
ถูกหลอกน่ากลัวกว่าบึ้ม
6ทูตอียูเตรียมถกชุมพล2มี.ค.ททท.ชี้ช่วงทองเจาะตลาดโรตี
6ทูตอียูเตรียมถกชุมพล2มี.ค.ททท.ชี้ช่วงทองเจาะตลาดโรตี
6 สถานทูตอียูถกร่วมกระทรวงท่องเที่ยวฯ รับมือท่องเที่ยว ยันนักท่องเที่ยวเมินระเบิด ย้ำปัญหาหลอกลวงแย่กว่า
นายวัชระ กรรณิการ์ โฆษกกระทรวงการท่องเที่ยวและการกีฬา เปิดเผยว่า ในวันที่ 2 มี.ค.นี้ เอกราชทูตกลุ่มประเทศอียูใน 6 ประเทศ เช่น ออสเตรีย สวิตเซอร์แลนด์ นอร์เวย์ เนเธอร์แลนด์ เตรียมหารือ ร่วมกับนายชุมพล ศิลปอาชา รมว.ท่องเที่ยวฯ เพื่อวางกรอบการดูแลให้ความช่วยเหลือนักท่องเที่ยว กรณีนักท่องเที่ยวถูกหลอกลวง โดยมองว่าปัญหาดังกล่าวมีความรุนแรงและมีระยะเวลายาวนานกว่าปัญหาระเบิด
ทั้งนี้ จากรายงานพบว่าปัญหาเหตุระเบิดเป็นเหตุการณ์ที่กระทบเพียงระยะสั้น แต่ปัญหาใหญ่ที่กระทบต่อการตัดสินใจมาประเทศไทยของนักท่องเที่ยวยุโรป คือ การหลอกลวงนักท่องเที่ยวมากกว่าเหตุการณ์ระเบิด
นายเศรษฐพันธ์ พุทธานี ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานมุมไบ เปิดเผยว่า ข่าวระเบิดที่เกิดขึ้นในพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร (กทม.) ไม่ส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจของนักท่องเที่ยวตลาดอินเดียที่เตรียมเดินทางมาประเทศไทยในช่วงนี้ เนื่องจากประเทศดังกล่าวมีเหตุการณ์ระเบิดอยู่บ่อยครั้ง มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก รวมถึงเหตุระเบิดที่เกิดขึ้นในแต่ละครั้งมีความรุนแรงมากกว่าประเทศไทย
ทั้งนี้ ในทางตรงกันข้ามเหตุการณ์ดังกล่าวจะทำให้คนอินเดียมีความต้องการเดินทางมาประเทศไทยเพิ่มขึ้น เพราะเชื่อว่าผู้ประกอบการไทยเตรียมใช้กลยุทธ์ส่งเสริมการขายด้วยการลดแพ็กเกจการเดินทาง ทำให้มีราคาถูกกว่าปกติ โดยเฉพาะช่วงนี้เข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยว (ไฮซีซัน) ของคนอินเดีย ซึ่งพฤติกรรมนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้นิยมจ่ายค่าแพ็กเกจเดินทางราคาประหยัด แต่ทุ่มไม่อั้นกับซื้อสินค้าทางการท่องเที่ยว การช็อปปิ้ง
“คนอินเดียจะนิยมต่อรองราคาค่าเดินทางให้ได้ราคาที่ถูกใจที่สุด แต่เมื่อมาถึงไทยแล้ว จะเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่กระเป๋าหนักใช้จ่ายสูง นิยมซื้อสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้า ทีวีแอลซีดี เพราะราคาและคุณภาพถูกใจ” นายเศรษฐพันธ์ กล่าว
สำหรับแผนกลยุทธ์การตลาด เตรียมเน้น 3 กลุ่มสินค้าหลัก ได้แก่ 1.คู่รักคู่แต่งงาน 2.กอล์ฟ และ3.กองถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในไทย โดยทั้ง 3 กลุ่มเป็นตลาดที่มีกำลังซื้อ และเฉลี่ยวันพักกว่านักท่องเที่ยวทั่วไปหลายเท่าตัว โดยปีนี้คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวอินเดียเดินทางมาไทยราว 1 ล้านคน รายได้ 3.2 หมื่นล้านบาท เทียบกับปีที่ผ่านมา 9.2 แสนคน รายได้ 2.8 หมื่นล้านบาท







