้องทำให้ทุกโครงการมีความโปร่งใส
การที่ กิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ระบุว่า ทุกภาคส่วนมีส่วนที่จะทำให้ประเทศไทยเกิดการเปลี่ยนแปลง แต่ส่วนตัวกลับมองว่าโครงการส่วนใหญ่เกิดขึ้นจากภาครัฐทั้งนั้น
ดังนั้น รัฐบาลจะต้องเป็นผู้พิสูจน์ เพราะเอกชนที่ดำเนินธุรกิจก็มีการวางแผนงานที่ปฏิบัติได้จริงอยู่แล้ว อย่างเรื่องการลดภาษีนิติบุคคลจาก 30% เหลือ 23% เป็นสิ่งที่นักลงทุนทั้งไทยและต่างประเทศต่างสนับสนุน ดังนั้นเมื่อรัฐบาลทำได้ก็ย่อมเอื้อประโยชน์ต่อการทำธุรกิจและการลงทุนของเอกชน
ญี่ปุ่นยังลุ้นเหนื่อยปีนี้...ท่วม...ไม่ท่วม
เคียวอิจิ ทานาเดะ ประธานหอการค้าญี่ปุ่นและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย กล่าวว่า ขณะนี้กิจการของนักลงทุนญี่ปุ่นที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วมได้กลับมาผลิตสินค้าได้แล้วกว่า 70% ส่วนที่เหลืออยู่ในช่วงของการฟื้นฟู คาดว่าอีก 23 เดือนจะกลับมาเป็นปกติ ส่วนใหญ่ยังมีคำถามตามมาว่า ปีนี้น้ำจะท่วมอีกหรือไม่ เนื่องจากธุรกิจส่วนใหญ่ของนักลงทุนญี่ปุ่นจะอยู่ในภาคอุตสาหกรรมยานยนต์
อย่างไรก็ดี ญี่ปุ่นยังให้ความสำคัญกับการใช้ไทยเป็นฐานการผลิตที่สำคัญ เนื่องจากมีการลงทุนมานานแล้ว แต่สิ่งที่อยากให้รัฐบาลไทยให้ความสำคัญในขณะนี้ คือ การรักษาเสถียรภาพค่าเงินบาทให้เหมาะสม และการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรให้มากขึ้น แม้ว่าจะมีการปรับขึ้นค่าจ้าง 300 บาทก็ตาม อย่างไรก็ตาม ยังยืนยันว่าญี่ปุ่นจะให้ความสำคัญกับการลงทุนในไทยต่อไป
vขอความชัดเจนฟลัดเวย์
ชวลิต จันทรัตน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทีมกรุ๊ป กล่าวถึงแผนการบริหารจัดการน้ำ ว่า อยากให้รัฐบาลมีการเปิดเผยข้อมูลของพื้นที่ฟลัดเวย์ต่อสาธารณชนให้มากกว่านี้ เพื่อที่จะได้มีการเตรียมพร้อมและหามาตรการป้องกันไว้
แผนการบริหารจัดการน้ำที่รัฐบาลได้ชี้แจงออกมายังมีบางเรื่องที่อาจเกิดขึ้นได้ยาก เช่น การผันน้ำจากฝั่งตะวันออกลงสู่ทะเล ต้องใช้พื้นที่ฟลัดเวย์ที่มีถนนกั้นขวางอยู่มาก อาจทำให้เกิดความไม่สะดวก ส่วนแผนการระบายน้ำออกจากเขื่อนหลักๆ ถือว่ามีการเตรียมพร้อมมากขึ้น เพื่อเตรียมพื้นที่รองรับน้ำสำหรับฤดูฝน เป็นการป้องกันไม่ให้เกิดปัญหากรณีมีพายุเข้ามาจำนวนมาก
สำหรับปริมาณน้ำในปีนี้ คาดการณ์ว่าจะไม่มากเหมือนปีที่ผ่านมา ขณะที่การบริหารจัดการน้ำที่อยู่เหนือเขื่อนก็มีการเตรียมพร้อม เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบสร้างความเสียหายเหมือนปีที่ผ่านมา
นอกจากปัจจัยเรื่องของปริมาณน้ำฝนแล้ว ภาครัฐควรจะคำนึงถึงปัญหาน้ำทะเลหนุน ซึ่งจะมีผลต่อบ้านเรือนริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา โดยขณะนี้ได้มีการเตรียมพร้อมจัดทำแนวคันกั้นน้ำให้สูงกว่า 2.75 เมตรแล้ว







