
มิเรอิทุ่ม 400 ล.วาดเป้ายอดขายแตะ1พันล.ใน2ปี
"มิเรอิ" ทุ่ม400 ล้านบาทจัดเต็มแผนการตลาด 4 แคมเปญใหญ่ทุกฤดูกาล รับคนไทยนิยมดื่มชาเขียวอันดับ1ในอาเซียนวาดเป้ายอดขายแตะ1พันล.ใน2ปี
"มิเรอิ" ทุ่ม400 ล้านบาทจัดเต็มแผนการตลาด 4 แคมเปญใหญ่ทุกฤดูกาล รับคนไทยนิยมดื่มชาเขียวอันดับ1ในอาเซียนวาดเป้ายอดขายแตะ1พันล.ใน2ปี
นายชาญชัย กาญจนรัตน์มณี ผู้อำนวยการสายธุรกิจเครื่องดื่ม บริษัททิปโก้ เอฟแอนด์บี ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชาเขียวพร้อมดื่มแบรนด์ “มิเรอิ” เปิดเผยว่าในปีนี้บริษัทเตรียมงบกว่า 400 ล้านบาท มากกว่าปีก่อนใช้งบ 150 ล้านบาท เพื่อทำตลาดเชิงรุกชาเขียวพร้อมดื่มมิริเอตลอดทั้งปี ผ่าน 4 กิจกรรมส่งเสริมการขายใหญ่ คือ 1.แคมเปญวาเลนไทน์, 2.แคมเปญฤดูร้อน, 3.แคมเปญฤดูฝน และ4.สุดท้ายแคมเปญช่วงปีใหม่ เพื่อกระตุ้นยอดขายตลอดทั้งปี เพื่อรองรับการแข่งขันของตลาดชาเขียวพร้อมดื่มที่รุนแรงต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา
สำหรับแคมเปญแรกที่เปิดตัว คือ ‘กู๊ด ลัค ฟอร์ เลิฟ’เพื่อต้อนรับเดือนแห่งความรัก โดยซื้อชาเขียวมิเรอิ 1 ขวด รับฟรีเครื่องรางนำโชคเรื่องความรักจากญี่ปุ่น 1 ชิ้นมีให้เลือกสะสม 4แบบ เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายผลิตภัณฑ์วัยรุ่นคนรุ่นใหม่ หรือ อายุระหว่าง 12-29ปี ผ่านช่องทางร้านค้าปลีกสมัยใหม่ต่างๆ โดยแคมเปญดังกล่าววางระยะเวลา 1 เดือนตั้งแต่วันนี้-29 ก.พ. คาดผลักดันให้ชาเขียวพร้อมดื่ม มิเรอิ มีอัตราเติบโตสูงถึง 100% ในช่วง 1เดือน-1เดือนครึ่ง ซึ่งบริษัทถือเป็นรายแรกที่เปิดตัวแคมเปญโปรโมชันเร็วกว่ารายอื่นในตลาด ขณะเดียวกันในช่วงหน้าขายสินค้าฤดูร้อนปีนี้ บริษัทยังเตรียมเปิดตัวสินค้าชาเขียวพร้อมดื่มมิเรอิ บรรจุภัณฑ์และขนาดบรรจุใหม่ที่ครอบคลุมทุกรูปแบบและขนาดเช่นเดียวกับคู่แข่ง เพื่อเป็นทางเลือกในการดื่มให้กับกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น รวมทั้งในหน้าฝนปีนี้ที่บริษัทเตรียมกิจกรรมการตลาดออกมากระตุ้นยอดขายด้วยเช่นกัน จากปกติในช่วงดังกล่าวไม่ใช่หน้าขายสินค้าเกือบทุกประเภท และแคมเปญใหญ่สุดท้ายในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ซึ่งในปีนี้บริษัมเตรียมเปิดตัวสินค้า3-4รสชาติใหม่ออกมาทำตลาดอย่างต่อเนื่องด้วย
ทั้งนี้ หลังจากบริษัทเปิดตัวสินค้าชาเขียวพร้อมดื่มมิเรอิ ในปีก่อน พบว่าผู้บริโภคมีการจดจำตราผลิตภัณฑ์ได้80% และมียอดขายในช่วง 3 เดือนอยู่ที่กว่า 100 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทได้รับผลกระทบจากการขนส่งสินค้าจากคลังสินค้า(แวร์เฮาส์)ไปยังจุดจำหน่ายต่างๆ ขณะที่โรงงานผลิตสินค้าที่อำเภอวังน้อย อยุธยาไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด ซึ่งหลังจากภาวะการณ์น้ำท่วมคลี่คลายบริษัท สารถนำสินค้าชาเขียวพร้อมดื่มมิเรอิ กลับมาทำตลาดได้ตามปกติ
หลังจากบริษัททำตลาดเชิงรุกอย่างต่อเนื่องในปีนี้ คาดจะมีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มเป็น 10% จากปีก่อนอยู่ที่ 3-4% จากเป้าเดิมที่วางไว้ 6% ซึ่งมาจากผลกระทบน้ำท่วมใหญ่ปลายปีก่อน จากปัจจุบันตลาดรวมชาเขียวพร้อมดื่มมีมูลค่ารวมกว่า 6,100 ล้านบาท และมีอัตราการเติบโตราว15% และคาดว่าตลาดดังกล่าวจะมีการเติบโต2หลักอย่างต่อเนื่องนับจากนี้ จากการที่มีผู้เล่นรายใหญ่หรือรายเดิมในตลาดทำแคมเปญการตลาดและสินค้าใหม่ๆออกมาอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการเข้ามาของผู้เล่นรายใหม่ในตลาดซึ่งรวมทั้งมิเรอิด้วย
“เชื่อว่านับจากนี้ตลาดชาเขียวพร้อมดื่มจะเหลือผู้เล่นในตลาดราว 3 แบรนด์หลัก ส่วนแบรนด์เล็กอื่นๆอาจยังพออยู่ได้แต่จะต้องมีจุดแข็งสินค้าที่ชัดเจน โดยบริษัทวางเป้าหมายใน2ปีหน้ามีส่วนแบ่งตลาดรวมเพิ่มขึ้น 15-20% หรือ มียอดขายไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท” นายชาญชัย กล่าว
ขณะที่พฤติกรรมการบริโภคการเลือกซื้อเครื่องดื่มผ่านช่องทางตู้จำหน่ายของคนไทยในปัจจุบัน มีความนิยมเลือกซื้อสินค้าเครื่องดื่มตามลำดับดังนี้ คือ นม, น้ำอัดลม, น้ำเปล่า น้ำแร่, น้ำผลไม้ เป็นต้น ส่วนชาเขียวพร้อมดื่มในประเทศไทยถือว่ามีความนิยมในการบริโภคสูงสุดเป็นอันดับ1ในภูมิภาคอาเซียน หรือเป็นอันดับ 3 ในตลาดเอเชีย รองจากประเทศญี่ปุ่น และใต้หวัน ที่นิยมดื่มชาเขียวพร้อมดื่มเป็นเครื่องดื่มลำดับต้นๆ







