
ปปช.ถามคลัง-สภาพัฒน์ยืนยันสัญญาทรู
ป.ป.ช.ร่อนหนังสือถึงกระทรวงคลัง-สภาพัฒน์ ขอยืนยันสัญญาทรู 3 จี ถูกต้องตาม พ.ร.บ.ร่วมทุน
ป.ป.ช.ร่อนหนังสือถึงกระทรวงคลัง-สภาพัฒน์ ขอยืนยันสัญญาทรู 3 จี ถูกต้องตาม พ.ร.บ.ร่วมทุน
นายเมธี ครองแก้ว กรรมการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ในฐานะประธานอนุกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีสัญญาการให้บริการ 3 จีเอชเอสพีเอ ระหว่างกลุ่ม ทรู คอร์ปอเรชั่น และ กสท โทรคมนาคม เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะอนุกรรมการเตรียมส่งหนังสือถึงกระทรวงการคลัง และ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สศช. เพื่อให้ยืนยันสถานะของสัญญา 3 จีที่ทำขึ้นว่าถูกต้องตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมหรือดำเนินงานในกิจการของรัฐ พ.ศ.2535 หรือ พ.ร.บ.ร่วมทุน
ทั้งนี้ เพื่อนำข้อมูลไปประกอบการพิจารณาหลังจากที่ ป.ป.ช.ได้รับสำเนาเอกสารการสอบสวนของคณะกรรมาธิการศึกษาตรวจสอบเรื่องการทุจริตและเสริมสร้างธรรมาภิบาลของวุฒิสภา ที่มี น.ส.รสนา โตสิตระกูล เป็นประธาน ซึ่งระบุชัดเจนว่าสัญญาของทรูหลีกเลี่ยง พ.ร.บ.ร่วมทุน ทั้งที่มีมูลค่าโครงการเกิน 1,000 ล้านบาท
สำหรับกระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงของ ป.ป.ช.นั้น อยู่ระหว่างการเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องเข้ามาให้ข้อมูล โดยทางคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช.ได้เข้าให้ข้อมูลแล้วเมื่อวันที่ 20 ก.พ. หลังจากนี้จะเรียกปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ไอซีที เข้าให้ข้อมูลในวันที่ 27 ก.พ.
“ปัญหาขณะนี้ คือ แต่ละหน่วยงานที่ตรวจสอบเรื่องนี้มีความเห็นไม่ค่อยตรงกัน เช่น กรณี มาตรา 46 พ.ร.บ.กสทช. ที่ กสทช. ให้ความเห็นว่าทำเอ็มวีเอ็นโอได้ แต่ กมธ.สรุปว่าขัดมาตรานี้ ป.ป.ช. จึงต้องพิจารณาอย่างละเอียดว่าสัญญาของทรูอยู่ในจุดไหน ขัดหรือไม่ขัดอย่างไร” นายเมธีกล่าว
นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธอิการ กสทช. กล่าว่า กสทช.ได้ให้ข้อมูลต่อ ป.ป.ช. ใน 4 ประเด็นหลัก คือ การที่ กสทฯ ไม่ยอมแก้ไขสัญญา 3 จีทั้งที่ กสทช.มีมติให้แก้ไข ผลสรุปของ กสทช.ว่าทรูไม่ขัดมาตรา 46 พ.ร.บ.กสทช. การที่บริษัท โทเทิ่ล แอ็๕เซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือ ดีแทค ได้ยื่นฟ้องกสทช. และ การตั้งคณะอนุกรรมการของกสทช.เพื่อตรวจสอบสัญญาของทรู เช่นเดียวกัน
อย่างไรก็ตาม ทางกลุ่มทรูได้ชี้แจงในประเด็น พ.ร.บ.ร่วมทุนว่า สัญญาฉบับนี้ไม่ต้องผ่าน พ.ร.บ.ร่วมทุน เพราะโครงการนี้ไม่เข้านิยามคำว่ากิจการของรัฐ จากสาเหตุที่กสทฯ แปลงสภาพเป็นบริษัทมหาชน และเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตจาก กสทช.เช่นเดียวกับผู้ได้รับใบอนุญาตรายอื่น และในเรื่องนี้ทางสำนักงานอัยการสูงสุดได้มีการพิจารณาตรวจสอบสัญญาต่างๆ แล้วว่าเป็นไปตามกฎหมาย ไม่ได้เข้าเกณฑ์ที่จะต้องปฏิบัติตาม พรบ.ร่วมทุน แต่อย่างใด







