
แนะเก็งกำไรหุ้นพลังงาน
การที่อิหร่านประกาศจะหยุดขายน้ำมันให้กับ 6 ประเทศในยุโรป ทำให้ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้น ซึ่งเป็นผลดีต่อหุ้นพลังงาน
การที่อิหร่านประกาศจะหยุดขายน้ำมันให้กับ 6 ประเทศในยุโรป ทำให้ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้น ซึ่งเป็นผลดีต่อหุ้นพลังงาน
“กวี ชูกิจเกษม” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กสิกรไทย มีความเห็นว่า หุ้นพลังงานยังเก็งกำไรได้ในระยะสั้น แต่ต้องระวังเพราะการปรับขึ้นของราคาไปจากนี้ ความเสี่ยงจะเริ่มมากขึ้น
ราคาน้ำมันดิบ (ตลาดดูไบ) ณ วันที่ 10 ก.พ. 2555 เท่ากับ 114.79 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ปรับตัวเพิ่มขึ้น 4.2% จากสัปดาห์ก่อนหน้า ค่าการกลั่น (ตลาดสิงคโปร์) เฉลี่ยในช่วงวันที่ 610 ก.พ. 2555 เท่ากับ 9.85 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ทรงตัวใกล้เคียงจากสัปดาห์ที่ผ่านมา
ราคาน้ำมันดิบ (ทั้งตลาดดูไบและเบรนต์) ณ สิ้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ล้วนปรับตัวเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้า และทำระดับสูงสุดในรอบ 6 เดือนที่ผ่านมา เป็นผลจากสภาพภูมิอากาศที่หนาวเย็นอย่างรุนแรงในทวีปยุโรป ส่งผลให้ความต้องการใช้น้ำมันสำเร็จรูปปรับตัวสูงขึ้น
ขณะที่ตลาดยังคงมีความกังวลเกี่ยวกับความต้องการน้ำมันที่อาจตึงตัวในอนาคต หากประเทศอิหร่านดำเนินมาตรการตอบโต้ชาติมหาอำนาจ (Supply Shock) โดยราคาน้ำมันดิบในตลาดดูไบที่ยังยืนเหนือระดับ 110 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล นั้นสูงกว่าสมมติฐานของฝ่ายวิจัยที่กำหนดไว้เพียง 100 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล
ดังนั้น จากสถานการณ์ดังกล่าว นักวิเคราะห์ บล.เอเซีย พลัส กล่าวว่า จะส่งผลบวกต่อหุ้นในกลุ่มน้ำมัน ทั้งบริษัท ปตท. (PTT) และบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) เนื่องจากราคาขายผลิตภัณฑ์อ้างอิงกับราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ซึ่งจากการศึกษาของฝ่ายวิจัย บล.เอเซีย พลัส พบว่าทุก 10 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ที่เพิ่มขึ้น จะส่งผลให้มูลค่าที่เหมาะสมของ PTTEP และ PTT สำหรับปี 2555 ปรับตัวสูงขึ้น 6% และ 2% จากเดิม ตามลำดับ
ส่วนค่าการกลั่นเฉลี่ย (อ้างอิงตลาดสิงคโปร์) ทรงตัวใกล้เคียงจากสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยสถานการณ์ราคาน้ำมันเบนซิน (Gasoline) และราคาน้ำมันดีเซล (Diesel) ล้วนปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 5 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล จากสัปดาห์ก่อนหน้า มาอยู่ที่ระดับ 130 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล และ 133 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ตามลำดับ ซึ่งเป็นไปตามทิศทางราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก
ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัย บล.เอเซีย พลัส เชื่อว่าความต้องการใช้น้ำมันสำเร็จรูปในภูมิภาคเอเชียที่ยังทรงตัวในระดับสูง อีกทั้งยังได้รับอานิสงส์จากสภาพภูมิอากาศที่หนาวเย็นอย่างรุนแรงในทวีปยุโรปตลอดเดือน ก.พ. 2555 ทำให้ความต้องการใช้น้ำมันสำเร็จรูปในปัจจุบันยังปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
ผนวกกับเป็นช่วงฤดูกาลปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่นเกือบทุกภูมิภาค ทั้งในสหรัฐ สหภาพยุโรป (EU) ตะวันออกกลาง และเอเชีย โดยรวมแล้วแนวโน้มค่าการกลั่นในภูมิภาคในงวดไตรมาสแรกปี 2555 ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 17% จากไตรมาส 4 ปี 2554 รวมถึงมีแนวโน้มสูงที่ผู้ประกอบการกลุ่มโรงกลั่นจะได้รับกำไรจากสต๊อกน้ำมัน ซึ่งเป็นผลจากการที่น้ำมันดิบในตลาดโลกอยู่ในช่วงขาขึ้น ถือเป็นปัจจัยหนุนต่อกำไรสุทธิในงวดไตรมาสแรกปี 2555 ของกลุ่มโรงกลั่น จึงแนะนำซื้อ ทั้งบริษัท ไทยออยล์ (TOP) บริษัท เอสโซ่ (ประเทศไทย) หรือ ESSO และบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล (PTTGC) โดยเลือก TOP และ PTTGC เป็นหุ้นที่แนะนำของกลุ่ม







