
เลือกกองทุนรวมแบบมีปันผลดีหรือไม่
ปัจจุบันในบ้านเรามีกองทุนรวมให้เลือกลงทุนนับพันกอง
ปัจจุบันในบ้านเรามีกองทุนรวมให้เลือกลงทุนนับพันกอง
ในจำนวนนี้แบ่งเป็นกองทุนรวมที่มีนโยบายจ่ายปันผลกว่า 200 กอง และไม่จ่ายปันผลอีกกว่า 1,000 กอง หลายคนมีคำถามว่าจะเลือกลงทุนอย่างไรดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ที่ต้องตัดสินใจเลือกระหว่างกองทุนที่มีนโยบายลงทุนเหมือนกัน ต่างกันเพียงการจ่ายหรือไม่จ่ายปันผลเท่านั้น กองทุนรวมทั้งสองแบบมีข้อดีข้อด้อยที่ต่างกันไป วันนี้จึงจะขอมาให้ข้อมูลเพื่อการพิจารณากันค่ะ
กองทุนรวมปันผล
ทยอยปันผลกำไร สร้างกระแสรายได้ประจำ
กองทุนรวมประเภทนี้ เมื่อมีกำไรจะนำกำไรนั้นจ่ายให้ผู้ลงทุนเป็นระยะๆ ในรูปของเงินปันผลทุก 3 เดือน หรือ 6 เดือน ตามที่ระบุในหนังสือชี้ชวน ผู้ลงทุนจึงได้ผลตอบแทนจากการลงทุนมาใช้ก่อนโดยไม่ต้องขายหน่วยลงทุน ช่วยลดความกังวลในเรื่องความผันผวนของราคาได้ อย่างไรก็ดี กองทุนรวมที่มีนโยบายจ่ายเงินปันผลไม่ได้หมายความว่าต้องจ่ายเงินปันผลทุกงวด เพราะการจ่ายปันผลจะทำได้ก็ต่อเมื่อกองทุนรวมมีกำไรเท่านั้น
นอกจากนี้ ทุกครั้งที่จ่ายเงินปันผล มูลค่าหน่วยลงทุนจะลดลงไปเป็นจำนวนเท่ากับเงินปันผลที่จ่ายออกไป ซึ่งจะทำให้ขนาดของกองทุนรวมลดลง หากช่วงนั้นเป็นภาวะตลาดขาขึ้น กองทุนรวมก็จะมีเงินไปลงทุนได้น้อย ลดโอกาสในการสร้างผลกำไรให้มูลค่าหน่วยลงทุนเติบโตได้อย่างรวดเร็วต่อเนื่องไปด้วย ที่สำคัญเงินปันผลนี้จะถูกหักภาษี 10% โดยบริษัทจัดการกองทุนรวม (บลจ.) จะหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ให้เลย แต่หากใครมีรายได้ไม่เกิน 2 หมื่นบาทต่อเดือน ควรแจ้ง บลจ.ไว้ว่าไม่ต้องหักภาษี เพราะรายได้ทั้งปีของคุณเมื่อคำนวณหักค่าลดหย่อนต่างๆ แล้วเหลือไม่เกิน 1.5 แสนบาท ไม่อยู่ในข่ายที่ต้องเสียภาษี กองทุนรวมประเภทนี้เหมาะกับผู้ลงทุนที่ตั้งใจจะลงทุนระยะยาว ต้องการทยอยเก็บดอกผลจากการลงทุนไปเรื่อยๆ อย่างเช่นผู้ที่อยู่ในวัยเกษียณที่ไม่มีรายได้ประจำจากการทำงาน ก็จะได้เงินปันผลนี้มาใช้จ่าย เป็นรายได้เสริมอีกทางหนึ่ง
กองทุนรวมไม่มีปันผล
สะสมมูลค่าไว้ ทำกำไรเมื่อขายหน่วยลงทุน
กองทุนรวมประเภทนี้หากมีกำไรจะไม่จ่ายออกมาเป็นเงินปันผล แต่นำไปลงทุนต่อซึ่งจะทำให้มูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนเติบโตขึ้นเรื่อยๆ มูลค่าหน่วยลงทุนจึงเติบโตได้เร็วกว่าประเภทแรก ข้อดีคือผู้ลงทุนจะสามารถทำกำไรได้แบบเต็มเม็ดเต็มหน่วยเมื่อทำการขายหน่วยลงทุน และผลตอบแทนที่ได้รับจากการลงทุนทั้งหมดไม่มีภาระภาษี
ผู้ที่เหมาะสมกับการลงทุนในกองทุนรวมประเภทนี้ เช่น ผู้ที่มีกระแสรายได้ประจำอยู่แล้วและไม่ได้ต้องการกระแสเงินสดเป็นระยะๆ จากการลงทุนนี้ คาดหวังกำไรเป็นกอบเป็นกำจากการขายหน่วยลงทุนมากกว่า หรือมุ่งหวังทำเงินลงทุนให้งอกเงยจนได้ผลตอบแทนในจำนวนที่ต้องการแล้วจึงขายหน่วยลงทุนเพื่อนำเงินไปใช้ตามวัตถุประสงค์ที่วางไว้ เช่นซื้อรถ ดาวน์บ้าน เป็นต้น ข้อควรคำนึงสำหรับผู้ที่เลือกกองทุนรวมประเภทนี้คือ จำเป็นต้องจับจังหวะการขายหน่วยลงทุนให้เป็น โดยติดตามข่าวสารที่จะมีผลกระทบต่อกองทุนรวมและผลการดำเนินงานของกองทุนรวมอย่างสม่ำเสมอ และหมั่นศึกษาหาความรู้เพื่อให้สามารถขายหน่วยลงทุนและทำกำไรได้ถูกจังหวะเวลา
การตัดสินใจเลือกลงทุนในกองทุนรวมแบบที่มีปันผลหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับความต้องการของคุณเองว่าอยากได้รับผลตอบแทนมาใช้ก่อนเรื่อยๆ หรืออยากจับจังหวะซื้อขายทำกำไรก้อนใหญ่ทีเดียวเลย และควรพิจารณาไปถึงระดับความผันผวนของการลงทุนที่คุณรับได้ด้วย
ทั้งนี้ทั้งนั้น จุดต่างที่สำคัญคือเรื่องเงินปันผลมีภาระภาษี แล้วพบกันคราวหน้า สวัสดีค่ะ







