
จุฑานาวีฝันหวานกำไรโต
โพสต์ทูเดย์
— จุฑานาวียอมรับรายได้ปีนี้หด 20% จากเรือน้อยลง แต่กำไรสุทธิดีขึ้น หลังปรับกลยุทธ์รับจ้างบริหารแทนนายชเนศร์ เพ็ญชาติ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท จุฑานาวี (JUTHA) เปิดเผยว่า ในปีนี้บริษัทน่าจะมีรายได้รวมกว่า 400 ล้านบาท ลดลง 20% จากปีก่อนหน้าที่มีจำนวน 618 ล้านบาท แม้ค่าระวางเรือเฉลี่ยของบริษัทปีนี้จะอยู่ที่ 6,000 เหรียญสหรัฐต่อวันต่อลำ ดีขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา แต่จำนวนเรือลดลงเหลือ 5 ลำ เพราะได้ขายเรืออายุมากออกไปจากปีที่ผ่านมามี 8 ลำ
อย่างไรก็ตาม บริษัทเชื่อว่าในแง่ของกำไรสุทธิปี 2553 จะดีกว่าปีที่ผ่านมาที่ทำได้ 63.23 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิจากการดำเนินงานหลังจากปี 2552 ขาดทุนจากการดำเนินงานถึง 44 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทได้ปรับกลยุทธ์โดยหันมารับบริหารจัดการเรือเพื่อลดความเสี่ยงการลงทุน โดยรับค่าธรรมเนียมในการรับจ้างบริหารแทน ทำให้ไม่ต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายต้นทุนในการดำเนินการ
บริษัทตั้งเป้าหมายว่าจะมีเรือรับจ้างบริหารเพิ่มเป็น 10 ลำ จาก 5 ลำในขณะนี้ ทำให้มีรายได้ค่าธรรมเนียมรับจ้างบริหาร 1 แสนเหรียญสหรัฐต่อลำ หรือ 1 ล้านเหรียญสหรัฐในปีนี้ คิดเป็นเงิน มากกว่า 33 ล้านบาท ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนรายได้ 1520% ของรายได้รวม
“
บริษัทคิดว่าเดินมาถูกทาง โดยปีนี้คิดว่าจะเน้นการรับจ้างบริหารเรือ เพราะนอกจากจะไม่ต้องใช้เงินลงทุนสูงเรื่องซื้อเรือแล้ว บริษัทยังคงอยู่ในธุรกิจที่เรามีความชำนาญ โดยรับค่าธรรมเนียมในการบริหาร แต่ค่าใช้จ่ายในการบริหารเรือจะผลักไปให้เจ้าของเรือลำนั้น ในภาวะที่ค่าระวางเรือทรงตัว ซึ่งจะทำให้บริษัทลดความเสี่ยงประคองให้บริษัทผ่านพ้นวิกฤตไปได้” นายชเนศร์ กล่าวกรรมการผู้อำนวยการ ได้ประเมินค่าระวางเรือว่า ขณะนี้อยู่ที่ประมาณ 6,000 เหรียญสหรัฐต่อลำต่อวัน โดยในช่วงครึ่งหลังน่าจะมีทิศทางที่ดีขึ้น
ก่อนหน้านี้คณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลจากการดำเนินงานสำหรับปี 2552 หุ้นละ 0.10 บาท ของหุ้นสามัญจำนวน 83.45 ล้านหุ้น เป็นเงิน 8,345,000 บาท และหุ้นละ 0.30 บาทของหุ้นบุริมสิทธิจำนวน 2.55 ล้านหุ้น เป็นเงิน 765,000 บาท และปันผลค้างจ่ายหุ้นบุริมสิทธิในปี 2551 หุ้นละ 0.30 บาท เป็นเงิน 765,000 บาท รวมเป็นเงินปันผลจ่ายทั้งสิ้น 9,875,000 บาท







