
ยอดใช้สิทธิเอฟทีเอเพิ่ม17%
มูลค่าใช้สิทธิ61%ของส่งออกใช้ประโยชน์แหล่งกำเนิดสินค้า
มูลค่าใช้สิทธิ61%ของส่งออกใช้ประโยชน์แหล่งกำเนิดสินค้า
“พาณิชย์” เผยยอดใช้สิทธิเอฟทีเอปี 2554 ทะลุ 4 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 17% แนะเอกชนปรับตัวแหล่งกำเนิดสินค้าเพื่อใช้สิทธิให้เต็มที่
นายสุรศักดิ์ เรียงเครือ รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า ผลการใช้สิทธิประโยชน์ส่งออก ภายใต้ข้อตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ปี 2554 มีมูลค่าการใช้สิทธิสูงถึง 3.99 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 16.95% จากปี 2553 ที่มีการใช้สิทธิเพียง 3.41 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หรือเพิ่มขึ้นกว่า 5,000 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยมีสัดส่วนการใช้สิทธิคิดเป็น 61.30% ของมูลค่าส่งออกเฉพาะรายการสินค้าที่ได้รับสิทธิลดภาษี
ทั้งนี้ เขตการค้าเสรีอาเซียน (อาฟตา) เป็นกรอบความตกลงเอฟทีเอที่มีมูลค่าการใช้สิทธิเอฟทีเอส่งออกมากสุดมูลค่า 1.51 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เป็นไปในทิศทางเดียวกันกับการส่งออกของไทยในภาพรวมที่ตลาดอาเซียนเป็นตลาดมีความสำคัญเป็นอันดับ 1 ของไทยทดแทนตลาดเดิมอย่างสหรัฐและสหภาพยุโรป (อียู) รองลงมาเป็น การใช้สิทธิเพื่อส่งออกไปตลาดประเทศออสเตรเลีย จีน อินเดีย และญี่ปุ่น
อย่างไรก็ตาม แม้การใช้สิทธิเอฟทีเอจะมีสัดส่วนเพิ่มมากขึ้น แต่ผู้ประกอบการไทยยังใช้สิทธิไม่เต็มที่ เนื่องจากไม่สามารถผลิตสินค้าให้เป็นไปตามกฎแหล่งกำเนิดสินค้าที่ไทยได้ทำความตกลงไว้กับประเทศคู่ค้าได้ โดยเฉพาะสินค้าอุตสาหกรรมประเภทต่างๆ ที่เป็นสินค้าส่งออกหลักของไทย เนื่องจากต้องนำเข้าชิ้นส่วนวัตถุดิบจากประเทศนอกเอฟทีเอมาผลิตเป็นสินค้าสำเร็จรูปเพื่อส่งออก
สำหรับแนวทางแก้ไขเรื่องแหล่งกำเนิดสินค้า ผู้ประกอบการไทยจำเป็นต้องปรับตัวและใช้วัตถุดิบจากประเทศคู่ค้าที่ทำความตกลงเอฟทีเอกับไทย เพื่อให้สามารถสะสมแหล่งกำเนิดสินค้าได้
“การใช้สิทธิประโยชน์จากข้อตกลงเอฟทีเอ จะเป็นปัจจัยสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็ก (เอสเอ็มอี) ที่ยังมีข้อจำกัดด้านปัจจัยการผลิต ทำให้ไม่สามารถแข่งขันได้ หากต้องเผชิญกับอัตราภาษีปกติ ที่สำคัญสิทธิพิเศษที่ได้จากเอฟทีเอยังมีส่วนสำคัญในการสร้างรายได้จากการส่งออกสินค้าไทยเพิ่มมากขึ้น และช่วยขยายโอกาสการประกอบธุรกิจของบริษัทไทยในต่างประเทศด้วย” นายสุรศักดิ์ กล่าว
ด้านแผนงานปี 2555 กรมมีกำหนดที่จะจัดกิจกรรมส่งเสริมการใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้าจากเอฟทีเอภายใต้กรอบต่างๆ เช่น การจัดสัมมนาเพื่อเพิ่มองค์ความรู้และขีดความสามารถให้กับผู้ประกอบการในเขตกรุงเทพมหานคร (กทม.) และตามจังหวัดต่างๆ ให้สามารถใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้าจากเอฟทีเอได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การจัดงานส่งเสริมการใช้สินค้าเอฟทีเอ โดยเฉพาะเขตการค้าเสรีอาเซียน เพื่อส่งเสริมสนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้เตรียมความพร้อมในการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) เป็นต้น







