
กรีวอีกตัวอย่างหนึ่งของคำว่า ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย
เมื่อวันอาทิตย์ที่ 12 ก.พ.ที่ผ่านมา ข่าวรัฐบาลกรีซที่ต้องยอมมอบ
เมื่อวันอาทิตย์ที่ 12 ก.พ.ที่ผ่านมา ข่าวรัฐบาลกรีซที่ต้องยอมมอบ
“อธิปไตยทางเศรษฐกิจ” ให้แก่ “ไอเอ็มเอฟ” และประเทศในกลุ่ม “อียู” ใหญ่ๆ ที่ให้เงินช่วยเหลือ โดยสมาชิกรัฐสภากรีซที่ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขข้อสำคัญ เช่น มาตรการลดค่าจ้างขั้นต่ำ 22% ลดบำนาญ และปลดลูกจ้างรัฐ 1.5 แสนคน ภายในปี 2558 และรัฐบาลกรีซต้องปรับลดงบประมาณรายจ่าย 325 ล้านยูโรภายในปีนี้ เพื่อแลกกับความช่วยเหลือมูลค่า 1.3 แสนล้านยูโร (ราว 1.7 แสนล้านเหรียญสหรัฐ) จากสหภาพยุโรป (อียู) และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) เพื่อหลีกเลี่ยงการผิดนัดชำระหนี้ก้อนใหญ่ที่จะถึงกำหนดชำระหนี้ในวันที่ 20 มี.ค.นี้
เหตุการณ์นี้ดูๆ ไปก็คล้ายกับเหตุการณ์ที่ประเทศไทยต้องประสบเมื่อคราววิกฤตต้มยำกุ้งปี 2540 ประชาชนชาวกรีซก็คงจะมีความรู้สึกคล้ายกับคนไทยในขณะนั้นที่ถูก “ไอเอ็มเอฟ” บีบให้ขึ้นดอกเบี้ย ตัดค่าใช้จ่าย แปรรูปรัฐวิสาหกิจ และทำการเลหลังขายทรัพย์สินให้แก่สถาบันการเงินต่างชาติในราคาต่ำกว่าทุน
หากเรามาพิจารณาดูสาเหตุของวิกฤตกรีซครั้งนี้ว่ามาจากอะไรบ้าง ก็พอจะบอกได้คร่าวๆ เช่น
1.การที่กรีซมีภาครัฐที่ใหญ่ ประสิทธิภาพต่ำ และมีรายจ่ายสูง โดยประชากรกรีซ 11 ล้านคน เป็นข้าราชการมากถึง 1.025 ล้านคน = 9.32% หรือเฉลี่ยแล้วคนกรีซ 11 คน จะเป็นข้าราชการ 1 คน
2.ขนาดเศรษฐกิจมืด (Black Economy) ของกรีซมีค่าประมาณ 1/3 GDP (ผลผลิตมวลรวมประชาชาติ รวมสินค้าและบริการทุกอย่าง)
3.การใช้จ่ายงบประมาณที่มากมายอันเนื่องมาจากนโยบายประชานิยมและการให้สวัสดิการสังคมต่างๆ เพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง จนเกิดการขาดดุลอย่างมหาศาล เช่น สวัสดิการเกษียณก่อนกำหนด (Early Retirement) ที่เดิมยอมให้เกษียณได้ตั้งแต่อายุ 40 ปีเศษๆ โดยจะได้รับเงินบำนาญในจำนวนสูง
4.การคอร์รัปชัน หรือการหลบเลี่ยงภาษี ทำให้ภาครัฐขาดรายได้ที่จะมาจุนเจือรายจ่ายอันมหาศาล
และแน่นอน เมื่อถูกกำหนดเงื่อนไขต่างๆ มากมาย ประชาชนชาวกรีซที่ได้รับผลกระทบในครั้งนี้ก็ย่อมออกมาประท้วง ก่อการจลาจลดังที่เป็นข่าวในปัจจุบัน แต่หากเรามองกันไปลึกๆ แล้ว กรีซสามารถมีทางเลือกอื่นได้หรือไม่ ประเทศที่ถูกหนี้สินต้อนเข้ามุมอย่างกรีซย่อมไม่มีทางเลือก และใครคือต้นเหตุของวิกฤตในครั้งนี้ และประเทศบางประเทศในกลุ่มยูโรโซนอย่างเช่น เยอรมนี ทำไมถึงกลับมีเศรษฐกิจที่เข้มแข็งกว่า ผมคงไม่ขอกล่าวว่าใครคือต้นเหตุของวิกฤตกรีซ แต่ขอยกตัวอย่างว่าทำไมประเทศอย่างเยอรมนีจึงมีเศรษฐกิจที่เข้มแข็งดีกว่า
ตัวอย่างที่ผมขอยกนี้ ผมได้ฟังจากวิทยุช่องหนึ่ง ที่ดีเจได้นำประสบการณ์ของอาจารย์ท่านหนึ่งที่ได้เคยไปเยอรมนี โดยที่มีความเชื่อมาโดยตลอดว่าคนเยอรมันเป็นคนที่สุรุ่ยสุร่าย มาวันหนึ่งท่านได้ไปรับประทานอาหารที่ร้านอาหารหรูแห่งหนึ่งในเยอรมนีพร้อมกับเพื่อนคนไทยที่อยู่ที่นั่น สิ่งที่ท่านสังเกตเห็นก็คือ ในร้านอาหารนั้นมีคนนั่งอยู่เพียงไม่กี่โต๊ะ และอาหารบนโต๊ะก็ไม่ได้มากมายอะไรนัก เพียงพอสำหรับผู้ที่รับประทานเท่านั้น
ตามประสาคนไทย เมื่อไปถึงท่านและเพื่อนก็สั่งอาหารมาหลายอย่างเต็มโต๊ะตามประสาคนหิว และในที่สุดท่านและเพื่อนก็รับประทานไม่หมด หลังจากรับประทานเสร็จแล้ว ท่านก็ชำระเงินและเดินออกจากร้านทันที
ในขณะที่ท่านกำลังเดินออกจากร้านนั้น ก็มีผู้หญิงชาวเยอรมันท่านหนึ่งที่รับประทานอยู่อีกโต๊ะ ก็ได้เดินมาเตือนท่านและเพื่อนเรื่องรับประทานอาหารไม่หมด ท่านว่าขณะนั้นทิฐิท่านขึ้นมาทันที จึงสวนไปว่า “คุณมีสิทธิอะไร เงินก็เงินของชั้น เมื่อชั้นใช้เงินชั้นซื้ออาหาร จะกินหมดไม่หมดมันก็เรื่องของชั้น” ปรากฏว่าหญิงสาวคนนั้นโกรธมาก ไปแจ้งผู้บริหารร้านอาหารให้กักตัวท่านและเพื่อนไว้ก่อน พร้อมทั้งโทรศัพท์หาใครก็ไม่รู้
สักพักก็มีเจ้าหน้าที่จากสำนักงานสวัสดิการสังคมของเยอรมนีมา เมื่อไต่สวนเรื่องราวทั้งหมดแล้ว ก็แจ้งปรับท่านและเพื่อนทันที 50 มาร์ก (เรื่องนี้คงเกิดนานแล้วก่อนยูโรเกิด) โดยให้เหตุผลแก่ท่านว่า “จริงอยู่ เงินที่ซื้ออาหารเป็นเงินของท่าน แต่ทรัพยากรที่ทำอาหารเป็นของส่วนรวมที่ทุกคนมีหน้าที่ต้องรักษา ดังนั้นหากใครก็ตามใช้ทรัพยากรอย่างไม่คุ้มค่า เช่น รับประทานอาหารไม่หมด ก็มีหน้าที่ต้องชดใช้” สรุปท่านจึงต้องเสียค่าปรับ 50 มาร์ก สำหรับอาหารที่ท่านรับประทานไม่หมดเอง
เรื่องนี้ผมเคยได้ข่าวว่ามีหลายประเทศที่ทำเหมือนกัน บางประเทศทำในรูปของการให้รางวัลสำหรับการรับประทานหมด เช่น ให้ส่วนลดเมื่อรับประทานอาหารหมด เป็นต้น แต่ไม่ว่าจะใช้วิธีไหน ผมก็เห็นว่าเป็นเรื่องดี เพราะเป็นการสอนคนในประเทศให้เห็นคุณค่าของทรัพยากร ให้รู้จักบริโภคอย่างพอเพียง และสร้างวินัยในการใช้จ่ายเงินนั่นเอง
สุดท้ายนี้ ขอเชิญร่วมแบ่งปันความรัก แบ่งปันชีวิต ร่วมบริจาคโลหิตให้สภากาชาดไทย ในวันอังคารที่ 28 ก.พ. เวลา 09.00–15.00 น. ที่ธนาคารเกียรตินาคิน สาขาอโศก ห้อง 2001 ชั้น 20 อาคารเค ทาวเวอร์ A ถนนอโศก
หากสนใจการวางแผนการเงิน สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ฝ่ายธนบดีธนกิจ ธนาคารเกียรตินาคิน โทร. 026803333







