posttoday
การเงินสไตล์ MEคุณทำได้ จ่ายมากกว่า

การเงินสไตล์ MEคุณทำได้ จ่ายมากกว่า

13 กุมภาพันธ์ 2555

ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ธนาคารทหารไทย (TMB) ได้สร้าง ปรากฏการณ์ใหม่ที่เขย่าแวดวงธนาคารไทยให้ตื่นตัวขึ้นอีกครั้ง

ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ธนาคารทหารไทย (TMB) ได้สร้าง ปรากฏการณ์ใหม่ที่เขย่าแวดวงธนาคารไทยให้ตื่นตัวขึ้นอีกครั้ง

โดย...ดำรง เกียรติมาลา

ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ธนาคารทหารไทย (TMB) ได้สร้าง ปรากฏการณ์ใหม่ที่เขย่าแวดวงธนาคารไทยให้ตื่นตัวขึ้นอีกครั้ง ด้วยการแตกแบรนด์ Me by TMB ซึ่งเป็นการธนาคารรูปแบบใหม่ที่เน้นให้ลูกค้าทำธุรกรรมผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ด้วยตัวเอง หรือ D.I.Y. Banking โดยที่ไม่ต้องเดินทางมาที่สาขา และยังสามารถทำธุรกรรมได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตของคนไทยในปัจจุบันที่กำลังก้าวเข้าสู่ยุคดิจิตอล

การเปิดตัวด้วยแคมเปญเติมน้ำมันเต็มถังฟรีให้กับใครก็ตามที่กล้าพอจะลงมาเติมน้ำมันด้วยตัวเอง สามารถปลุกการรับรู้ต่อแบรนด์ได้อย่างล้นหลาม และถือว่าประสบความสำเร็จในเชิงการตลาด แลกกับงบประมาณเพียง 2.5 ล้านบาท แม้จะมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในฐานะที่เป็นต้นตอของปัญหารถติดวินาศสันตะโรก็ตาม

แต่เชื่อว่าหลายคนอาจยังงงหรือสงสัยว่า แล้ว Me by TMB แตกต่างจากบริการออนไลน์แบงกิง หรืออินเทอร์เน็ต แบงกิง ของธนาคารปกติอย่างไร ในเมื่อธนาคารทหารไทยก็มีบริการอินเทอร์เน็ต แบงกิง ที่ลูกค้าก็ต้องลงมือทำเองเช่นกันอยู่แล้ว

ทามาร่า ฟาน แดน แบน ผู้อำนวยการบริหาร Me by TMB อธิบายว่า ME ไม่ถือเป็นบริการหรือช่องทางหนึ่งของธนาคารทหารไทย เพราะมีผลิตภัณฑ์ ทีมงาน และราคาที่ต่างกัน แต่เป็นคอนเซปต์ของธนาคารรูปแบบใหม่ที่ต้องการฉีกกฎของบริการทางการเงินเดิมๆ ที่ไม่ยุติธรรมต่อลูกค้าหรือผู้บริโภค

เนื่องจากในอดีตหรือแม้กระทั่งปัจจุบัน ลูกค้าทุกกลุ่มของธนาคารล้วนได้รับผลตอบแทนในอัตราเดียวกัน ไม่ว่าลูกค้ารายนั้นจะเดินทางมาใช้บริการที่สาขาหรือไม่ก็ตาม แต่ต้นทุนในการดำเนินงานทั้งหมดได้ถูกเหมารวมและส่งต่อไปยังลูกค้าทุกคนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

สิ่งที่แตกต่างใน ME คือ การกล้าให้ผลตอบแทนที่เพิ่มขึ้นและเป็นธรรมกับลูกค้ากลุ่มนี้ โดยยึดหลักการ “ทำเองได้มากกว่า”

เมื่อธนาคารไม่มีต้นทุนในการจ้างพนักงานและต้นทุนในการเปิดสาขาจำนวนมาก ลูกค้าจึงไม่ต้องจ่ายในสิ่งที่ไม่ได้ร้องขอและทำให้ธนาคารสามารถให้ดอก เบี้ยในอัตราที่สูงกว่าได้

หากดูจากผลิตภัณฑ์แรกของ ME คือเงินฝากไม่ประจำที่ให้ดอกเบี้ยอยู่ที่ 3.5% ต้องถือว่าเป็นบัญชีกึ่งออมทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงที่สุดในตลาดขณะนี้ ซึ่งต้นทุนที่แตกต่างจากธนาคารอื่นนี้เป็นผลจากการแยกแบรนด์ออกมาทำ

“ผลตอบรับในช่วงสัปดาห์แรกหลังเปิดตัวดีกว่าที่คาดไว้ มีคนเข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์กว่า 5,000 ราย เปิดบัญชีแล้ว 600 บัญชี และคาดว่าผลตอบรับจะดีขึ้นเรื่อยๆ โดยปัจจุบันมียอดการลงทะเบียนผ่านระบบอินเตอร์เน็ตเพิ่มขึ้นเฉลี่ยวันละ 2,000ราย และมีการเปิดบัญชีผ่านสาขาวันละประมาณ200บัญชี” ทามาร่า กล่าว

ทามาร่า เล่าว่า จากการศึกษาตลาดพบว่า ประเทศไทยจัดเป็นหนึ่งในชาติที่มีจำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตและสมาร์ตโฟนเติบโตสูงที่สุดในโลก จึงเชื่อว่าการธนาคารรูปแบบใหม่นี้จะเหมาะกับคนไทยที่กำลังมีพฤติกรรมเปลี่ยนไป

อย่างไรก็ตาม ใช่ว่าทุกอย่างจะดำเนินการด้วยเครื่องจักรทั้งหมดได้ แม้จะเป็นนวัตกรรมใหม่ แต่โดยพื้นฐานของมนุษย์ยังคงต้องการปฏิสัมพันธ์ ความเข้าใจตรงนี้ทำให้ ME ตัดสินใจเปิดสาขาขึ้นมา 3 แห่ง พร้อมตั้งทีมคอลเซ็นเตอร์ที่ลูกค้าสามารถขอความช่วยเหลือและทำธุรกรรมผ่านโทรศัพท์ได้

“หลายคนเข้าใจว่า ME เป็นสิ่งที่ไอเอ็นจีในฐานะผู้ถือหุ้นของธนาคารทหารไทยนำเข้ามาสู่ตลาดไทย แต่ความจริงแล้วความคิดนี้ตกผลึกที่ประเทศไทยและเป็นครั้งแรกที่เกิดขึ้นในระบบการเงิน ซึ่งเราตั้งใจจะใช้ไทยเป็นกรณีศึกษาหรือเป็นบรรทัดฐานเลยก็ว่าได้ เพราะยังไม่เคยมีใครกล้าทำแบบนี้มาก่อน” ทามาร่า กล่าว

สำหรับเป้าหมายทางธุรกิจ เบื้องต้น ธนาคารทหารไทยและ ME คาดหวังว่าจะระดมเงินฝากผ่านช่องทางนี้ได้ 1 หมื่นล้านบาท จากลูกค้า 5 หมื่นบัญชีภายในปี 2556 และมีส่วนแบ่งตลาดอยู่ที่ 10% ในตลาดออนไลน์ แบงกิง ของไทย โดยจะมีการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ทั้งในรูปของเงินฝากและสินเชื่อออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง

เป็นการจุดพลุไฟขึ้นมาให้เห็นความแตกต่างทางการตลาด

ชนิดที่ถ้าต้องการผลตอบแทนที่ดีก็มาที่นี่กันได้

อย่างไรก็ดี ทามาร่า ยอมรับว่าการที่ ME ยังเป็นส่วนหนึ่งของธนาคารทหารไทย ทิศทางของดอกเบี้ยนโยบายย่อมส่งผลต่อต้นทุนของ ME ด้วยเช่นกัน ซึ่งทำให้ในท้ายที่สุดต้องปรับลดดอกเบี้ยลงตาม แต่ด้วยต้นทุนการดำเนินงานที่ต่ำกว่าจากการไม่มีสาขาจะทำให้ยังสามารถให้ผลตอบแทนที่สูงกว่าตลาดได้อยู่

“เราเชื่อว่าในอีก 510 ปีข้างหน้า เทรนด์การให้บริการของภาคธนาคารจะเปลี่ยนแปลงมาสู่รูปแบบดีไอวายแบงกิงมากขึ้น ME จะเป็นเสมือนโรงเรียนที่สอนให้ลูกค้าตั้งคำถามกับตัวเองว่าทำไมต้องจ่ายในสิ่งที่เขาไม่ได้ใช้ และถ้าเขาทำเองจะได้อะไรที่มากขึ้น ดีขึ้น หากมีคนก๊อบปี้ไอเดียของเราก็แสดงว่าเราทำสำเร็จในการเปิดมิติใหม่ของบริการทางการเงินที่เป็นธรรมกับลูกค้ามากขึ้นได้แล้ว” ทามาร่า กล่าว

การแตกแบรนด์ของธนาคารทหารไทยในครั้งนี้ ถือเป็นการมองการณ์ไกลที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าและออกมาได้พอเหมาะพอเจาะในยามที่ต้นทุนการแข่งขันเงินฝากในระบบปกติมีความรุนแรงและมีต้นทุนสูง การมีต้นทุนทางการเงิน (Cost of Funds) ที่ต่ำกว่าของ ME น่าจะเข้ามาช่วยชดเชยส่วนต่างดอกเบี้ยที่มีแนวโน้มหดตัวลงในปีนี้ได้

ในยุคที่ดอกเบี้ยเงินฝากช่างต่ำเตี้ยเรี่ยดินเช่นนี้ เชื่อว่าการได้รับผลตอบแทนที่สูงขึ้นแลกกับการที่ลูกค้าลุกขึ้นมาทำธุรกรรมการเงินด้วยตัวเองคงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจของผู้ออม

ไม่แน่ว่าก้าวเล็กๆ ของธนาคารทหารไทยในวันนี้ อาจนำไปสู่การปฏิวัติทางการเงินครั้งใหญ่ เหมือนกับเมื่อครั้งที่ธนาคารไทยพาณิชย์ตัดสินใจนำตู้เอทีเอ็มเครื่องแรกเข้ามาในประเทศไทยหรือเมื่อครั้งที่ธนาคารกสิกรไทยออกบัตรเครดิตใบแรกในไทยก็เป็นได้

ใครจะไปรู้

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท