
ไปรษณีย์สู้น้ำท่วมย้ายศูนย์ไปภาคใต้
ไปรษณีย์เล็งย้ายศูนย์กลางกระจายจัดส่งไปใต้ รับมือน้ำท่วมรอบ 2 หวังบอลยูโรช่วยดันรายได้สิ้นปี 1.7 หมื่นล้านบาท
ไปรษณีย์เล็งย้ายศูนย์กลางกระจายจัดส่งไปใต้ รับมือน้ำท่วมรอบ 2 หวังบอลยูโรช่วยดันรายได้สิ้นปี 1.7 หมื่นล้านบาท
น.ส.อานุสรา จิตต์มิตรภาพ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย เปิดเผยว่า ได้เตรียมแผนป้องกันหากเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมอีกครั้งในปีนี้ โดยพร้อมย้ายศูนย์กระจายการจัดส่งไปยังภาคใต้หรือจังหวัดอื่นๆ ที่ไม่มีความเสี่ยงในเรื่องนี้ นอกเหนือไปจาก กทม. เพื่อป้องกันความเสียหายด้านอุปกรณ์ต่างๆ
ทั้งนี้ จากประสบการณ์ปีที่ผ่านมา การมีศูนย์กระจายการจัดส่งใหญ่เพียงที่เดียวส่งผลให้จดหมายและพัสดุตกค้างในช่วงน้ำท่วมกว่า 1 ล้านชิ้น และทำให้การจัดส่งเป็นไปค่อนข้างล่าช้า แต่ปีนี้ระบบจัดการส่งพัสดุไปรษณีต่างๆ จะดีขึ้นกว่าเดิมแน่ จากแผนการรับมือที่ไปรษณีย์ได้เตรียมพร้อมมากขึ้น
สำหรับผลกระทบน้ำท่วมปีที่ผ่านมา ไปรษณีย์กำไรลดเกือบ 50 ล้านบาท จากที่ตั้งไว้ 350 ล้านบาท แต่เชื่อปีนี้จะกลับมาดีจากกิจกรรมพิเศษคือ ไปรษณียบัตรทายผลฟุตบอลยูโรจัดส่งบัตรเลือกตั้งท้องถิ่น ตั้งเป้ามีกำไรปีนี้ 800 ล้านบาท และมีรายได้ 1.7 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 1,000 ล้านบาท
นอกจากกิจกรรมพิเศษแล้ว ยังให้ความสำคัญกับธุรกิจบริการขนส่ง หรือโลจิสติกส์ครบวงจร ที่เติบโตเพิ่มขึ้นตามความนิยมในการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ ส่งผลให้การส่งของผ่านไปรษณีย์ปีนี้มีแนวโน้มเพิ่มอีก 1520% รวมไปถึงการขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มใหม่ เช่น กลุ่มธุรกิจขายตรง ธุรกิจเคเบิลทีวี ธุรกิจอินเทอร์เน็ต และการให้บริการขนส่งจากสนามบินมายังจุดหมายปลายทางที่ลูกค้าต้องการ
น.ส.อานุสรา กล่าวว่า เพื่อเป็นการรองรับการโตของธุรกิจโลจิสติกส์ ไปรษณีย์มีแผนจัดซื้อรถนำจ่ายเพิ่มอีก 60 คัน และจัดตั้งศูนย์ไปรษณีย์ในภูมิภาคเพื่อกระจายการขนส่งเพิ่มอีก 4 แห่ง คือ จ.นครปฐม พระนครศรีอยุธยา ปราจีนบุรี และพังงา ซึ่งจะทำให้มีศูนย์ไปรษณีย์กระจายสิ่งของทั้งหมด 20 แห่ง
รวมทั้งเตรียมพร้อมพนักงานให้รู้จักตื่นตัว เพื่อรับมือกับการเปิดเสรีประชาคมอาเซียน หรือเออีซี ที่จะช่วยสร้างโอกาสให้ไทยสามารถเป็นศูนย์กลางการขนส่งเชื่อมต่อไปยังภูมิภาคต่างๆ ซึ่งทำให้ต้องเตรียมระบบหลังบ้านให้พร้อมมากขึ้น
ขณะที่ผลประกอบการปีที่ผ่านมามีรายได้รวม 1.6 หมื่นล้านบาท เพิ่มจากปี 2553 ประมาณ 370 ล้านบาท สัดส่วนมาจากสื่อสาร 73% ขนส่ง 12% ที่เหลือเป็นธุรกิจค้าปลีกและรับชำระเงิน และไปรษณียากรเพื่อการสะสม







