
นักวิชาการสับนโยบาย‘พักหนี้ดีมีแต่พัง’
นักวิชาการรุมค้าน “คลัง” พักหนี้ลูกหนี้ดีรายละ 5 แสน ติหวังแต่หาเสียงหวั่นแบงก์รัฐล้มทั้งระบบ
นักวิชาการรุมค้าน “คลัง” พักหนี้ลูกหนี้ดีรายละ 5 แสน ติหวังแต่หาเสียงหวั่นแบงก์รัฐล้มทั้งระบบ
นายพรายพล คุ้มทรัพย์ อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหา วิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า นโยบายของกระทรวงการคลังที่จะเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัญจรในวันที่ 21 ก.พ.นี้ ให้พิจารณาปรับปรุงนโยบายพักชำระหนี้รายย่อยไม่เกิน 5 แสนบาท ที่มีปัญหาเป็นหนี้เสียมาเป็นการขยายกับลูกหนี้ที่ดีไม่มีปัญหาของสถาบันการเงินของรัฐหมด ซึ่งจะครอบคลุมลูกหนี้ 5 ล้านราย เป็นนโยบายที่ไม่เหมาะสม กระทบต่อฐานะทางการเงินของธนาคารรัฐและรัฐบาล
“น่าหนักใจที่รัฐบาลจะเดินนโยบายแบบนี้ เพราะไม่ถูกหลักการเนื่องจากรายได้และสภาพคล่องของธนาคารรัฐจะหายไป และมีโอกาสเสี่ยงต่อหนี้เสีย สุดท้ายเปลืองเงินงบประมาณตกเป็นภาระของผู้เสียภาษี” นายพรายพล กล่าว
นักวิชาการผู้นี้เห็นว่าการพักหนี้ควรจะช่วยเฉพาะลูกหนี้ที่มีปัญหา จะให้ช่วยทุกคนรวมถึงคนที่มีความสามารถในการชำระหนี้อยู่แล้วคงไม่ไหว เพราะฐานะทางการเงินของธนาคารรัฐแต่ละแห่งก็ไม่ได้เข้มแข็งมากนัก ซึ่งจะเห็นว่าที่ผ่านมาธนาคารรัฐมีการขอเงินเพิ่มทุนจากกระทรวงการคลังเป็นระยะ
นายสังศิต พิริยะรังสรรค์ คณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหา วิทยาลัยรังสิต เปิดเผยว่า ในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 รัฐบาลต้องเข้าไปอุ้มหนี้สถาบันการเงิน 1.4 ล้านล้านบาท จนเป็นภาระในการจ่ายดอก เบี้ยถึงทุกวันนี้ปีละ 67 หมื่นล้านบาท ซึ่งในกรณีถ้ามีลูกหนี้ 5 ล้านราย ที่เป็นหนี้ไม่เกินรายละ 5 แสนบาท เท่ากับว่ายอดหนี้ทั้งหมดรวมกันน่าจะไม่น้อยกว่า 2.4-2.5 ล้านล้านบาท หรือเท่ากับ 2 เท่า เมื่อเทียบกับปี 2540 จึงเป็นเรื่องที่น่าสนใจว่ารัฐบาลจะมีเงินอย่างน้อย 1 แสนล้านบาท เพื่ออัดสภาพคล่องให้ธนาคารรัฐ เพื่อชดเชยกับเงินต้นที่ไม่ได้รับชำระคืนหรือไม่
“การที่รัฐบาลต้องการพักหนี้ลูกหนี้ที่ดี เป็นนโยบายที่หวังผลทางคะแนนเสียงทางการเมืองมากกว่าที่ต้องการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง เพราะการแก้ไขเรื่องภาระหนี้สินต้องทำโดยส่งเสริมให้คนเหล่านี้ประกอบอาชีพหารายได้มาใช้หนี้ได้ด้วย ไม่ควรทำโดยการพักหรือหยุดชำระหนี้เพียงอย่างเดียว เพราะเชื่อว่าเมื่อมีการพักหนี้ในคนกลุ่มหนึ่ง คนกลุ่มต่อๆ ไปก็อยากได้สิทธิเช่นกัน นโยบายนี้จะทำให้ธนาคารรัฐเสียหาย รัฐบาลล้มละลายคล้ายกรณีของประเทศอาร์เจนตินา ละตินอเมริกา” นายสังศิต กล่าว







