
เพิ่มสภาพคล่องหุ้น
TUFโรดโชว์ชวนรายย่อยซื้อCPALLปันผลหุ้นทำบัญชีดูดี
TUFโรดโชว์ชวนรายย่อยซื้อCPALLปันผลหุ้นทำบัญชีดูดี
บจ.แห่เพิ่มสภาพคล่องซื้อขายหุ้น TUF มุ่งโรดโชว์ชวนคนไทยลงทุนเพิ่ม CPALL ปันผลหุ้น ADVANC ยันปีนี้ไม่มีพิเศษ
นายธีรพงศ์ จันศิริ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน โฟรเซ่น โปรดักส์ (TUF) เปิดเผยว่า ปีนี้บริษัทมีแผนเดินสายให้ข้อมูลกับนักลงทุน (โรดโชว์) ทั้งในและต่างประเทศประมาณ 10 ครั้ง โดยมีเป้าหมายเพิ่มจำนวนนักลงทุนรายย่อยในประเทศให้มากขึ้น หลังจากก่อนหน้านี้บริษัทโรดโชว์ต่างประเทศเป็นหลัก จนทำให้มีสถาบันต่างชาติเข้ามาถือหุ้นของบริษัทสูงถึง 35-38% จากเพดานที่กำหนดไว้ไม่เกิน 45% ทำให้สภาพคล่อง (ฟรีโฟลต) ในการซื้อขายหุ้นยังไม่ดีมาก ถึงแม้ว่าจะมีฟรีโฟลตสูงถึง 40% แล้วก็ตาม
“การโรดโชว์ต่างประเทศยังคงมีอยู่ เช่น ที่ฮ่องกง สิงคโปร์ อเมริกา และอังกฤษ แต่เราจะเน้นโรดโชว์ในประเทศและเข้าร่วมกิจกรรมการเงินต่างๆ ให้มากขึ้น จากปกติที่ไม่เคยเข้าร่วมเลย ทำให้รายย่อยในประเทศยังไม่รู้จักเราเท่าที่ควร ไม่รู้ว่ามีสินค้าอะไรบ้าง เราจึงต้องเร่งให้ข้อมูลเพื่อดึงดูดความสนใจลงทุนให้มากขึ้น ซึ่งน่าจะช่วยเพิ่มสัดส่วนนักลงทุนรายย่อยและฟรีโฟลตได้ในอนาคต ขณะที่สัดส่วนนักลงทุนต่างชาติถือว่าอยู่ในระดับที่เหมาะสมแล้ว” นายธีรพงศ์ กล่าว
แนวโน้มผลการดำเนินงานบริษัทตั้งเป้ารายได้ปี 2558 หรืออีก 3 ปีข้างหน้าไว้ที่ 5,000 ล้านเหรียญสหรัฐ และเพิ่มขึ้นเป็น 8,000 ล้านเหรียญสหรัฐในปี 2563 โดยบริษัทจะเน้นทำตลาดและเพิ่มช่องทางจัดจำหน่ายสินค้าให้มากขึ้น เพื่อรองรับการค้าที่จะเติบโตขึ้นจากการลดกำแพงภาษีภายหลังการเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) นอกจากนี้บริษัทยังได้ประโยชน์จากการที่พม่าเปิดประเทศมากขึ้น
สำหรับแนวโน้มรายได้ไตรมาสแรกปีนี้ คาดว่าจะโตขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนประมาณ 15-20% ปัจจุบันบริษัทมีกำไรก่อนหักภาษีและค่าเสื่อม (อีบิตดา) 1 หมื่นล้านบาท โดยกันไว้สำหรับงบลงทุนแต่ละปีไม่เกิน 3,000 ล้านบาท ยกเว้นในกรณีที่มีแผนเข้าซื้อกิจการในต่างประเทศอาจต้องใช้เงินลงทุนมากขึ้น ส่วนที่เหลือเป็นเงินปันผลประมาณ 1,200 ล้านบาท จ่ายดอกเบี้ยปีละประมาณ 2,000 ล้านบาท และทยอยชำระหนี้ที่มีอยู่ทั้งหมดประมาณ 3.9 หมื่นล้านบาท
นายเกรียงชัย บุญโพธิ์อภิชาติ รองกรรมการผู้จัดการ สำนักการเงินและลงทุนสัมพันธ์ บริษัท ซีพี ออลล์ (CPALL) กล่าวว่า สาเหตุที่บริษัทจ่ายปันผลเป็นหุ้นในสัดส่วน 1 หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นใหม่ เพื่อเพิ่มสภาพคล่องในการซื้อขายหุ้นและเพิ่มความคล่องตัวให้กับผู้ถือหุ้น
ขณะเดียวกันเป็นการปรับโครงสร้างส่วนทุนทางบัญชี ด้วยการโยกกำไรสะสมที่มีอยู่ถึง 1.1 หมื่นล้านบาท เข้ามาเป็นทุนจดทะเบียน เพื่อให้บริษัทมีความมั่นคงมากขึ้น รวมทั้งเป็นการบริหารกำไรสะสมที่มีอยู่จำนวนมาก เพราะปัจจุบันบริษัทยังไม่มีแผนลงทุนขนาดใหญ่ที่ต้องใช้เงินทุนสูงแต่อย่างใด
“การจ่ายปันผลครั้งนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อผู้ถือหุ้น แม้การเพิ่มทุนจะทำให้ไดลูท แต่จะได้จำนวนหุ้นเพิ่มขึ้นแทน ส่วนการจ่ายปันผลเป็นเงินสดในอัตรา 1.25 บาท ถือว่าค่อนข้างสูง เพราะคิดเป็น 70% ของกำไรสุทธิ ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ที่ 50%” นายเกรียงชัย กล่าว
ด้านคณะกรรมการบริษัท อาร์เอส (RS) มีมติให้ใช้เงินไม่เกิน 75 ล้านบาท ในการซื้อหุ้นคืนจำนวน 26 ล้านหุ้น หรือ 2.9% และจ่ายเงินปันผลหุ้น หลังจากปี 2554 กำไรสุทธิลดลง 33% เหลือ 209 ล้านบาทเทียบกับปีก่อน
น.ส.นัฐิยา พัวพงศกร ผู้จัดการฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) เปิดเผยว่า ปีนี้บริษัทจะไม่จ่ายเงินปันผลพิเศษอีก โดยปัจจุบันมีกำไรสะสมเพียง 1,000-2,000 ล้านบาท โดยจะจ่ายปันผลปกติตามนโยบาย 100% ของกำไรสุทธิ แต่ศักยภาพในการจ่ายเงินปันผลพิเศษจะกลับมาได้หากมี 3จี ซึ่งจะสนับสนุนให้รายได้และเงินปันผลขยายตัวควบคู่กันไปด้วย







