
น้ำไฟฟรีหนุนหนี้เพิ่มอีก4หมื่นล้าน
โพสต์ทูเดย์
— ครม. ไฟเขียวปรับแผนก่อหนี้เพิ่มอีกกว่า 4 หมื่นล้าน รับเงินกู้รัฐวิสาหกิจนายวัชระ กรรณิการ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติการปรับปรุงแผนการบริหารหนี้สาธารณะประจำปีงบประมาณ 2553 ครั้งที่ 3 ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ เพิ่มขึ้น 4.39 หมื่นล้านบาท ส่งผลให้วงเงินรวมเป็น 1.748 ล้านล้านบาท จากเดิม 1.704 ล้านล้านบาท ซึ่งวงเงินที่เพิ่มขึ้นเป็นการกู้ใหม่ 1.39 หมื่นล้านบาท และวงเงินการบริหารหนี้ 3 หมื่นล้านบาท
ทั้งนี้ การกู้ใหม่ดังกล่าวเป็นการกู้เงินของรัฐวิสาหกิจ 6 แห่ง จำนวน 1.14 หมื่นล้านบาท เพื่อชดเชยยอดค้างชำระสำหรับนโยบาย 6 มาตรการ 6 เดือน ฝ่าวิกฤตเพื่อคนไทยทุกคน และสำหรับมาตรการลดค่าครองชีพของประชาชนระยะที่ 2 ประกอบด้วย การประปานครหลวง (กปน.) , การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) , การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) , การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) , การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.)
ขณะเดียวกันยังเป็นการปรับเพิ่มวงเงินกู้ขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) อีก 2,164 ล้านบาท เพื่อชำระหนี้ค่าดอกเบี้ยเงินกู้ และวงเงินอีก 400 ล้านบาท เป็นการขอกู้เงินของสำนักงานธนานุเคราะห์ เพื่อให้เป็นเงินทุนรองรับสำหรับใช้หมุนเวียนรับจำนำในช่วงเปิดภาคการศึกษา
สำหรับการกู้เพิ่มดังกล่าว จะทำให้ระดับของสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อจีดีพีอยู่ในระดับ 49.81% ซึ่งถือว่ายังไม่เกิน 60% ตามกรอบความยั่งยืนทางการคลัง และสัดส่วนภาระหนี้ต่องบประมาณอยู่ในระดับ 12.61% ยังไม่เกิน 15%ใช้สมมติฐานให้อัตราความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจเท่ากับ 2.5% ต่อปี และเงินเฟ้ออยู่ที่ 2% ต่อปี" นายวัชระ กล่าว
นอกจากนี้นายวัชระ ยังได้กล่าวอีกว่า การปรับเพิ่มวงเงินแผนก่อหนี้สาธารณะดังกล่าวจำนวน 1.74 ล้านล้านบาท แยกเป็นการกู้เงินใหม่ 9.14 แสนล้านบาท และการบริหารหนี้ 8.33 แสนล้านบาท
ด้านนายศุภชัย ใจสมุทร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ครม. ได้อนุมัติต่ออายุสัญญาเงินกู้วงเงิน 800 ล้านบาท ของ รฟท. ที่กู้เงินจากธนาคารกรุงไทย ออกไปอีก 1 ปี โดยให้กระทรวงการคลังค้ำประกัน ตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอ







