
แนะรัฐเร่งจับตาปัญหาแรงงาน
สภาพัฒน์ แนะรัฐเร่งจับตาปัญหาแรงงาน นางสุวรรณี คำมั่น รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยถึง ภาวะสังคมไทยไตรมาสที่ 4 และภาพรวมในปี 2552 ว่า เรื่องที่น่าเป็นห่วงที่รัฐบาลต้องเร่งหามาตรการในการจัดการได้แก่ ปัญหาเแรงงาน แม้ภาพรวมปัญหาการว่างงาน เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจจะลดลง แต่ยังต้องเฝ้าระวังเรื่องแรงงานตึงตัว ที่สะท้อนถึงการขาดแรงงานที่มีฝีมือ และความเชี่ยวชาญของแรงงานที่ไม่ต้องกับความต้องการของตลาด และขาดแรงงานที่ไร้ฝีมือในภาคเกษตร และโรงงานอุตสาหกรรมที่ทำให้ยังต้องอาศัยแรงงานต่างด้าวมากขึ้น
สภาพัฒน์ แนะรัฐเร่งจับตาปัญหาแรงงาน
นางสุวรรณี คำมั่น รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยถึง ภาวะสังคมไทยไตรมาสที่ 4 และ
ภาพรวมในปี 2552 ว่า เรื่องที่น่าเป็นห่วงที่รัฐบาลต้องเร่งหามาตรการในการจัดการได้แก่ ปัญหาเแรงงาน แม้ภาพรวมปัญหาการว่างงาน เนื่องจากภาวะ
เศรษฐกิจจะลดลง แต่ยังต้องเฝ้าระวังเรื่องแรงงานตึงตัว ที่สะท้อนถึงการขาดแรงงานที่มีฝีมือ และความเชี่ยวชาญของแรงงานที่ไม่ต้องกับความต้อง
การของตลาด และขาดแรงงานที่ไร้ฝีมือในภาคเกษตร และโรงงานอุตสาหกรรมที่ทำให้ยังต้องอาศัยแรงงานต่างด้าวมากขึ้น
ทั้งนี้พบว่าการจ้างงานรวมในไตรมาสที่ 4 ปี 2552 เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปี 2551 ที่ 1.8 % เป็นผลมาจากการฟื้นตัวของภาคการผลิต อุตสาหกรรม
การก่อสร้าง และภาคบริการ โดยเฉพาะโรงแรมและภัตตาคาร และการค้าที่มีการจ้างงานเพิ่มขึ้น โดยอัตราการว่างงานอยู่ในระดับต่ำที่ 1 % และเฉลี่ยทั้ง
ปีที่ 1.5 % ซึ่งมีอัตราการจ้างงานเฉลี่ย 37.7 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปี 2551 ที่ระดับ 1.8 % โดยที่การจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 3.6 % ส่วนการจ้างงาน
ภาคเกษตรหดตัว 0.9 % เนื่องจากราคาสินค้าเกษตรมีราคาลดลงจากปี 2551 โดยเฉพาะข้าว และปาล์มน้ำมัน
นางสุวรรณี ยังกล่าวถึงประเด็นที่รัฐบาลต้องให้ความสำคัญอีกเรื่องหนึ่งได้แก่ ปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ที่มีแนวโน้มสูงขึ้น โดยอัตรา การตั้งครรภ์ของมารดาที่อายุต่ำกว่า 20 ปี เพิ่มขึ้นจาก 16.3 % ในเดือน ม.ค. 2552 เพิ่มเป็น 20.1 % ในเดือนส.ค. 2552 ซึ่งเห็นว่าเป็นปัญหาต่อเนื่องจากที่พบว่าอัตรามารดาที่อายุต่ำกว่า 20 ปี มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจาก 10.4 % ในปี 2543 เป็น 15.5 % ในปี 2551 และอัตรามารดาอายุต่ำกว่า 20 ปีต่อประชากรสตรีในช่วงวัยเดียวกันสูงขึ้นจาก 31.1 % ต่อประชากรพันคนในปี 2543 เป็น 50.1 % ในปี 2551 ซึ่งสูงมากกว่าประเทศที่กำลังพัฒนาในภูมิภาค จึงนับว่าเป็นปัญหาเร่งด่วนที่ต้องกำหนดมาตรการเพื่อเฝ้าระวัง







