
โยชิซึมิ คุราตะ ลั่นฮุนได เดินมาถูกทาง
....พิสันต์ อิทะวัฒนกุล
ค่ายรถยนต์สัญชาติเกาหลีที่กำลังไปได้ดีในตลาดโลกอย่างฮุนได ประกาศบุกตลาดประเทศไทยในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการกลับมาทำตลาดอีกครั้งหลังจากเงียบหายไปอย่างยาวนานในช่วงที่ตลาดรถยนต์ในประเทศไทยฟื้นตัว
ผลการดำเนินการในช่วง 2 ปีแรก หากจะมองว่าปีแรกคือการสร้างรากฐานและการหาสินค้าที่เหมาะสมกับตลาด ก็ต้องบอกว่าการเติบโต 100% ในปีที่ 2 ท่ามกลางภาวะที่ตลาดรถยนต์ในประเทศไทยชะลอตัว แม้จะเป็นการเติบโตจากฐานยอดขายจำนวนไม่มาก แต่ก็ถือว่าเป็นการยืนยันได้ในระดับหนึ่งว่าฮุนไดกำลังเดินมาถูกทางในประเทศไทย
โยชิซึมิ คุราตะ ประธานบริษัท ฮุนได มอเตอร์ (ไทยแลนด์) บอกว่า ยอดจำหน่ายรถยนต์ของฮุนไดในปีที่ผ่านมาที่เติบโตกว่า 100% หรือมียอดจำหน่าย 1,788 คัน เป็นผลมาจากการตอบรับในกลุ่มรถตู้เอช1 ที่มียอดจำหน่ายประมาณ 1,400 คัน ซึ่งเชื่อว่าเอช1 จะยังเป็นสินค้าหลักที่สร้างยอดจำหน่ายอย่างต่อเนื่องในปีนี้
อย่างไรก็ตาม ฮุนไดก็มีแผนที่จะเปิดตัวสินค้าใหม่อย่างต่อเนื่องอีก 3 รุ่นในปีนี้ โดยจะเน้นไปที่สินค้าที่แตกต่างและเป็นที่ต้องการของตลาด และถือเป็นการแตกไลน์รถยนต์ให้ตรงกับความต้องการของลูกค้า โดยจะเริ่มจากเอสยูวีอย่างทูซอน ที่จะนำเข้าจากเกาหลีในช่วงเดือนนี้
ตามมาด้วยรถยนต์นั่งขนาดเล็กระดับบีคาร์ ฮุนได ไอ10 ที่จะนำเข้าจากโรงงานในมาเลเซีย และรถตู้วีไอพี ฮุนได แกรนด์ สตาเร็กซ์ ซึ่งทั้ง 2 รุ่นนี้จะนำเข้ามาในช่วงไตรมาส 3 ของปีนี้ ผ่านมาตรการเขตการค้าเสรีอาเซียน (อาฟตา) ซึ่งฮุนไดตัดสินใจเปิดฐานการผลิตทั้ง 2 ประเทศเพื่อรองรับการขยายตัวของตลาดอาเซียน
“
สำหรับประเทศไทยก็อยู่ระหว่างการพิจารณาความเป็นไปได้ในการใช้ไลน์ผลิตที่มีอยู่ทำการผลิตรถยนต์เพื่อส่งออกในอาเซียนเหมือนกัน แต่ยังต้องคุยกับบริษัทถึงความเหมาะสมว่าจะผลิตรถในแบบใด ยังมีความเป็นไปได้ทั้งรถยนต์นั่ง เอ็มพีวี หรือแม้แต่เอสยูวี ซึ่งที่ผ่านมาฮุนไดมีการว่าจ้างโรงงานธนบุรีประกอบรถยนต์เพื่อประกอบฮุนได โซนาต้า แต่ได้ทำการหยุดไลน์ผลิตไปในช่วงกลางปี 2552 ที่ผ่านมา”ทั้งนี้ คุราตะบอกว่าการชะลอการผลิตรถยนต์ในประเทศไทยเป็นผลมาจากการที่สินค้ายังมีสต๊อกอยู่ ประกอบกับรถรุ่นใหม่มีการเปิดตัวที่ตลาดต่างประเทศไปแล้ว ทำให้ลูกค้าตัดสินใจรอรถรุ่นใหม่ ซึ่งที่ผ่านมาฮุนไดก็หยุดทำตลาดโซนาต้าในโชว์รูมสำหรับลูกค้าทั่วไปแล้ว แต่เน้นไปที่กลุ่มลูกค้าฟลีตหรือวีไอพี แท็กซี่ ซึ่งหากมีออร์เดอร์เข้ามาก็จะเป็นการนำเข้าจากเกาหลีทั้งหมดแทน
เป้าหมายการเติบโตในปีนี้ที่ฮุนไดตั้งเอาไว้โตแบบก้าวกระโดดอีก 77% หรือคิดเป็นยอดจำหน่าย 3,000 คันนั้น นอกจากเรื่องตัวสินค้าใหม่ที่กล่าวมาแล้ว ยังจะต้องเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลลูกค้าทั่วประเทศ ทำให้ฮุนไดตัดสินใจขยายโชว์รูมและศูนย์บริการในประเทศไทยให้ครบ 30 แห่งในปีนี้ จากที่มีอยู่ 19 แห่งในปัจจุบัน
นอกจากนี้ ในปี 2553 ฮุนไดยังเป็นหนึ่งในพันธมิตรผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการของการแข่งขันฟุตบอลโลก 2010 ที่ประเทศแอฟริกาใต้ ซึ่งเป็นบริษัทรถยนต์เพียงแห่งเดียวที่เป็นผู้สนับสนุนดังกล่าว โดยฮุนไดก็เตรียมแผนงานเพื่อจัดกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการแข่งขันดังกล่าวอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปีนี้
“
ผมเชื่อว่าความมั่นใจที่คนไทยมอบให้ฮุนไดนั้น มีมากอย่างชัดเจน เห็นได้ชัดจากยอดจำหน่ายรถยนต์ที่เพิ่มขึ้นในแต่ละเดือน ซึ่งสิ่งที่ฮุนไดทำมาตลอด 2 ปี เป็นแนวทางที่ถูกต้องสำหรับบริษัทในการกลับมาฟื้นฟูตลาดในประเทศไทย ซึ่งฮุนไดในฐานะผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ 1 ใน 5 ของโลก มองว่าเราจะต้องประสบความสำเร็จในตลาดประเทศไทยอย่างแน่นอน”และนี่คือคำสัญญาจากผู้บริหารค่ายรถยนต์สัญชาติเกาหลี ที่ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาในการเข้ามาเปิดตลาดประเทศไทย ได้รับการกล่าวขวัญถึงค่อนข้างมากว่าจะสามารถประสบความสำเร็จในตลาดได้ตามเป้าหมายที่วางเอาไว้หรือไม่
2 ปีที่ผ่านมายังอาจจะสรุปอนาคตไม่ได้ชัดเจน แต่ความมุ่งมั่นและการเดินหน้าแบบไม่หยุดยั้ง จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ฮุนไดกลับมาผงาดในประเทศไทยได้อีกครั้ง
ถือเป็นค่ายรถน้องใหม่ ที่น่าจับตาอีกหนึ่งรายทีเดียว!!!







