
จ่อขยับเบี้ยภัยก่อการร้าย20%
‘เอออน’แจงบึ้มสุขุมวิทเป็นเหตุความเสี่ยงเพิ่มไม่คุ้มครองเต็ม
‘เอออน’แจงบึ้มสุขุมวิทเป็นเหตุความเสี่ยงเพิ่มไม่คุ้มครองเต็ม
เอออน คาดเหตุระเบิดที่สุขุมวิท ทำเบี้ยประกันภัยก่อการเพิ่มขึ้น 20%
นายยุทธนา กิ่งแก้วก้านทอง รองประธานบริหาร บริษัท เอออน (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์ระเบิดเมื่อวันที่ 14 ก.พ.ที่ผ่านมา เชื่อว่ามีผลกระทบต่อเบี้ยประกันภัยก่อการร้ายแน่นอน อย่างน้อยคงปรับขึ้น 20% เพราะบริษัทประกันภัยต่อต่างประเทศเริ่มมองว่าไทยมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น แม้ตำรวจระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวมีการมุ่งทำร้ายตัวบุคคลเป็นหลัก
ทั้งนี้ ในปี 2555 บริษัทรับประกันภัยต่อด้านก่อการร้าย มีการพิจารณาไม่รวมความคุ้มครองภัยจลาจลเข้าอยู่ในกรมธรรม์คุ้มครองความเสี่ยงภัยทุกชนิด หลังจากผู้เสียหายไปฟ้องศาลว่า เหตุการณ์ดังกล่าวไม่ใช่ก่อการร้าย และศาลชั้นต้นตัดสินให้บริษัทประกันภัยจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้ผู้เสียหาย ทำให้บริษัทประกันภัยต่อไม่มั่นใจว่าผลออกมาเป็นอย่างไร
นายยุทธนา กล่าวว่า เมื่อเกิดเหตุการณ์ใหม่อีกรอบมีแนวโน้มว่า ในอนาคตบริษัทรับประกันภัยต่อจะแยกความคุ้มครองภัยก่อการร้าย และภัยจลาจลออกจากกรมธรรม์ที่ให้ความคุ้มครองความเสี่ยงภัยทุกชนิด เพราะมุมมองเกี่ยวกับความเสี่ยงดังกล่าวในไทยเริ่มเปลี่ยนแปลงไป และมีแนวโน้มจะคุ้มครองแบบจำกัดวงเงิน ไม่คุ้มครอง 100% เหมือนที่ผ่านมา
“ความคิดนี้เริ่มมีมาตั้งแต่ปี 2553 ที่บ้านเราเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมือง และรัฐบาลมีการประกาศว่าเป็นภัยก่อการร้าย ซึ่งถึงวันนี้ก็ยังมีปัญหาฟ้องร้องกันในศาลว่าตกลงเป็นอะไร ซึ่งหลังจากนั้นเขาก็บอกว่าภัยจลาจลที่มีสาเหตุจากการเมืองจะไม่คุ้มครอง” นายยุทธนา กล่าว
นายยุทธนา กล่าวว่า บริษัทประกันภัยต่อสัญญากับบริษัทประกันภัยต่อเสร็จแล้วคงไม่ได้รับผลกระทบ แต่บริษัทที่ยังอยู่ระหว่างเจรจาคาดว่าจะได้รับผลกระทบแน่
นายจีรพันธ์ อัศวะธนกุล นายกสมาคมประกันวินาศภัย กล่าวว่า เหตุการณ์ระเบิดดังกล่าวคงไม่กระทบต่อเบี้ยประกันภัยก่อการร้ายมากนัก เพราะดูวัตถุประสงค์ไม่ได้มุ่งทำลายสถานที่สาธารณะ ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทประกันภัยมีการขายความคุ้มครองดังกล่าว แต่ไม่ได้รับความนิยม
ปัจจุบันเบี้ยประกันภัยก่อการร้ายในตลาดประกันภัยไทยจะอยู่ระหว่าง 25% ของวงเงินความคุ้มครอง







