
เจริญขี่ช้างลุยตั้งโรงงานเวียดนาม
“เจริญ” วางแผนรุกตลาดเบียร์เวียดนาม หลังเปิดเสรีอาเซียน 3 ปีข้างหน้า
“เจริญ” วางแผนรุกตลาดเบียร์เวียดนาม หลังเปิดเสรีอาเซียน 3 ปีข้างหน้า
นายเจริญ สิริวัฒนภักดี ประธานกลุ่มบริษัท ทีซีซี โฮลดิ้ง เปิดเผยว่า บริษัท เบียร์ช้าง มีแผนที่จะตั้งโรงงานผลิตเบียร์ในประเทศเวียดนาม ซึ่งเป็นตลาดที่มีการเติบโตสูง โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาและเตรียมความพร้อม ทั้งด้านการกระจายสินค้าและบุคลากร คาดว่าต้องใช้เวลาอีก 3 ปีถึงมีความพร้อม หรือหลังเปิดเสรีการค้าอาเซียนแล้ว
“ขณะนี้กลุ่มทีซีซีอยู่ในจุดที่ค่อยๆ วางแผนใช้เวลาคิดและตัดสินใจให้รอบคอบ ต้นทุนไม่ใช่ปัญหา แต่การแข่งขันต้องพร้อม ช่วงแรกอาจนำเข้าเบียร์ช้างจากไทยมาทดแทนก่อน ซึ่งการตัดสินใจสร้างโรงงานเองไม่ยาก อย่างน้อยคิดว่าเป็นช่วงหลังจากเปิดเสรีแล้ว ซึ่งจะมีความคล่องตัวและสะดวกมากขึ้น เราหนุนทำตลาดเบียร์ช้างและโออิชิในเวียดนาม” นายเจริญ กล่าว
ทั้งนี้ คุณภาพเบียร์ช้างของไทยนั้นอยู่ในระดับสากล ขึ้นอยู่กับการทำดีกรีให้อ่อนหรือเบา สำหรับทุกคนที่ดื่มเบียร์ช้างแล้ว จะรู้สึกดื่มง่าย ลื่นคอ โดยเฉพาะเบียร์ช้าง เอ็กสปอร์ต ต่างชาติชื่นชอบ ส่วนเบียร์ช้าง คลาสิค สะใจคนไทย
นายสาโรจน์ ชยาวิวัฒน์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทีบีซีบอล เบฟเวอร์เรจแคน เวียดนาม กล่าวว่า การเติบโตของตลาดเบียร์ในเวียดนามใน 5-10 ปีต่อจากนี้ มีแนวโน้มเติบโตสูงมาก ซึ่งคนเวียดนามมากกว่า 85 ล้านคน หรือมากกว่า 50% ของประชากร มีอัตราการดื่มเบียร์สูง โดยเฉพาะตลาดเวียดนาม มีการตื่นตัวแบรนด์สินค้าต่าง ๆ สูง
นายสาโรจน์ กล่าวอีกว่า การเติบโตของตลาดเบียร์ส่งผลถึงการเติบโตของตลาดกระป๋องด้วย โดยบริษัท ทีบีซี-บอล เบฟเวอร์เรจ แคน เวียดนาม เป็นการร่วมทุนระหว่างบริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์และบริษัท บอล คอร์ปอเรชั่น (BALL) ผู้ผลิตกระป๋องอะลูมิเนียมรายใหญ่ที่สุดของโลก ในสัดส่วน 50:50
สำหรับการเติบโตของตลาดกระป๋อง เมื่อ 10 ปีที่ผ่านมามีการใช้กระป๋องต่ำกว่า 500 ล้านกระป๋อง แต่ในปีที่ผ่านมามีความต้องการมากถึง 4,000 ล้านกระป๋อง ขณะที่ตลาดไทยมีเพียง 2,500 ล้านกระป๋อง
“การร่วมทุนตั้งโรงงานกระป๋องที่เวียดนาม มูลค่า 1,800 ล้านบาท เพราะมีลูกค้าหลัก เช่น ไฮเนเก้น โค้ก เป๊ปซี่ คาร์ลเบิร์ก ซึ่งคิดเป็น 80% ของกำลังผลิต โดยตั้งเป้าการผลิตปีแรก 500 ล้านกระป๋อง ซึ่งปี 2556 จำนวน 750 ล้านกระป๋อง และปี 2557 จำนวน 850 ล้านกระป๋อง โดยการผลิตไลน์ที่ 1 จะเต็มกำลังภายใน 3 ปี คาดว่าจะคืนทุนได้ภายใน 7-8 ปี” นายสาโรจน์ กล่าว
นายมงคล บัณฑรรุ่งโรจน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยคอร์ป อินเตอร์เนชั่นแนล ผู้กระจายสินค้าอุปโภคและบริโภคในเวียดนาม กล่าวว่า บริษัทดังกล่าวทางทีซีซีได้บริษัทดังกล่าวเป็นการร่วมกล่าวว่า บริษัท ฯ ได้ร่วมทุน 25 % กับ BJC 75 % เพื่อตั้งบริษัท ไทยคอร์ป อินเตอร์เนชั่นแนล กระจายสินค้าอุปโภคและบริโภคให้กับชาวเวียดนาม โดยมีสินค้าหลักที่กระจาย 10 แบรนด์ อาทิ กระทิงแดง , ปลากระป๋อง 3 แม่ครัว กระดาษทิชชูเซลล็อกซ์ , นมดัชมิล ผ่านช่องทางตัวแทนจำหน่ายในแต่ละจังหวัดกว่า 5 หมื่นราย
ส่วนการกระจายสินค้าในกลุ่ม เช่น เบียร์ช้าง หรือ ชาโออิชิ ขึ้นอยู่กับนโยบายของคุณเจริญ และความพร้อม เพราะการตั้งโรงงานทันทีเพื่อขายทำไม่ง่าย เทียบกับการนำเข้าแล้วสร้างตลาดให้เติบโตพอการสร้างโรงงานจะทำได้ง่าย
นายมงคล กล่าวว่า ร่วมทุนกับกลุ่ม BJC ในสัดส่วน 25:75 เพื่อรับมือการเปิดเสรีการค้าอาเซียน ตั้งเป้า 3 ปีมียอดขาย 3,000 ล้านบาท หรือโต 20-30% ของทุกปี และใน 10 ปี ตั้งเป้า 1 หมื่นล้านบาท







