
ดัชนีเชื่อมั่นอุตฯม.ค.เพิ่มสูงสุดรอบ5เดือน
ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตฯเดือนม.ค.ปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบ 5 เดือน หลังน้ำท่วมคลี่คลาย โรงงานกลับมาผลิตได้
ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตฯเดือนม.ค.ปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบ 5 เดือน หลังน้ำท่วมคลี่คลาย โรงงานกลับมาผลิตได้
นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นอุตสาหกรรมเดือน ม.ค.2555 พบว่า ค่าดัชนีอยู่ที่ 99.6 สูงขึ้นจากเดือน ธ.ค.2554 ที่อยู่ระดับ 93.7 ซึ่งดัชนีปรับตัวดีขึ้นเป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกันและสูงสุดในรอบ 5 เดือน นับตั้งแต่เดือน ก.ย.2554 แสดงให้เห็นว่าความเชื่อมั่นที่ดีขึ้น เพราะสถานการณ์น้ำท่วมได้คลี่คลายลงแล้วและโรงงานบางส่วนเริ่มกลับมาผลิตได้ โดยส่งผลให้ดัชนีคำสั่งซื้อ ยอดขาย ปริมาณการผลิตและผลประกอบการดีขึ้น
ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นคาดการณ์ล่วงหน้า 3 เดือน อยู่ที่ 107.7 เพิ่มขึ้นจากเดือน ธ.ค.ปีที่แล้วที่อยู่ระดับ 106.3 โดยมีปัจจัยบวกจากคำสั่งซื้อรวม ยอดขายรวมและปริมาณการผลิตที่คาดว่าจะสูงขึ้น แต่การฟื้นตัวของภาคการผลิตระยะต่อไปจะเป็นอย่างไรขึ้นกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐและความชัดเจนเกี่ยวกับมาตรการป้องกันน้ำท่วม
ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาเป็นรายภูมิภาคพบว่าความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการในภาคกลางต่ำที่สุดอยู่ที่ 89.7 เพิ่มขึ้นจากเดือนธ.ค.ปีที่แล้วที่อยู่ระดับ 80.6 โดยโรงงานที่ถูกน้ำท่วมเริ่มกลับมาผลิตแล้วแต่ยังไม่สามารถผลิตได้เต็มที่เพราะยังอยู่ในช่วงฟื้นฟู ส่วนความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการในภาคตะวันออกเฉียงเหนือสูงที่สุดอยู่ที่ 110.3 เพิ่มขึ้นจาก 110.2 เพราะสินค้าเกษตรเป็นที่ต้องการ เช่น ยางพารา
สำหรับปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับการทำธุรกิจพบว่าผู้ประกอบการห่วงผลกระทบจากราคาน้ำมันและปัจจัยการเมืองในประเทศมากขึ้น เนื่องจากในเดือน ม.ค.ราคาดีเซลสูงขึ้นลิตรละ 2.24 บาท และผลกระทบทางการเมืองผู้ประกอบการเห็นว่าทำให้ธุรกิจแย่ลง 48.4 % เพิ่มขึ้นจาก 45.8 % ส่วนปัจจัยดอกเบี้ยเงินกู้และอัตราแลกเปลี่ยนมีความกังวลทรงตัว และปัจจัยเศรษฐกิจโลกมีความกังวลลดลง
ขณะที่ข้อเสนอแนะของผู้ประกอบการที่มีต่อภาครัฐ ส่วนใหญ่มีความเห็นสอดคล้องกันว่าควรชะลอการปรับค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท ออกไปและแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงานในบางอุตสาหกรรม รวมทั้งสร้างความชัดเจนเกี่ยวกับแผนการบริหารจัดการน้ำ เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่าหากพ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการวางระบบบริหารจัดการน้ำและสร้างอนาคตประเทศ และ พ.ร.ก.ปรับปรุงการบริหารหนี้เงินกู้ที่กระทรวงการคลังกู้เพื่อช่วย เหลือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ติดปัญหาขึ้นมา รัฐบาลจะไม่มีงบประมาณมาลงทุน และการจัดการน้ำต้องล่าช้าออกไป
นายพยุงศักดิ์ กล่าวว่า คณะกรรมการกองทุนส่งเสริมการประกันภัยจะมีประชุมในวันที่ 16 ก.พ.2555 โดยจะหารือว่าบริษัทประกันภัยจะรับความเสี่ยงจากการรับประกันน้ำท่วมในอัตราใด ซึ่งกองทุนส่งเสริมการประกันภัยพร้อมที่จะรับความเสี่ยงส่วนใหญ่และให้บริษัทประกันรับความเสี่ยงที่ 1 % โดยเรื่องนี้ต้องมาหารือให้รอบคอบ ถ้าทุกฝ่ายเห็นตรงกันก็อาจได้ข้อสรุปเลย แต่ถ้ามีข้อเสนอใหม่ก็อาจล่าช้าไป 2 สัปดาห์ ซึ่งกองทุนจะรับความเสี่ยงไว้ทั้งหมดหรือส่งต่อให้บริษัทประกันภัยต่างชาติคงต้องมาพิจารณาอีกที
นายศุภรัตน์ ศิริสุวรรณางกูร รองประธาน ส.อ.ท. กล่าวว่า เหตุการณ์ระเบิดที่ถนนสุขุมวิท 71 ยังไม่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการ แต่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศ ดังนั้นภาครัฐควรออกชี้แจงสถานการณ์ประชาชนรับทราบ และให้กระทรวงการต่างประเทศควรเชิญทูตของประเทศที่ออกประกาศดังกล่าวมารับฟังคำชี้แจงสถานการณ์อย่างเป็นทางการให้ต่างชาติ







