
รุก รับ และล้อมรั้ว
หลายวันก่อนผมมีโอกาสเข้าร่วมประชุมเสวนากับคณาจารย์คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
หลายวันก่อนผมมีโอกาสเข้าร่วมประชุมเสวนากับคณาจารย์คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
โดย..นคร มุธุศรี
และผู้นำองค์กรที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของประเทศไทยหลายท่าน อาทิ กรรมการสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ สมาคมตัวแทนนายหน้า สมาคมผู้ประเมินค่าทรัพย์สินแห่งประเทศไทย และสมาคมบริหารทรัพย์สินแห่งประเทศไทย ร่วมพูดคุยถึงการเตรียมพร้อมที่บ้านเมืองเราจะเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในอีก 3 ปีข้างหน้า
ตามกฎบัตรของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community หรือ AEC) อีก 34 ปีนับจากนี้ไป ทั้ง 10 ประเทศในกลุ่มจะเปิดเป็นตลาดเสรีทางด้านท่องเที่ยว ลงทุน บริการ และแรงงานฝีมือ ซึ่งถึงตอนนั้นหากแต่ละชาติไม่เตรียมเนื้อเตรียมตัวให้ดีๆ อาจจะแข่งขันสู้กับเพื่อนๆ ร่วมภูมิภาคเขาไม่ได้
พร็อพเพอร์ตี แมเนจเมนต์ ผู้ประกอบอาชีพบริหารจัดการหมู่บ้าน คอนโดมิเนียม หลังการขายก็เป็นหนึ่งในนั้น
จะว่าไป แม้กฎบัตรประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนจะยังไม่มีผลบังคับใช้ แต่ปัจจุบันหลายอาชีพที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจเรียลเอสเตตก็เปิดตลาดเสรีกลายๆ อยู่แล้ว เนื่องจากผู้คนหลายชาติแห่เข้ามาทำมาหากินบนผืนแผ่นดินขวานทองโดยไม่มีหน่วยงานไหนกำหนดกฎกติกาให้ชัดเจน
ขืนปล่อยปละละเลยแบบนี้ อีกหน่อยประชาชนชาวไทยก็เดือดร้อน เพราะถูกชาวต่างชาติแย่งงานแย่งอาชีพมากขึ้นทุกที ทางที่ถูกที่ควรเมื่อมีการเปิดตลาดเสรีจะต้องดำเนินการไปพร้อมๆ กัน 3 ด้าน
“รับ รุก และล้อมรั้ว”
นี่คือความคิดเห็นเฉพาะตัวของผม นคร มุธุศรี เพื่อเตรียมรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนที่เกิดขึ้นในปี 2558 เป็นต้นไป
“รับ” และ “รุก” ทุกธุรกิจต้องผจญกับการแข่งขันสูง ไม่เว้นแม้กระทั่งอาชีพบริหารจัดการหมู่บ้านและคอนโดมิเนียมหลังการขาย ซึ่งแน่นอนการจะสู้ชาวต่างชาติให้ได้ คนไทยต้องพัฒนาหลากหลายด้าน ส่วนที่ต้องปรับเปลี่ยนครั้งใหญ่ คือ การพูดการสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษ เรายังด้อยกว่าหลายๆ ชาติ แม้ทั้งพม่าและมาเลเซีย สองประเทศนั้นเขาเคยอยู่ภายใต้การปกครองของจักรภพอังกฤษมาก่อน จึงพูดจาคล่องปรื๋อเกือบทุกคน
ประเทศไทยไม่เคยเป็นขี้ข้าใครมาก่อนนับเป็นสิ่งที่ภาคภูมิใจ แต่มีข้อด้อยตรงภาษงภาษาสู้เพื่อนบ้านเขาไม่ได้ ฉะนั้นหากคิดจะตั้งรับและหรือรุกไปเปิดธุรกิจสาขาในต่างแดนต้องเตรียมเนื้อเตรียมตัวพูดภาษาอังกฤษให้คล่องเป็นเบื้องแรก
ในขณะเดียวกันต้องหาวิธี “คุ้มครอง” วิชาชีพที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์บนผืนแผ่นดินไทยโดยวิธี “ล้อมรั้ว” ไปพร้อมๆ กันด้วยนะ
ใช่เปิดช่องเปิดรูให้คนต่างด้าวเข้าปักหลักทำมาหากินอย่างไร้กฎกติกา
มาว่ากันเฉพาะงานทางด้านบริหารจัดการทรัพย์สินในประเทศไทย หากชาวต่างชาติคิดจะประกอบอาชีพนี้ต้องศึกษาเรียนรู้หลายด้าน อาทิ ระเบียบกติกา พระราชบัญญัตินับสิบๆ ฉบับ บัญชีการเงินที่กำหนดให้จัดทำตามบทบัญญัติกฎหมาย และการให้บริการที่เป็นเอกลักษณ์ของสยามเมืองยิ้ม
นอกจากนั้น ผู้บริหารทรัพย์สินจะต้องเข้าอกเข้าใจการกินอยู่และวัฒนธรรมประเพณีของไทยให้ถ่องแท้ มิฉะนั้นก็ยากต่อการควบคุมดูแลให้เกิดประโยชน์สุข รวมทั้งสร้างสรรค์มูลค่าและหรือคุณภาพเพิ่ม
อย่าว่าแต่ชาวต่างชาติเลย แม้คนไทยแท้ๆ ก็เถอะ การจะเดินเข้าสู่อาชีพบริหารทรัพย์สินก็ต้องผ่านการศึกษาและเล่าเรียนในหลักสูตร “มาตรฐานวิชาชีพผู้จัดการนิติบุคคลหมู่บ้านและอาคารชุด” จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ทุกราย
ชาวต่างชาติก็ไม่มีข้อยกเว้น...!!!







