
การเคหะฯรับเผือกร้อนก่อนหนี้ใหม่แสนล.ฟื้นบ้านเอื้อฯ
หลังพรรคเพื่อไทยกลับมาเป็นรัฐบาล ได้ส่ง สันติ พร้อมพัฒน์ เข้ามาคุมกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
หลังพรรคเพื่อไทยกลับมาเป็นรัฐบาล ได้ส่ง สันติ พร้อมพัฒน์ เข้ามาคุมกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
โดย...วราพงษ์ ป่านแก้ว
หลังพรรคเพื่อไทยกลับมาเป็นรัฐบาล ได้ส่ง สันติ พร้อมพัฒน์ เข้ามาคุมกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ดูแลการเคหะแห่งชาติ พร้อมกับประกาศสานต่อนโยบายบ้านเอื้ออาทรอีก 4 แสนหน่วยทันที
สันติ แจกแจงว่า ในสมัยที่รัฐบาลไทยรักไทยได้ริเริ่มโครงการบ้านเอื้ออาทรเอาไว้ 6 แสนหน่วย พอมาถึงรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ได้ลดจำนวนโครงการลงเหลือ 2.8 แสนหน่วย แต่ถึงวันนี้ยังมีความต้องการบ้านเอื้ออาทรจากคนกลุ่มรากหญ้าอีกจำนวนมาก จึงมอบหมายให้การเคหะฯ สานโครงการต่อ
ตัวเลขที่ตั้งเป้าไว้ 4 แสนหน่วย คือตัวเลขที่ขาดหายไปจากนโยบายเดิมของไทยรักไทย 3 แสนหน่วย และอีก 1 แสนหน่วยเป็นโครงการที่จะเข้ามารองรับการย้ายชุมชนที่รุกล้ำคูคลองในกทม. ที่คณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน หรือ กยน.กำลังตรวจสอบอยู่
เป็นการเติมฝันวันเก่าด้วยความหวังที่จะใช้บ้านเอื้ออาทรมัดใจคนจนให้อยู่หมัด มาเป็นผลงานชิ้นโบแดงให้กับรัฐบาลได้อีกครั้ง
แต่หากย้อนความกลับไปถึงผลงานชิ้นโบแดงบ้านเอื้ออาทรจะพบว่า ได้สร้างปัญหาค้างคาให้การเคหะฯ ต้องแบกรับตั้งแต่วันที่เริ่มโครงการในปี 2546 จนถึงวันนี้เป็นเวลา 9 ปี ยังไม่สามารถสางหนี้ก้อนโตเกือบๆ 9 หมื่นล้านบาท ให้หมดลงไปได้ โดยยังมีหนี้เหลือที่จะต้องทยอยชำระอีกราวๆ 4 หมื่นล้านบาท
การฟื้นคืนชีพบ้านเอื้ออาทร 4 แสนหน่วยรอบนี้ ได้ปรับราคาใหม่ขึ้นเป็นหลังละ 6 แสนบาท รัฐจะใช้งบประมาณอุดหนุนหลังละ 1.2 แสนบาท ทำให้ต้องใช้งบประมาณจากภาษีประชาชนเป็นเงินก้อนโตอีก 4.8 หมื่นล้านบาท แต่นั่นยังไม่สำคัญเท่ากับการเคหะฯ จะต้องใช้เงินลงทุนทั้งค่าซื้อที่ดินและค่าก่อสร้างอีกจำนวนมหาศาลนับแสนล้านบาท
นอกจากนี้ การเคหะฯ ยังมีแผนพัฒนาที่อยู่อาศัยของการเคหะฯ ในระยะ 5 ปี ตั้งแต่ปี 25542558 ที่แยกจากโครงการบ้านเอื้ออาทรอีกจำนวน 1 แสนหน่วย รวมแล้วต้องใช้งบลงทุนอีก 1.14 แสนล้านบาท ทำให้ในระยะ 45 ปีข้างหน้านี้ การเคหะฯ จะมีภาระหนี้จากการกู้เพิ่มขึ้นอีกนับแสนล้านบาท จึงหวั่นเกรงกันว่าการเคหะฯ จะเดินกลับสู่วังวนเดิม ทั้งๆ ที่ปัญหาเก่ายังไม่หมดไปด้วยซ้ำ
แม้ว่าเจ้ากระทรวงการพัฒนาสังคมฯ จะออกตัวแรง ยืนยันว่า การเคหะฯ มีภาระหนี้ยิ่งมากก็ยิ่งสะท้อนให้เห็นว่า ภารกิจการสร้างที่อยู่อาศัยให้ผู้มีรายได้น้อยได้มากขึ้น ซึ่งเป็นภารกิจโดยตรงของการเคหะฯ อยู่แล้ว แถมโยนลูกกลับไปรัฐบาลก่อนๆ ว่าเป็นตัวสร้างปัญหาเมื่อทำการหั่นจำนวนโครงการลงจนผู้รับเหมาขาดสภาพคล่อง
แต่ข้อเท็จจริงของปัญหาเกิดจากความไม่โปร่งใสในโครงการจากการทำเทิร์นคีย์ ถึงขนาดมีเสียงลือเสียงเล่าอ้างว่า บิ๊กกระทรวงในยุคก่อนใช้เวลาวันหยุดเสาร์อาทิตย์ มาเรียกผลประโยชน์เป็นตัวเลขที่เขียนลงแผ่นกระดาษจากผู้รับเหมาที่ต้องการได้โครงการด้วยตัวเอง ก่อนจะหอบเงินยัดใส่ท้ายรถสปอร์ตขับออกจากชั้นใต้ดินสำนักงานใหญ่การเคหะฯ ไปอย่างลอยนวล
โครงการบ้านเอื้ออาทรที่ได้มาหลายๆ โครงการ จึงอยู่ในทำเลห่างไกล ขาดสาธารณูปโภครองรับ มีแต่ดีมานด์เทียมมากกว่าดีมานด์จริง สร้างไปก็มีแต่จะเป็นอาคารร้าง จึงต้องลดจำนวนโครงการที่ไม่มีความเป็นไปได้ทางการตลาดออกไปกว่าครึ่ง นั่นคือจุดเริ่มต้นของหายนะที่การเคหะฯ ได้รับจากโครงการบ้านเอื้ออาทร
อย่างไรก็ตาม ในทางลึกรัฐบาลได้เรียนรู้บทเรียนจากอดีตมาแล้วเป็นอย่างดี จึงพยายามกลบจุดอ่อนที่อาจจะเป็นแผลเหวอะหวะได้ในอนาคต ถึงขนาดที่ สันติ ออกปากเองว่า บ้านเอื้ออาทรเวอร์ชัน 2 นี้ จะพยายามให้เกิดปัญหาน้อยที่สุด และสิ่งที่เคยผิดพลาดมาแล้วจะไม่เกิดขึ้นอีก
มาตรการกำจัดจุดอ่อนที่นำมาใช้ ไม่ว่าจะเป็นวิธีการให้ผู้รับเหมาที่ได้โครงการก่อสร้างให้เสร็จถึงจะเบิกเงินค่าก่อสร้างได้ ไม่จ่ายเป็นงวดเหมือนก่อนที่ทำให้ความเสี่ยงตกอยู่กับการเคหะฯ พร้อมกับการหาตัวผู้ซื้อที่เป็นเรียลดีมานด์มารองรับทันทีที่โครงการเสร็จเพื่อส่งต่อให้กับสถาบันการเงิน เพื่อช่วยลดภาระการเงินให้กับการเคหะฯ ได้ทางหนึ่ง
วิธีการป้องกันปัญหาจะทำได้จริงก็ต่อเมื่อฝ่ายการเมืองไม่เข้าไปล้วงลูกการทำงานของฝ่ายปฏิบัติ จนทำให้เครื่องเกิดอาการรวนเหมือนที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วกับบ้านเอื้ออาทรเวอร์ชันแรก เพราะโดยธรรมชาติของการเมืองนั้น เมื่อใดที่มีผลประโยชน์กองมหาศาล อำนาจการเมืองทั้งทางตรงทางอ้อมจะพุ่งตรงไปจัดสรร แบ่งปัน ผลประโยชน์นั้นตามแต่โอกาสจะเอื้ออำนวย
ดังนั้น จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่กระแสข่าวลือการแซะเก้าอี้เปลี่ยนตัวผู้ว่าฯ การเคหะฯ จะแพร่สะพัดพร้อมๆ กับอาการไม่สบอารมณ์ผู้บริหารระดับสูงของการเคหะฯ ที่เป็นน้องของนักการเมืองฝ่ายตรงข้ามเกิดขึ้นพร้อมๆ กับการประกาศฟื้นคืนชีพบ้านเอื้ออาทรอีกครั้ง โปรดจับตาบ้านเอื้ออาทรภาค 2 รับรองดังไม่แพ้ภาคแรก







