
พาณิชย์ไม่ยอมแพ้เดินหน้าสลัดPWL
ภูมิ กล่อมอุปทูตสหรัฐช่วยไทยหลุดบัญชีพีดับบลิวแอล
ภูมิ กล่อมอุปทูตสหรัฐช่วยไทยหลุดบัญชีพีดับบลิวแอล
ก่อนบินด่วนถกยูเอสทีอาร์วันที่ 11-18 ก.พ. นี้ พร้อมจับมือสหรัฐลงนามเอ็มโอยูร่วมพัฒนาทรัพย์สินทางปัญญาชาติ
นายภูมิ สาระผล รมช.พาณิชย์ เปิดเผย หลังหารือกับนางจูดิธ เบธ เซฟคิน อัครราชทูตที่ปรึกษาและอุปทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย ว่า ได้ชี้แจงการทำงานด้านทรัพย์สินทางปัญญาของไทย เพื่อให้สนับสนุนไทยออกจากบัญชีประเทศที่ถูกจับตามองเป็นพิเศษ (พีดับบลิวแอล) ตามมาตรา 301 กฎหมายพิเศษสหรัฐ ที่จะมีการทบทวนสถานะประเทศคู่ค้าด้านทรัพย์สินทางปัญญาในช่วงเดือน เม.ย.นี้ หลังจากที่ไทยอยู่ในสถานะนี้มานานกว่า 5 ปี
ทั้งนี้ ไทยได้แสดงความจริงจังในการปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาภายในประเทศ โดยล่าสุดที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติในการลงนามบันทึกข้อตกลงทำความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ระหว่างไทยและสหรัฐ เรื่องการพัฒนาด้านทรัพย์สินทางปัญญาแห่งชาติเพื่อเร่งรัดการป้องกันและปราบปรามสินค้าละเมิด และผลักดันกฎหมายคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งคณะกรรมการนโยบายทรัพย์สินทางปัญญาแห่งชาติที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ได้แต่งตั้งตนเป็นประธานคณะอนุกรรมการเพื่อผลักดันการป้องกันและปราบปรามสินค้าละเมิดอย่างเป็นทางการ
นอกจากนี้ ในระหว่างวันที่ 11-18 ก.พ.นี้ จะเดินทางไปชี้แจงความคืบหน้าการดูแลเรื่องทรัพย์สินทางปัญญาของไทยกับคณะผู้แทนการค้าสหรัฐ (ยูเอสทีอาร์) เพื่อให้ทบทวนไทยออกจากบัญชีพีดับบลิวแอล เช่นกัน ซึ่งหากไทยสามารถหลุดจากบัญชีพีดับบลิวแอล มาอยู่ในสถานะประเทศคู่ค้า จะช่วยให้ไทยอาจได้รับการพิจารณาสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (จีเอสพี) ในรายการสินค้าต่างๆ มากขึ้นอย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าการพิจารณาของยูเอสทีอาร์จะถอดไทยออกจากบัญชีพีดับบลิวแอลในรอบปีนี้หรือไม่ หลังจากที่ไทยถูกจัดอันดับอยู่ในบัญชีนี้มานานถึง 5 ปีแล้ว แต่ก็จะพยายามรวบรวมข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในเรื่องการป้องกันและปราบปรามสินค้าละเมิด ซึ่งในปี 2554 กรมทรัพย์สินทางปัญญาร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีการจับกุมดำเนินคดีไป 5,396 คดี ของกลางรวม 2.3 ล้านชิ้น กรมศุลกากรมีการจับกุมสินค้าละเมิดผ่านด่านชายแดนรวม 576 คดี ของกลางรวม 2.9 แสนชิ้น และยังได้มีการทำลายของกลางในส่วนของคดีสิ้นสุด 2.78 ล้านชิ้น มูลค่าของกลางที่ทำลาย 1,200 ล้านบาท
สำหรับการหารือกับสมาคมผู้สร้างภาพยนตร์แห่งสหรัฐอเมริกา (เอ็มพีเอ) ได้เข้าพบเพื่อแสดงความคิดเห็นในแนวทางป้องกันและปราบปรามสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ที่เกี่ยวกับภาพยนตร์ รวมทั้งเรื่องกฎหมายคุ้มครอง ทั้งการแอบถ่ายในโรงภาพยนตร์ การบันทึกภาพทำซ้ำภาพยนตร์ลิขสิทธิ์เพื่อการจำหน่าย โดยจะนำแนวทางทั้งหมดดังกล่าวไปพัฒนากฎหมายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งกฎหมายฉบับนี้อยู่ในขั้นตอนพิจารณาของกฤษฎีกาและอยู่ระหว่างการนำเสนอเข้า ครม.พิจารณาต่อ







