
รฟท.ชงเพิ่มวงเงินสายสีแดงสัญญา1
ร.ฟ.ท.ยื่นหนังสือขอขยายวงเงินค่าก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีแดง บางซื่อรังสิต หวังปรับให้เหมาะสม
ร.ฟ.ท.ยื่นหนังสือขอขยายวงเงินค่าก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีแดง บางซื่อรังสิต หวังปรับให้เหมาะสม
นายยุทธนา ทัพเจริญ ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เปิดเผยว่า ได้ทำหนังสือไปกระทรวงคมนาคมและกระทรวงการคลัง เพื่อหารือเรื่องมติคณะรัฐมนตรีปี 2552 ระบุกรอบวงเงินก่อสร้างโครงการรถไฟสายสีแดง ช่วงบางซื่อรังสิต สัญญาที่ 1 วงเงิน 2.7 หมื่นล้านบาท ซึ่งมีการระบุเพิ่มเติมให้ปรับกรอบวงเงินตามความเหมาะสม โดยให้ตกลงร่วมกับกระทรวงการคลัง ดังนั้น ร.ฟ.ท.จึงต้องการปรับกรอบเพื่อขยายวงเงิน
ทั้งนี้ กลุ่มกิจการร่วมค้าเอสยู (SU) ประกอบด้วย บริษัท ซิโนไทย เอ็นจีเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น และบริษัท ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น ยื่นเสนอราคาต่ำสุด แต่สูงกว่ากรอบวงเงินประมาณ 31,170 ล้านบาท หรือสูงกว่าถึง 3,000 ล้านบาท ซึ่งตามระเบียบการประกวดราคาขององค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น (ไจกา) สามารถยื่นข้อเสนอสูงกว่ากรอบราคาได้ แต่ในการดำเนินงาน ร.ฟ.ท.จำเป็นต้องพิจารณาแนวทางดำเนินงานให้รอบคอบ เบื้องต้น ร.ฟ.ท.เห็นว่าราคา 3 หมื่นล้านบาท ถือว่าเหมาะสมและจะทำให้การดำเนินโครงการแล้วเสร็จโดยเร็ว รวมทั้งลดการเสียโอกาสในการใช้ประโยชน์ของประชาชน
สำหรับการเปิดซองราคาสัญญาที่ 2 หรืองานโยธาสำหรับทางรถไฟช่วงบางซื่อรังสิต มูลค่า 1.8 หมื่นล้านบาทนั้น จะดำเนินงานภายหลังสัญญาที่ 1 ชัดเจนก่อน ซึ่งน่าจะสามารถดำเนินการได้เร็ว เพราะทราบแนวทางการปฏิบัติตามสัญญาที่ 1
นอกจากนั้น ร.ฟ.ท.จะขอเจราจากับไจกาเรื่องขอยกเว้นค่าปรับธรรมเนียมการเงิน หากไม่สามารถกู้เงินไปดำเนินโครงการรถไฟสายสีแดงได้ตามแผนงาน ซึ่งปัจจุบันค่าปรับอยู่ที่ประมาณ 33 ล้านบาท
ด้านนางสร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ในฐานะประธานกรรมการ ร.ฟ.ท. กล่าวว่า ตั้งเป้าแก้ปัญหาโครงการรถไฟสายสีแดง ช่วงบางซื่อรังสิต ให้เสร็จในเดือน ก.พ.นี้ แต่ไม่สามารถระบุรายละเอียดงานได้มาก เพราะกระทบระเบียบไจกา
ด้านบริษัทที่ยื่นข้อเสนอประกวดราคาสัญญาที่ 1 และ 2 มีทั้งหมด 3 บริษัทเหมือนกัน ได้แก่ 1.บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ 2.บริษัท ช.การช่าง และ 3.กลุ่มกิจการร่วมค้า SU ประกอบด้วย บริษัท ซิโนไทย เอ็นจีเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น และบริษัท ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น
นายจำรูญ ตั้งไพศาลกิจ รองปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวหลังเป็นประธานเปิดประชุมคณะทำงานด้านการขนส่งของเอเปก ครั้งที่ 35 ระหว่างวันที่ 21 ก.พ.24 ก.พ. ว่าการประชุมสมาชิก 21 เขตเศรษฐกิจของเอเปก จะหารือเรื่องความมั่นคงและปลอดภัยด้านขนส่งทั้งบก น้ำ อากาศ และระบบขนส่งหลายรูปแบบ







