
ตราเพชรเอาไม่อยู่ขึ้นราคาแน่
กระเบื้องหลังคาจ่อขยับ5%หลังต้นทุนซีเมนต์ขนส่งพุ่ง
กระเบื้องหลังคาจ่อขยับ5%หลังต้นทุนซีเมนต์ขนส่งพุ่ง
ผลิตภัณฑ์ตราเพชร ย้ำปรับขึ้นราคาวัสดุก่อสร้างทั้งปี 5% หลังผู้ผลิตปูนซีเมนต์ทยอยดึงส่วนลดกลับ แถมค่าจ้างเพิ่มอีกแถมต้นทุนค่าแรงปรับสูงขึ้น มั่นใจปีนี้ยอดขายเติบโต 13%
นายสาธิต สุดบรรทัด รองกรรมการผู้จัดการสายการขายและการตลาด บริษัท ผลิตภัณฑ์ตราเพชร ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ระบบหลังคา ไม้สังเคราะห์ พื้นไม้ลามิเนต แผ่นบอร์ดยิปซัมภายใต้แบรนด์ตราเพชร เปิดเผยว่า จากความต้องการใช้วัสดุก่อสร้างโดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่ใช้ปูนซีเมนต์เป็นส่วนประกอบในการผลิตกระเบื้องหลังคา ส่งผลให้ราคาขายกระเบื้องในไตรมาสแรกปีนี้ต้องปรับราคาขึ้น 35% และคาดว่าทั้งปีต้องปรับราคาขายขึ้นเฉลี่ย 5%
“หลังน้ำท่วมใหญ่ต้นทุนการผลิตวัสดุก่อสร้างปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะปูนซีเมนต์ที่เคยให้ส่วนลด 30% ก็ดึงเพดานส่วนลดกลับไป 15-20% และยังมีต้นทุนค่าขนส่งที่สูงขึ้นจากราคาน้ำมัน ทำให้ต้องแยกค่าขนส่งออกต่างหาก และคิดราคาเพิ่มกับตัวแทนจำหน่ายตามระยะทาง” นายสาธิต กล่าว
สำหรับทิศทางการทำตลาดในปีนี้ บริษัทให้ความสำคัญกับช่องทางขายผ่านห้างค้าปลีกวัสดุก่อสร้างขนาดใหญ่มากขึ้น หลังจากผู้ประกอบการเปิดสาขาเพิ่มขึ้น ทั้งในกรุงเทพมหานคร (กทม.) ปริมณฑล และต่างจังหวัด เพื่อรองรับพฤติกรรมของลูกค้าที่หันมาซื้อสินค้าวัสดุก่อสร้างผ่านช่องทางดังกล่าวมากขึ้น ซึ่งในปีที่ผ่านมาช่องทางการขายผ่านโมเดิร์นเทรดมีสัดส่วนยอดอยู่ที่ 5% คาดว่าปีนี้จะขยับไปสูงถึง 10%
ขณะเดียวกันจะเน้นขายสินค้าเป็นโซลูชันมากขึ้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดระยะเวลาก่อสร้าง รวมถึงต้นทุน เช่น ระบบโครงหลังคาสำเร็จรูป ระบบผนังสำเร็จรูป กระเบื้องมุงหลังคาจตุลอน และผลิตภัณฑ์กลุ่มไฟเบอร์ซีเมนต์ หลังจากบริษัทได้เดินสายการผลิตเอ็นที 10 ที่มีกำลังการผลิต 7.2 หมื่นตัน พร้อมที่จะเริ่มผลิตสินค้าได้กลางปีนี้ ช่วยให้บริษัทมีความสามารถในการแข่งขันการทำตลาดมากขึ้น
ปีที่ผ่านมาบริษัทได้ซื้อที่ดินใน จ.สระบุรี เพิ่มอีก 150 ไร่ เพื่อรองรับกับการลงทุนโรงงานผลิตคอนกรีตมวลเบา ใช้เงินลงทุนไปจำนวน 700 ล้านบาท คาดว่าจะสามารถเริ่มผลิตได้ในปี 2556 มีกำลังการผลิต 1.4 แสนตันต่อปี ซึ่งจะสร้างยอดขายได้ไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาทต่อปี
นอกจากนี้ บริษัทจะขยายตลาดส่งออกเพิ่มขึ้น จากปัจจุบันที่ส่งออกไปยังตลาดประเทศเพื่อนบ้าน 10 ประเทศ โดยมองว่าประเทศพม่ามีศักยภาพเพิ่มขึ้นหลังจากรัฐบาลเปิดประเทศ ทำให้เชื่อว่าจะขยายตลาดส่งออกเพิ่มขึ้นเป็น 10% จากปีที่ผ่านมาสัดส่วนการส่งออกอยู่ที่ 78% และคาดว่ายอดขายรวมปีนี้จะเติบโต 13% หรือมียอดขายรวม 3,900 ล้านบาท







