
คาดอุตฯอิเล็กทรอนิกส์เริ่มฟื้นไตรมาส2
สถาบันไฟฟ้าฯ คาดอุตฯไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ฟื้นตัวไตรมาส 2 ส่งออกขยายตัว เร่งรัฐฟื้นฟูให้เป็นรูปธรรม
สถาบันไฟฟ้าฯ คาดอุตฯไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ฟื้นตัวไตรมาส 2 ส่งออกขยายตัว เร่งรัฐฟื้นฟูให้เป็นรูปธรรม
นายสมบูรณ์ หอตระกูล ผู้อำนวยการสถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เปิดเผยภายในการประชุมซีอีโอ ฟอรั่ม ครั้งที่ 1/2555 ว่า สถานการณ์อุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ในขณะนี้การฟื้นฟูการผลิตของโรงงานที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมอยู่ที่ระดับไม่เกิน 30% จากโรงงานทั้งหมดที่อยู่ในนิคมอุตสาหกรรม 200 ราย และโรงงานที่อยู่นอกนิคมฯ อีก 400-500 ราย ซึ่งจากที่คาดการณ์ไว้คาดว่าในไตรมาส 2 ของปี 2555 การผลิตจะฟื้นกลับมาที่ 50% จะส่งผลให้การส่งออกในอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าทั้งปีจะขยายตัวได้ 6.5% จากการส่งออกในปีที่แล้ว ที่มีมูลค่า 5.3 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ และอิเล็กทรอนิกส์จะขยายตัว 5.4%
หากการฟื้นตัวล่าช้าไปจนถึงไตรมาส 3 จะทำให้เสียโอกาสในการผลิตไป 6 เดือน ภาพรวมการส่งออกจะติดลบ โดยอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าจะติดลบ 2.5% และอิเล็กทรอนิกส์ติดลบ 8.8% หรือเฉลี่ยรวมติดลบ 5% เพราะลูกค้าจะหันไปหาผู้ผลิตเจ้าอื่นแทน
“คาดการณ์ว่าไตรมาส 2 โรงงานน่าจะกลับมาฟื้นได้ 40-50% แต่ตอนนี้ยังประเมินได้ยาก เพราะมาตรการช่วยเหลือในการฟื้นฟูจากภาครัฐยังไม่มีการดำเนินการที่ชัดเจน มีแต่เพียงมาตรการที่ผ่านคณะรัฐมนตรีแล้วเท่านั้น แต่การปฏิบัติให้เกิดผลยังไม่เกิดขึ้น” นายสมบูรณ์ กล่าว
ขณะที่ความเชื่อมั่นของนักลงทุนในขณะนี้ขึ้นอยู่กับมาตรการป้องกันน้ำท่วมของรัฐบาลเป็นหลัก เพราะความเสียหายที่เกิดขึ้นในเหตุการณ์น้ำท่วมที่ผ่านมา มีมูลค่าความเสียหายกว่า 1 แสนล้านบาท นักลงทุนจึงรอดูว่ารัฐบาลจะมีมาตรการอย่างไรในการป้องกันน้ำท่วม เพื่อให้นักลงทุนเกิดความมั่นใจ โดยเฉพาะนักลงทุนที่มีโรงงานตั้งอยู่นอกนิคมฯ ซึ่งในอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์มีอยู่ประมาณ 400-500 ราย แต่กลุ่มนี้ยังไม่ได้รับการดูแล และไม่อยู่ในส่วนที่ได้รับสิทธิประโยชน์
ดังนั้น ผู้ประกอบการที่อยู่นอกนิคมฯส่วนใหญ่จึงต้องการสิทธิประโยชน์สำหรับการป้องกันน้ำท่วมด้วยเช่นเดียวกัน เนื่องจากผู้ประกอบการที่มีโรงงานเดี่ยวอยู่นอกนิคมฯ ก็จำเป็นต้องสร้างระบบป้องกันเพื่อปกป้องโรงงานสำหรับเหตุการณ์ในอนาคต แต่การสนับสนุนของภาครัฐส่วนใหญ่ไปกระจุกตัวอยู่ในนิคมฯ
นอกจากนี้ ผู้ประกอบการยังเป็นห่วงปัญหาการขึ้นค่าแรง 300 บาทต่อวัน เนื่องจากขณะนี้การผลิตยังไม่ฟื้นตัว แต่ยังต้องรักษาการจ้างไว้อยู่ หากค่าแรง 300 บาทมีผลในเดือนเม.ย. 2555 จะยิ่งเป็นภาระห้ผู้ประกอบการมากขึ้น ซึ่งปัจจัยนี้ทำให้นักลงทุนต้องไปศึกษาหาพื้นที่การลงทุนแห่งอื่น ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ โดยในอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ขณะนี้น่าจะมีการเลิกจ้างงานแล้วมากกว่า 3 หมื่นราย จากแรงงานทั้งหมด 5.5 แสนคน โดยเฉพาะกลุ่มที่ไม่ใช่พนักงานประจำ







