
แม็คยีนส์ปรับหลังไร้เงา‘ธนา’
ดึงมือบริหารการเงินเสริมแกร่งเล็งเข้าตลาดฯหวัง3ปีโตเท่าตัว
ดึงมือบริหารการเงินเสริมแกร่งเล็งเข้าตลาดฯหวัง3ปีโตเท่าตัว
“แม็คยีนส์” หลังไร้เงา “ธนา” เร่งดึงมืออาชีพเสริมทัพ พร้อมแต่งตัวเข้าตลาดปีหน้า หวังยอดแตะ 5,000 ล้านบาทปี 2558
น.ส.สุณี เสรีภาณุ กรรมการผู้จัดการบริษัท พี.เค.การ์เม้นท์ (อิมปอร์ตเอ็กซ์ปอร์ต) ผู้ผลิตและทำตลาดเครื่องแต่งกายแฟชั่น “แม็คยีนส์” เปิดเผยว่า หลังจาก นายธนา เธียรอัจฉริยะ ลาออกจากตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ปัจจุบันตนเองได้เข้ามาดูแลและรับผิดชอบในตำแหน่งดังกล่าวแทนอีกครั้ง
นอกจากนี้ ยังได้ดึงผู้บริหารมืออาชีพด้านต่างๆ เพื่อเข้ามาเสริมศักยภาพบริษัทให้แข็งแกร่ง เพื่อเตรียมเข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในปี 2556 โดยว่าจ้างที่ปรึกษาด้านการเงิน 2 คน คือ นางปรารถนา มงคลกุล อดีตประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล เข้ามาดำรงตำแหน่งกรรมการและที่ปรึกษาด้านการเงิน และนายสมชัย อภิวัฒนพร อดีตรองอธิบดีกรมสรรพสามิต มาเป็นกรรมการและที่ปรึกษาด้านกฎระเบียบการเงิน
ขณะเดียวกันจะปรับระบบซัพพลายเชนใหม่ภายใน 3 ปีนับจากนี้ โดย 2 ปีแรกจะลงทุนไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท เริ่มตั้งแต่ต้นน้ำปลายน้ำ รวมถึงฝึกอบรมและพัฒนาฝีมือบุคลากรให้เพียงพอต่อกำลังการผลิตสินค้าที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต และสอดคล้องกับต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้นจากการปรับค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท ที่บังคับใช้ไปแล้ว ส่งผลให้บริษัทมีต้นทุนค่าจ้างเพิ่มขึ้น 40% และทำให้ต้นทุนภาพรวมสูงขึ้น 12-13%
บริษัทยังเตรียมหาแหล่งวัตถุดิบต่างๆ และการว่าจ้างการผลิตสินค้ากลุ่มเครื่องประดับต่างๆ (แอกเซสซอรี) ภายใต้แบรนด์ “แม็คยีนส์” ซึ่งจะเป็นสินค้ากลุ่มใหม่ของบริษัทในอนาคต เช่น ชุดชั้นใน ชุดว่ายน้ำ หมวก เป็นต้น หลังพบว่าสินค้ากลุ่มนี้สามารถสร้างยอดขายให้กับแบรนด์เนมแฟชั่นได้มากกว่า 30-50% โดยอยู่ระหว่างการศึกษาเพื่อว่าจ้างผลิตจากประเทศพม่าเพื่อลดต้นทุน
น.ส.สุณี กล่าวว่า บริษัทพิจารณาเข้าซื้อหรือควบรวมกิจการธุรกิจแฟชั่นแบรนด์เนมที่มีศักยภาพในประเทศ เพื่อต่อยอดธุรกิจบริษัทในอนาคต พร้อมเตรียมแผนแตกบริษัทลูกด้านการค้า (เทรดดิง) และบริษัทประกอบเฟอร์นิเจอร์ เพื่อความคล่องตัวในการขยายสาขาร้านแม็คยีนส์ด้วย โดยในปีนี้ตั้งเป้าขยายร้านสาขาสแตนด์อะโลนเพิ่มขึ้น 30 สาขา และเพิ่มเป็น 200 สาขาภายใน 3 ปีนับจากนี้
ปัจจุบันบริษัทมีสาขาแม็คยีนส์ สแตนด์อะโลนทั้งสิ้น 80 แห่ง โดยในเดือน มี.ค.นี้ เตรียมแนะนำสินค้ารุ่นเทปไลน์ใหม่ออกสู่ตลาดอีก 10 รุ่น พร้อมเตรียมเปิดนวัตกรรมใหม่สู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยปีที่ผ่านมาบริษัทมียอดขาย 2,300 ล้านบาท คาดว่าปีนี้จะเติบโต 30% รวมทั้งวางเป้าหมายเพิ่มรายได้เป็น 5,000-6,000 ล้านบาทในปี 2558
โดยวางเป้าเติบโตใน4ปี(2554-2558)แบบเท่าตัว หรืออยู่ที่ประมาณ5,000-6,000 ล้านบาท จากการขยายตัวการทำตลาดเชิงรุกทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะในแถบภูมิภาคอาเซียน หรือในประเทศเพื่อนบ้าน อาทิ พม่า ที่จะมีศักยภาพเติบโตสูงในตลาดแฟชันในอนาคต







