
ศึกชิงลิขสิทธิ์เดือดยุคทีวีมัตติ-แชนแนล
ขณะนี้ธุรกิจโทรทัศน์ในประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่เรียกว่า “มัลติแชนแนล” (Multi– Channel)
ขณะนี้ธุรกิจโทรทัศน์ในประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่เรียกว่า “มัลติแชนแนล” (Multi– Channel)
อย่างแท้จริงด้วยเทคโนโลยีดิจิตอล ซึ่งคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ชุดปัจจุบันจะเร่งผลักดันให้เกิดขึ้นโดยเร็ว นัยว่าเพื่อเพิ่มปริมาณผู้ประกอบการรายใหม่ๆ ในอุตสาหกรรมโทรทัศน์เมืองไทย
อาจกล่าวได้ว่าโทรทัศน์ในยุคมัลติ–แชนแนล ถือเป็นอนาคตใหม่ของวงการโทรทัศน์ในเมืองไทย ซึ่งเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนขึ้นทุกที จากการขยายตัวของเคเบิลและทีวีดาวเทียมในช่วง 23 ปีที่ผ่านมา ที่ปัจจุบันเคเบิลทีวีและทีวีดาวเทียมเข้าถึงครัวเรือนในประเทศไทยไปแล้วกว่า 50% ของจำนวนครัวเรือนในประเทศไทย หรือประมาณ 11 ล้านครัวเรือน จากครัวเรือนไทยทั้งหมดกว่า 20 ล้านครัวเรือน
ขณะที่การใช้งบโฆษณาผ่านสื่อดังกล่าวก็เติบโตไม่น้อยกว่า 30% ต่อปี โดยปีที่ผ่านมาประเมินว่ามีมูลค่า 2,500 ล้านบาท แต่ในปีนี้คาดว่าจะมีมูลค่ากว่า 3,500 ล้านบาท และเพิ่มเป็น 5,000 ล้านบาทในปีถัดไป ถือเป็นตัวเลขการเติบโตที่น่าสนใจไม่น้อย เมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมฟรีทีวี มูลค่า 5 หมื่นล้านบาท และมีอัตราการขยายตัวเพียง 3% ในปีที่ผ่านมา
สิ่งที่เกิดขึ้น คือ อนาคตใหม่ของอุตสาห กรรมสื่อบันเทิงในเมืองไทย ที่ทำให้ ไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม หรือ “อากู๋” ประธานกรรมการ บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ประกาศลุยธุรกิจนี้อย่างเต็มกำลังแบบ “ทุ่มไม่อั้น” สำหรับการกว้านซื้อลิขสิทธิ์รายการทุกประเภทมารวมไว้ในแพลตฟอร์ม “วัน สกาย” ที่ปัจจุบันมีช่องรายการกว่า 200 ช่อง และพร้อมที่จะให้บริการแบบบอกรับสมาชิก และแบบเปย์เปอร์วิว โดยมีลิขสิทธิ์รายการกีฬาสำคัญเข้ามาเป็นแม่เหล็ก
อากู๋ ประกาศตัวพร้อมเข้าร่วมศึกชิงลิขสิทธิ์ทุกรายการ โดยเฉพาะการแข่งขันกีฬา ซึ่งก่อนหน้านี้แกรมมี่ก็คว้าลิขสิทธิ์ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป (ยูโร 2012) ไว้ในครอบครอง และคว้าลิขสิทธิ์การแข่งขันฟุตบอลเยอรมัน (บุนเดสลีกา) ฤดูกาล 2012-2013 มาเป็นทัพเสริมรอไว้แล้ว
“กลยุทธ์การทำตลาดลิขสิทธิ์รายการฟุตบอลของวัน สกาย จะแตกต่างจากทรูวิชั่นส์ เราจะเก็บค่าชมไม่แพง เพียง 350 บาท แต่เราจะสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับคอนเทนต์ที่ได้มา ด้วยการผนึกกิจกรรมบันเทิงกับกีฬา เช่น การจัดแข่งขันนัดกระชับมิตรระหว่างทีมในเยอรมันกับทีมชลบุรี ซึ่งเป็นพันธมิตรกับจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ กิจกรรมมีต แอนด์ กรีต แฟนคลับฟุตบอล ซึ่งการทำตลาดด้านบันเทิงถือเป็นจุดแข็งที่แกรมมี่มีและได้รับความไว้วางใจในการบริหารลิขสิทธิ์เหล่านี้จากเจ้าของ” ไพบูลย์ กล่าว
ที่ผ่านมาลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดฟุตบอลรายการสำคัญของทุกลีกในโลกเกือบทั้งหมดตกอยู่ในมือของทรูวิชั่นส์ ทั้งพรีเมียร์ลีก ลา ลีกา สเปน บุนเดสลีกา ลีกเอิงของฝรั่งเศส และกัลโช เซเรีย อา ของอิตาลี ทำให้ทรูวิชั่นส์มีแม่เหล็กดึงลูกค้าให้ยอมเสียเงินค่าสมาชิกรายเดือนไว้ได้อย่างเหนียวแน่น
แน่นอน ลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดฟุตบอลพรีเมียร์ลีกของอังกฤษ ถือเป็นรายการที่มีมูลค่าสูงสุด ที่ทุกค่ายต่างต้องเทหมดหน้าตัก ซึ่งคาดว่าสมาคมฟุตบอลอังกฤษจะเปิดประมูลลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2012-2013 ภายในไม่เกินกลางปีนี้
ล่าสุด ไพบูลย์ ตั้งบริษัท จีเอ็มเอ็ม วัน สกาย ด้วยทุนจดทะเบียน 1,000 ล้านบาท และดึง ธนา เธียรอัจฉริยะ นักการตลาดชื่อดัง อดีตผู้บริหารดีแทค มาดำรงตำแหน่งซีอีโอ อากู๋ บอกว่า บริษัทนี้จะหาพันธมิตรเข้ามาเสริมความแข็งแกร่งเพื่อแข่งขันประมูลลิขสิทธิ์รายการกีฬาสำคัญระดับโลก ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ต้องอาศัยเงินทุนสูงและเครือข่ายสายสัมพันธ์ทางธุรกิจเข้ามาช่วย
ขณะที่ทรูวิชั่นส์เจ้าของลิขสิทธิ์เดิม แม้วันนี้จะถูกท้าทายด้วยผู้เล่นรายใหม่ที่ค่อนข้างแข็งแรงอย่างแกรมมี่ แต่ด้วยฐานสมาชิกที่แน่นอนจากการประกอบการมา 15 ปี ปัจจุบัน มีสมาชิก 2 ล้านราย และเป็นสมาชิกในระบบแพคเกจระดับบน คือ แพลลินั่ม และโกลด์ แพคเกจ ที่มีค่าบริการรายเดือน 1,500-2,000 บาท ถือเป็นแหล่งรายได้สำคัญที่เจ้าของลิขสิทธิ์จะพิจารณา และทำให้ทรูวิชั่นส์มีแต้มต่อคู่แข่ง
ขณะที่ค่ายอาร์เอส ก็มองลิขสิทธิ์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกแบบตาเป็นมันเช่นกัน เพราะอาร์เอสก็หวังว่าจะใช้การถ่ายทอดสดฟุตบอลพรีเมียร์ลีกเป็นสปริงบอร์ดให้กับทีวีดาวเทียมของอาร์เอสเช่นกัน หลังจากที่อาร์เอสมีลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกปี 2014 ไว้ในครอบครองแล้ว ซึ่งแน่นอนว่าอาร์เอสก็จะใช้รูปแบบการถ่ายทอดสดแบบเปย์เปอร์วิว หรือเก็บเงินค่าชมการแข่งขันฟุตบอลในแต่ละคู่เช่นกัน
อรรถพล ณ บางช้าง รองประธานเจ้าหน้าที่ สายรายการ บริษัท ทรูวิชั่นส์ กล่าวว่า สำหรับนโยบายของทรูวิชั่นส์ คือ ไม่ต้องมีลิขสิทธิ์ครบทุกรายการ แต่ต้องมีลิขสิทธิ์ที่ดีที่สุด แน่นอน ลิขสิทธิ์พรีเมียร์ลีกเป็นเวทีที่ต้องสู้กัน แต่ลิขสิทธิ์อื่นๆ ที่มีการประมูลหรือไม่ประมูลก็ตาม บริษัทจะพิจารณาจากความคุ้มค่าในการดำเนินธุรกิจเป็นหลัก หากได้ไม่คุ้มเสีย ก็ไม่ควรที่จะเทเงินให้ต่างชาติโดยไม่สมเหตุสมผล
อย่างไรก็ตาม ทรูวิชั่นส์ได้พยายามหาลิขสิทธิ์รายการกีฬาที่ดีที่สุดมาไว้เช่นเดียวกัน ล่าสุดคือการชิงลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดฟุตบอลยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ฤดูกาล 2012 มาไว้ในครอบครอง ซึ่งเดิมเป็นลิขสิทธิ์ของสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 และช่อง 7 รวมทั้งลิขสิทธิ์เอฟเอ คัพ หรือบอลถ้วยเก่าแก่ของอังกฤษ และประกาศเข้าชิงลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดโอลิมปิกเกมส์ในปีนี้ด้วย
ในสายตาของนักสื่อสารการตลาดอย่าง พรรณี ชัยกุล ประธานกลุ่มบริษัท โอกิลวี่ แอนด์ เมเธอร์ (ประเทศไทย) มองว่าการทุ่มลงทุนของจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ กับธุรกิจวัน สกาย อย่างมากในปีนี้ อาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในอุตสาห กรรมทีวีเร็วขึ้น รวมทั้งปีนี้จะมีรายการกีฬาสำคัญที่เป็นกิจกรรมใหญ่ของโลก คือ ยูโร 2012 และโอลิมปิกเกมส์ จะทำให้เกิดการใช้จ่ายเงินด้านโฆษณามากขึ้น
“หากแกรมมี่ทำได้ดี เงินโฆษณาที่เคยใช้ในฟรีทีวีอาจโยกไปใช้ในสื่อเคเบิลและทีวีดาวเทียมมากขึ้น ซึ่งจะทำให้ภาพของวงการโทรทัศน์ในเมืองไทยเปลี่ยนเร็วขึ้น อย่างไรก็ตาม มองว่าจะต้องใช้เวลาอย่างน้อย 3 ปี ที่จะเห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนเพราะทุกวันนี้ฟรีทีวีครองตลาดเกือบ 60% ของงบโฆษณามูลค่า 1 แสนล้านบาท” พรรณี กล่าว
ส่วนผู้บริหารฟรีทีวีอย่าง สุรินทร์ กฤตยาพงศ์พันธุ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สถานีโทรทัศน์ช่อง 3 แม้จะเห็นด้วยว่าทีวีมัลติแชนแนล จะเกิดขึ้นแน่นอนในเมืองไทย แต่ต้องใช้เวลา และสิ่งสำคัญที่ต้องพิจารณา คือ ปัจจุบันฟรีทีวี 4 ช่อง 3, 5, 7, 9 แข่งขันกันบนตลาดโฆษณาที่มีมูลค่า 5 หมื่นล้านบาท ขณะที่ตลาดโฆษณาผ่านเคเบิลและทีวีดาวเทียมที่คาดว่าจะมีมูลค่า 5,000 ล้านบาทนั้น อยู่บนพื้นฐานการแข่งขันด้วยจำนวนช่องรายการมากกว่า 200 ช่อง และสิ่งที่จะตัดสินได้คือคอนเทนต์เท่านั้น
“เชื่อว่าเกมส์ของเคเบิลและทีวีดาวเทียมไม่ง่าย ทุกวันนี้ มีช่องเคเบิลและทีวีดาวเทียมที่ได้รับความนิยมไม่เกิน 20 ช่อง เพราะฉะนั้นฟรีทีวียังคงเป็นสื่อที่ครองตลาดต่อไป และเมื่ออุตสาหกรรมทีวีพร้อมที่จะเข้าสู่ยุคมัลติ – แชนแนล ช่อง 3 ถือเป็นผู้ประกอบการรายหนึ่งที่มีความพร้อมมากจากสิ่งที่มีอยู่ เพราะเกมนี้สำคัญที่สุด คือ คอนเทนต์” สุรินทร์กล่าวทิ้งท้าย







