
ประกันหวั่นรับภาระไม่ไหว
วอนปรับเกณฑ์กองทุนภัยพิบัติ ทุนเกิน300ล้านขอรับแค่0.5%
วอนปรับเกณฑ์กองทุนภัยพิบัติ ทุนเกิน300ล้านขอรับแค่0.5%
ประกันรับไม่ไหว ทุนเกิน 300 ล้านบาท ให้รับเสี่ยง 1% ของกองทุนลดเหลือ 0.5%
นายประเวช องอาจสิทธิกุล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า จากการหารือร่วมกับสมาคมประกันวินาศภัยได้ข้อสรุปว่า ทางสมาคมเห็นด้วยกับเงื่อนไขเบื้องต้นในการรับประกันภัยพิบัติของกองทุนส่งเสริมการประกันภัย แต่ยังมี ความกังวลเกี่ยวกับการรับประกันให้กับลูกค้าที่ต้องการทำทุนประกันเกิน 300 ล้านบาท และบริษัทประกันต้องรับความเสี่ยงภัยไว้ไม่น้อยกว่า 1% เนื่องจากฐานะการเงินของบริษัทประกันแต่ละแห่งไม่เท่ากัน ซึ่งอาจมีปัญหาได้
ทั้งนี้ สมาคมจึงขอปรับเงื่อนไขใหม่ หากมีทุนประกันเกิน 300ล้านบาท ก็ให้บริษัทประกันรับความเสี่ยงไว้เองไม่น้อยกว่า 0.5% แทน โดยขึ้นอยู่กับฐานะการเงินของแต่ละบริษัท ส่วนทุนประกันที่ต่ำกว่า 300 ล้านบาท ก็ยังให้บริษัทรับความเสี่ยงไว้ไม่น้อยกว่า 1% เหมือนเดิม
นอกจากนี้ สมาคมยังได้เสนอให้มีการปรับเปลี่ยนวิธีการเคลมหรือประเมินความเสียให้กับบ้านที่อยู่อาศัยใหม่ เพื่อให้เกิดความสะดวกและรวดเร็วในการจ่ายเงินชดเชยโดยแบ่งออกเป็น 3 ระดับคือ ระดับที่น้ำเข้าบ้านและท่วมถึง 30 เซนติเมตร จ่ายสินไหม 3 หมื่นบาท ถ้าท่วมถึง 60 เซนติเมตร จ่ายสินไหม 5 หมื่นบาท และหากท่วมถึง 1 เมตร ก็จ่ายเต็มทุนประกัน 1 แสนบาท เพราะทรัพย์สินเสียหายจากน้ำแน่นอน
“เราประเมินกันว่า ถ้ามีบ้านที่อยู่อาศัยทำประกันภัยพิบัติที่ 1 ล้านครัวเรือน ทุนประกันรายละ 1 แสนบาท หากมีภัยพิบัติเกิดขึ้นอีกและยังใช้วิธีสำรวจภัยแบบเดิมคงยุ่งแน่ และต้องใช้เวลานานมากกว่าจะจ่ายเสร็จ แต่ถ้าเป็นวิธีใหม่ ทำให้ขั้นตอนเร็วขึ้น” นายประเวช กล่าว
สำหรับอัตราเบี้ยประกันภัยพิบัตินั้น คงอยู่ประมาณ 1-2% ตามโซนหรือพื้นที่ความเสี่ยงภัย แต่จะมีการปรับลดค่าเบี้ยลงใหม่ 50% ในส่วนของโซนที่น้ำไม่ท่วมเลยเช่น บ้านที่อยู่อาศัยเดิมคิด 1%หรือ 1,000 บาทของทุนประกัน 1 แสนบาท ก็ปรับลดลงเหลือ 0.5% หรือ 500 บาท หรือถ้าเป็นธุรกิจเอสเอ็มอีเดิมจะคิด 1.5% ก็ปรับลดลงเหลือ 0.75% หรือธุรกิจรายใหญ่เดิมคิด 2% ก็ปรับลดลงเหลือ 1% แต่ภาพรวมทั้งหมดแล้วไม่ว่าจะอยู่ในโซนไหน เบี้ยสูงสุดจะไม่เกิน 2% เพื่อเงื่อนไขกองทุนฯเกิดประโยชน์มากที่สุด







